สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของโปรตุเกส Print E-mail
Contributed by สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลิสบอน   
Tuesday, 14 February 2006

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลิสบอนขอรายงานสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของโปรตุเกสที่เกี่ยวกับความพยายามพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยยึดมั่นในแนวทาง Lisbon Agenda และสร้างพันธมิตรกับภาคเอกชน อย่างเช่น ไมโครซอพท์ ดังนี้

1. ในระหว่างวันที่ 31 มกราคม – วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2549 บริษัทไมโครซอฟท์ได้จัดการประชุม Microsoft Government Leaders Forum (GLF) Europe 2006 ที่กรุงลิสบอน โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม 300 กว่าคน ประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาล และบริษัทธุรกิจต่างๆ ในภูมิภาคยุโรปและใกล้เคียง รวมทั้งนาย Durao Barroso ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป นาย Antonio Guterres ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติและอดีตนายกรัฐมนตรีโปรตุเกส นาย Jose Socrates นายกรัฐมนตรีโปรตุเกส และนาย Diogo Freitas do Amaral รัฐมนตรีต่างประเทศของโปรตุเกส โดยมีจุดประสงค์ของการประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็น เสนอแนะแนวทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนของประเทศในยุโรปในการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของยุโรป โดยการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศในทุกภาคส่วน ซึ่งในครั้งนี้ ได้มีการก่อตั้งพันธมิตรแห่งยุโรปเพื่อพัฒนาทักษะสำหรับการทำงาน (European Alliance on Skills for Employability) ซึ่งประกอบด้วยบริษัทไมโครซอฟท์กับสมาชิกอื่นของ European e-Skills Certification Consortium (eSCC) ได้แก่ Cisco Systems Inc., the European Computer Driving License Foundation Ltd. (ECDL-F) และ Examination Institute for Information Science (EXIN), ด้วยการสนับสนุนจากบริษัท State Street Corp. และ บริษัท Randstad Holding nv. โดยพันธมิตรนี้มีเป้าหมายในการให้การฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และสร้างการเข้าถึงเทคโนโลยีแก่ประชากรยุโรป 20 ล้านคนใน 5 ปีข้างหน้า ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาศักยภาพการมีงานทำของประชากรที่ว่างงาน

นอกจากนั้น ไมโครซอฟท์ได้ประกาศนโยบาย 21st Century Skills for Employability Initiative โดยได้เริ่มดำเนินการหลักสูตร digital literacy ให้บริการฟรีแก่รัฐบาล หน่วยงานการศึกษา และ NGO ต่างๆ และจะเพิ่มจำนวน Microsoft IT Academy จาก 1,900 แห่ง เป็น มากกว่า 8,000 แห่ง ภายในปี 2553 ทั่วยุโรป

ในการกล่าวปราศรัยในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2549 นายบิล เกต ประธานบริษัทไมโครซอฟท์ แสดงทัศนะสรุปได้ว่าในอนาคตอันใกล้เทคโนโลยีสารสนเทศจะพัฒนาก้าวไปไกลและอำนวยความสะดวกในทุกด้านต่อประชากรโลก โดยเฉพาะจะช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและความสามารถในการแข่งขันขององค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ลดต้นทุนด้านการบริหารและการบริการประชาชน (e-Government) และช่วยในการฝึกอบรมเพื่อสร้างทักษะในการทำงานให้ประชาชนทุกระดับ เป็นต้น โปรตุเกสเป็นตัวอย่างอันดี ในกรณีอุตสาหกรรมสิ่งทอที่ต้องยกระดับผลิตภัณฑ์ หรือย้ายประเภทอุตสาหกรรม ซึ่งต้องมีการ retrain พนักงานให้มีทักษะในการทำงานในอุตสาหกรรมอื่นๆ ซึ่งไมโครซอพท์สามารถมีส่วนร่วมในการนี้ ไมโครซอฟท์สนับสนุน Lisbon Agenda สนับสนุนการเพิ่มการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา การศึกษา สนับสนุนการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และกฎหมายลิขสิทธิ์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับการดำเนินธุรกิจของบริษัทขนาดเล็กในประเทศต่างๆ

