EU สนับสนุนการเข้ามาทำวิจัยของนักวิจัยจากประเทศนอกสหภาพยุโรป Print E-mail
Written by คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป   
Wednesday, 19 October 2005

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2548 คณะมนตรียุโรป (Council) ได้ออกกฎหมายเพื่อสนับสนุนให้นักวิจัยจากประเทศนอกสหภาพยุโรปสามารถเข้ามาทำงานวิจัยในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น เพื่อเป็นการดึงดูดนักวิจัยจากทั่วโลกให้เข้ามาทำงานวิจัยในสหภาพยุโรปมากขึ้น อันเป็นการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาของสหภาพยุโรป ตามแผนยุทธศาสตร์ลิสบอน กฎหมายซึ่งประกอบด้วยกฎหมาย 3 ฉบับ ได้แก่

1. Directive ซึ่งกำหนดขั้นตอนใหม่ในการรับนักวิจัยจากประเทศนอกสหภาพยุโรปให้เข้ามาทำงานวิจัย โดยมีการกำหนดระยะเวลาให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎหมายให้ได้ภายในปี พ.ศ. 2550

กฎหมายใหม่ดังกล่าวเป็นการส่งเสริมให้หน่วยงานหรือองค์กรวิจัยในสหภาพยุโรปจัดทำข้อตกลงเพื่อเป็นต้นสังกัด (host agreement) ให้แก่นักวิจัยจากประเทศนอกสหภาพยุโรป ซึ่งจะต้องระบุทักษะด้านการวิจัยของนักวิจัยที่องค์กรต้องการ และหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศสมาชิกจะช่วยอำนายควมสะดวกโดยการผ่านขั้นต่าง ๆ อย่างรวดเร็วและทำการออกใบอนุญาตพักอาศัย (residence permit)ในสหภาพยุโรปให้

นอกจากนั้น กฎหมายใหม่นี้จะช่วยให้นักวิจัยได้รับสิทธิพำนักอาศัยและการทำงานในประเทศสหภาพยุโรปโดยไม่ต้องมีการตรวจสอบฐานะทางการเงิน อีกทั้งจะได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันกับประชาชนยุโรปในหลายประการ เช่น สวัสดิการทางสังคม เงื่อนไขทางด้านการทำงาน และการเดินทางอย่างอิสระเพื่อการทำงานวิจัยในเขต Schengen และประเทศไอร์แลนด์ นอกจากนั้น ในกฎหมายนี้ยังสนับสนุนให้ประเทศสมาชิกยุโรปอนุญาตให้นักวิจัยที่เข้ามาทำงานในสหภาพยุโรปอย่างถูกต้องตามกฎหมายสามารถขอใบอนุญาตพักอาศัยได้โดยไม่ต้องเดินทางกลับประเทศก่อน ดังเช่นที่เคยปฏิบัติอยู่ในปัจจุบัน ทั้งนี้ ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปจะต้องนำข้อกำหนดในกฎหมายเหล่านี้มาใช้ปฏิบัติให้ได้ก่อน เดือนตุลาคม พ.ศ. 2550

2. Recommendation on facilitating the admission ซึ่งเป็นข้อแนะนำของคณะกรรมาธิการยุโรปแก่ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปเกี่ยวกับการสนับสนุนการเข้ามาทำงานวิจัยของนักวิจัยจากประเทศนอกสหภาพยุโรป

3. Recommendation on short-term visas ซึ่งเป็นข้อแนะนำของคณะกรรมาธิการยุโรปแก่ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปในเรื่องรูปแบบการทำวีซ่าระยะสั้น ซึ่งได้มีการบัญญัติกฎหมายนี้แล้วตั้งแต่ เดือนกันยายน 2548

เหตุผลของการออกกฎหมายดังกล่าวเพื่อสนับสนุนการเข้ามาทำงานวิจัยในสหภาพยุโรปของนักวิจัยจากประเทศนอกสหภาพยุโรป กล่าวคือ ที่ผ่านมาสหภาพยุโรปมีการลงทุนทางด้านการวิจัยยังไม่มากเท่าที่ควรและจำนวนเด็กชาวยุโรป ๆ ที่ต้องการก้าวสู่อาชีพวิจัยทางวิทยาศาสตร์จึงมีจำนวนน้อยลง ปัจจุบันสหภาพยุโรปต้องการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจยุโรปโดยอาศัยการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ตามแผนยุทธศาสตร์ลิสบอน สหภาพยุโรปจึงได้พยายามเร่งการลงทุนด้าน R&D (การวิจัยและพัฒนา) และกระตุ้นความสนใจของชาวยุโรปทางด้านวิทยาศาสตร์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่นการจัดตั้ง European Institute of Technology (EIT) การจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ และงานแสดงทางด้านวิทยาศาสตร์ และในขณะเดียวกัน สหภาพยุโรปก็ใช้แผนการลัดโดยการพยายามดึงดูดนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยจากประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกให้เข้ามาพำนักอาศัยในสหภาพยุโรปด้วย โดยอาจมี EIT เป็นศูนย์รวม

ในส่วนของประเทศไทย อาจได้รับประโยชน์จากกฎหมายใหม่ของสหภาพยุโรปในการสนับสนุนนักวิจัยให้เข้ามาทำงานวิจัยในสหภาพยุโรป โดยที่นักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ไทยรุ่นใหม่อาจมีโอกาสเข้ามาศึกษาและเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ จากยุโรปได้ง่ายและสะดวกขึ้น เพื่อนำกลับมาใช้ในการพัฒนาประเทศต่อไป อย่างไรก็ดี ปัญหาสมองไหลของนักวิจัยไทยสู่ประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก รวมทั้งยุโรปก็เป็นอีกประเด็นที่น่าเป็นห่วงและต้องคอยเฝ้าระวัง

Add this page to your favorite Social Bookmarking websitesReddit! Del.icio.us! Mixx! Free and Open Source Software News Google! Live! Facebook! StumbleUpon! Yahoo! Free Joomla PHP extensions, software, information and tutorials.

Related Items:

  1. 6th และ 7th Framework Programme ด้านการวิจัยของสหภาพยุโรป: โอกาสด้านการวิจัยและพัฒนาของไทย
  2. EU ยังด้อยกว่าสหรัฐฯและญี่ปุ่นในด้านนวัตกรรม
  3. Janez Potocnik เปิดตัว FP7
  4. The University of Leuven กับการวิจัยระดับโลก
  5. “การขนส่ง” กับทุนวิจัยของสหภาพยุโรป ค.ศ. 2010
Last Updated ( Thursday, 24 November 2005 )