|
EU ยังด้อยกว่าสหรัฐฯและญี่ปุ่นในด้านนวัตกรรม |
|
|
|
Written by คณะผู้แทนประจำประชาคมยุโรป
|
|
Monday, 16 January 2006 |
|
สหภาพยุโรปยังด้อยกว่าสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นในด้านของนวัตกรรม โดยประเทศกลุ่มสแกนดิเนเวีย และเยอรมนี มีการผลงานทางด้านนวัตกรรมในระดับสูงที่สุดในบรรดาประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ในขณะที่สเปนและกลุ่มประเทศสมาชิกใหม่บางประเทศเป็นกลุ่มยังไม่พัฒนาเท่าที่ควร
ตามรายงานของคณะกรรมาธิการยุโรปตีพิมพ์เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2549 แสดงให้เห็นความถดถอยอย่างยิ่งทางด้านนวัตกรรมของสหภาพยุโรป ซึ่งถ้าดำเนินในลักษณะนี้ต่อไปจะส่งผลให้เกิดช่องว่าง/ความแตกต่างทางนวัตกรรมระหว่างสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ มากยิ่งขึ้น ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าการลงทุนทางด้านการวิจัยของสหภาพยุโรปนั้นน้อยกว่าหนึ่งในสามของการลงทุนทางด้านการวิจัยในสหรัฐอเมริกา และบริษัทของสหภาพยุโรปมีความกระตือรือร้นที่จะนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้น้อยลง
จากการเปรียบเทียบผลงานทางด้านนวัตกรรมของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกประกอบด้วย ประเทศสวีเดน ฟินแลนด์ เดนมาร์ก และเยอรมนี เป็นกลุ่มประเทศที่เป็นผู้นำทางด้านนวัตกรรมของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลงานทางด้านนวัตกรรมเทียบเท่ากับประเทศชั้นนำอื่นๆทั่วโลก แต่ถึงแม้ว่าประเทศเยอรมนีจะเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในกลุ่มสหภาพยุโรปและได้ผลกำไรอย่างมากมายจากการเป็นฐานส่งออกเทคโนโลยีระดับสูง แต่ประชาชนเยอรมนียังคงลังเลที่จะใช้สินค้านวัตกรรมใหม่ๆ โดยผู้ทำวิจัยวิเคราะห์เพิ่มเติมว่า ในอนาคตประเทศเยอรมนีอาจจะประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานทักษะเฉพาะสำหรับบริษัทด้านนวัตกรรมต่างๆ เนื่องจากแนวโน้มทางด้านการศึกษาของประเทศลดลง
กลุ่มที่สอง เป็นกลุ่มที่มีผลงานทางด้านนวัตกรรมในระดับกลางได้แก่ประเทศ ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ และลักเซมเบิร์ก ซึ่งประเทศในกลุ่มนี้ยังมีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนในหลายด้าน
ส่วนกลุ่มสุดท้ายได้แก่ ประเทศสมาชิกใหม่บางประเทศเช่น สโลเวเนีย ฮังการี
สาธารณรัฐเชค กรีซ และโปรตุเกส ซึ่งประเทศเหล่านี้กำลังพยายามที่จะพัฒนาทางด้านนวัตกรรมให้มากขึ้น ในขณะที่ประเทศยุโรปกลางและตะวันออกอย่างประเทศ เอสโตเนีย โปแลนด์ และสโลวาเกีย รวมทั้งประเทศสเปน ประสบความล้มเหลวในผลงานทางด้านนวัตกรรม ถึงแม้ว่าบางประเทศในกลุ่มนี้เช่น สเปน และสโลเวเนีย จะกำลังรุ่งโรจน์ทางด้านเศรษฐกิจ แต่ถ้าหากไม่ปรับปรุงทางด้านนวัตกรรมแล้วนั้น อาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศในอนาคตได้
Related Items:
- 6th และ 7th Framework Programme ด้านการวิจัยของสหภาพยุโรป: โอกาสด้านการวิจัยและพัฒนาของไทย
- EU สนับสนุนการเข้ามาทำวิจัยของนักวิจัยจากประเทศนอกสหภาพยุโรป
- Janez Potocnik เปิดตัว FP7
- The University of Leuven กับการวิจัยระดับโลก
- การขนส่ง กับทุนวิจัยของสหภาพยุโรป ค.ศ. 2010
|