2. สำหรับโปรตุเกส รัฐบาลโปรตุเกสได้ลงนามความตกลงร่วมมือกับบริษัทไมโครซอฟต์ในการดำเนินโครงการพัฒนาเทคโนโลยีถึง 18 โครงการ โดยจะดำเนินการโดยความร่วมมือของกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจ กระทรวงยุติธรรม มหาดไทย การศึกษา และวิทยาศาสตร์ และเกี่ยวข้องกับประชาชนโปรตุเกสหลายล้านคน ทั้งนี้ เพื่อสอดรับกับแผนพัฒนาเทคโนโลยีของรัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจโดยการส่งเสริมองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในหมู่ประชาชน และองค์กรต่างๆ ของรัฐ โดยในบรรดาโครงการต่างๆ นั้น รวมถึง การปรับปรุงระบบสารสนเทศ และเครือข่ายข้อมูลด้านการกงสุลของกระทรวงการต่างประเทศโปรตุเกส การฝึกสอนด้านเทคโนโลยีแก่นักเรียนนักศึกษา คนงาน ตำรวจ การต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ โครงการโอกาสใหม่ (การฝึกทักษะวิชาชีพแก่ประชาชน 1 ล้านคน โดยความร่วมมือระหว่างไมโครซอฟท์ กระทรวงศึกษาธิการ และกรมการจัดหางาน) การสร้างศูนย์พัฒนาซอฟแวร์ การติดตั้งอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ในโรงเรียนทุกแห่ง และโครงการพัฒนาสำหรับประเทศพูดภาษาโปรตุเกสในอัฟริกา

นอกจากนั้น ในโอกาสนี้ ประธานาธิบดีจอร์จ ซัมปายู ได้มอบอิสริยาภรณ์ชั้นสูง Grand Cross of the Order of Henry the Navigator แก่นายบิล เกต ในฐานะที่นายบิล เกตได้ประกอบคุณูปการและให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาด้านต่างๆ แก่ประเทศที่พูดภาษาโปรตุเกส อาทิ การช่วยเหลือในการปราบปรามไข้มาลาเรียในประเทศโมซัมบิค และการกุศลอื่น ๆ ในประเทศเหล่านั้น

นายกรัฐมนตรีโสคราตีสกล่าวในการปิดการประชุม สรุปได้ว่า นโยบายพัฒนาเทคโนโลยี (Technological Plan) ของรัฐบาลเป็นหัวใจสำคัญในการปฏิบัติตาม Lisbon Agenda ของ EU รัฐบาลจะสนับสนุนบริษัทหรือธุรกิจที่มีแนวคิดสร้างสรรค์ มีเทคโนโลยี และมุ่งการส่งออก รัฐบาลจะเร่งเพิ่มการส่งออกสินค้าไฮเทค จากปัจจุบันที่ส่งออกสินค้าประเภทนี้เพียง 11% และกล่าวด้วยว่า รัฐบาลได้เริ่มดำเนินการตามนโยบายพัฒนาเทคโนโลยีบ้างแล้ว อาทิ โครงการสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนประถม โครงการส่งเยาวชนกว่าพันคนเข้าฝึกงานในบริษัทขนาดเล็ก และโครงการติดตั้งอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ให้โรงเรียนทุกแห่งในประเทศ

นาย Freitas Amaral รัฐมนตรีต่างประเทศโปรตุเกสกล่าวในการเปิดการประชุม สรุปว่า รัฐบาลโปรตุเกสให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตาม Lisbon Agenda เป็นอย่างยิ่ง และว่า ผลการวิจัยหลายแห่งระบุว่าหากโปรตุเกสสามารถดำเนินการตามแนวทางนั้นได้ ภายในปี 2568 โปรตุเกสจะมี GDP เพิ่มขึ้น 11 % โดยมาตรการสำคัญประการหนึ่งคือต้องให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา ที่ผ่านมา 5 ปี ภายหลังการประกาศ Lisbon Agenda ได้มีพัฒนาการทางบวกหลายด้าน อาทิ การเปิดเสรีในด้านต่างๆ อาทิ ด้านการบริการเงิน การขนส่งทางอากาศ และตลาดพลังงาน ตลอดจนการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเน้นนโยบายการพัฒนาแบบยั่งยืน สำหรับโปรตุเกส รัฐบาลได้เสนอนโยบายพัฒนาเทคโนโลยี (Technological Plan) การปฏิบัติตาม Lisbon Agenda นี้ มิใช่ภาระหน้าที่ของรัฐบาลแต่ฝ่ายเดียว หากแต่ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของสังคม รวมทั้งบริษัทเอกชน การที่ไมโครซอฟท์จัดการประชุม GLF Europe2006ที่กรุงลิสบอน เป็นการสอดรับวัตถุประสงค์สำคัญของ Lisbon Agenda เพราะเป็นการหารือระหว่างฝ่ายต่างๆ เพื่อการพัฒนาทักษะและสร้างงาน และเพื่อความร่วมมือเป็นปึกแผ่นระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของยุโรป

รมว. Amaral กล่าวด้วยว่า ในโลกที่ยังมีความแตกต่างทางชนชั้นทางเศรษฐกิจอยู่มาก ความรับผิดชอบของบริษัทเอกชนในทางสังคมเป็นสิ่งสำคัญ โดยยกย่องชมเชยมูลนิธิบิล และเมลินดา เกตส์ ว่าเป็นตัวอย่างที่ดีในการบริจาคช่วยเหลือผู้ยากไร้ในประเทศต่างๆ โดยที่ผ่านมามูลนิธิฯ ได้ใช้เงิน 9,260 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการต่อสู้กำจัดโรคภัยไข้เจ็บและความยากจน ส่งผลให้เด็ก 55 ล้านคนได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรค

นอกจากนั้น รมว. Amaral กล่าวว่าในการต่อสู้กับความยากจน เราต้องก่อตั้งหุ้นส่วนระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อกลบหรือทอน digital divide ดังที่รัฐบาลโปรตุเกสทำความตกลงกับไมโครซอฟท์ในโครงการให้ความช่วยเหลือทางเทคโนโลยีสำหรับพัฒนาประเทศที่ใช้ภาษาโปรตุเกสในอัฟริกา

3. ข้อสังเกต

3.1 รัฐบาลปัจจุบันของโปรตุเกสพยายามผลักดันนโยบายพัฒนาเทคโนโลยี (Technological Plan) เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ทางอุตสาหกรรมของประเทศ เนื่องจากการเผชิญกับการแข่งขันในสินค้าต่างๆ โดยเฉพาะสินค้าสิ่งทอ จากประเทศอื่นๆ อาทิ จีน และอินเดีย ในยุคการแข่งขันเสรี

3.2 โปรตุเกสประสบปัญหาคนว่างงานประมาณเกือบห้าแสนคน และเศรษฐกิจที่ตกต่ำในเวลาเดียวกัน จึงต้องดำเนินนโยบายทั้งการเข้มงวดด้านการเงินการคลัง และการสร้างงาน จึงต้องเน้นการลงทุนด้านการฝึกอบรม การวิจัย เพื่อสร้างทักษะใหม่ๆ ในการทำงาน ให้กับประชาชนเพื่อแก้ไขปัญหาทั้งในระยะสั้น และระยะยาว เทคโนโลยี่สารสนเทศสามารถสร้างความรวดเร็วในการสร้างทักษะและสร้างงานในหมู่ประชาชนได้ และการทำความตกลงกับไมโครซอฟท์ในหลายโครงการเป็นความสำเร็จของรัฐบาลโปรตุเกสในการดึงการลงทุนและความช่วยเหลือด้านเทคโนโลยีและการศึกษาอบรมเข้าสู่ประเทศเพื่อประโยชน์ของประชากรส่วนใหญ่

Add this page to your favorite Social Bookmarking websitesReddit! Del.icio.us! Mixx! Free and Open Source Software News Google! Live! Facebook! StumbleUpon! Yahoo! Free Joomla PHP extensions, software, information and tutorials.

Related Items:

  1. 6th และ 7th Framework Programme ด้านการวิจัยของสหภาพยุโรป: โอกาสด้านการวิจัยและพัฒนาของไทย
  2. ความคืบหน้าของ Lisbon Strategy
  3. ความวิตกต่อการสนับสนุนธุรกิจในการย้ายฐานการดำเนินงาน
  4. คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ลิสบอน
  5. โครงการ i2010: ปฐมบทแห่งการบูรณาการทางดิจิตอลเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของ EU
Last Updated ( Tuesday, 21 February 2006 )