|
6th และ 7th Framework Programme ด้านการวิจัยของสหภาพยุโรป: โอกาสด้านการวิจัยและพัฒนาของไทย |
|
|
|
Contributed by คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป
|
|
Saturday, 08 October 2005 |
|
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรปได้เข้าพบหารือกับเจ้าหน้าที่โต๊ะเอเชีย ของหน่วยงานของคณะกรรมาธิการยุโรปที่รับผิดชอบด้าน Information Society
เพื่อติดตามผลการพิจารณาอนุมัติข้อเสนอโครงการด้าน IT ที่ไทยเสนอในกรอบ 6th Framework Programme ของสหภาพยุโรป อาทิ ด้านการฝึกอบรมเพื่อรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ การใช้ IT เพื่อช่วยเหลือคนพิการในการใช้คอมพิวเตอร์ และ e-safety ด้านการจราจร เป็นต้น ซึ่งหากได้รับการอนุมัติ ก็จะเป็นการดำเนินการระหว่าง สวทช. ของไทยกับประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปที่เป็นผู้ร่วมเสนอโครงการของไทยในปี ค.ศ. 2006 เป็นต้นไป นอกจากนี้ ได้หารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 6th และ 7th Framework Programme
สำหรับ 6th Framework Programme ดังกล่าว หมายถึงกรอบแผนงานการพัฒนาการวิจัยของ
สหภาพยุโรป ซึ่งพัฒนาขึ้นจากแนวคิดของสหภาพยุโรปที่ต้องการพัฒนาไปสู่การเป็น Region of Knowledge หรือภูมิภาคแห่งวิทยาการความรู้ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศของสหภาพยุโรปตามยุทธศาสตร์ลิสบอน
โดยพยายามส่งเสริมให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปเสนอโครงการด้านการวิจัยในด้านต่างๆ
โดยสามารถแสวงหาผู้ร่วมโครงการจากนอกภูมิภาคได้ เพื่อขอรับการสนับสนุนด้านงบประมาณจากคณะกรรมาธิการยุโรป ตามสาขาที่กำหนดไว้ ซึ่งจะมีการปรับเพิ่มเติมในแต่ละ Framework Programme โดยสำหรับ 6th Framework Programme ครอบคลุม 7 สาขา ได้แก่ สุขภาพอนามัย Information Society นาโนเทคโนโลยี การบินและอวกาศ ความปลอดภัยของอาหาร การพัฒนาอย่างยั่งยืน และเศรษฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ สำหรับดำเนินการในช่วงปี ค.ศ. 2003-2006
มีวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 17.5 พันล้านยูโร ในส่วนของไทยเอง ก็ได้เสนอโครงการเข้าไปในด้าน Information Society ข้างต้น ทั้งนี้ จากการประเมินผลของคณะกรรมาธิการยุโรป เห็นว่าการเสนอโครงการจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปและประเทศนอกภูมิภาคเข้ามายังน้อยกว่าที่ตั้งเป้าหมายไว้มาก
ขณะนี้ สหภาพยุโรปกำลังเตรียมการที่จะออก 7th Framework Programme สำหรับดำเนินการช่วงปี 2007-2013 โดยยังอยู่ในขั้นตอนพิจารณาหลักการ สาขาที่จะเน้น และผู้ที่จะสามารถเข้ามาร่วมในกรอบดังกล่าว กำหนดประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อเปิดรับข้อเสนอโครงการในราวเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2006 เจ้าหน้าที่ของคณะกรรมาธิการยุโรปได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ 7th Framework Programme ว่า หลักการใหญ่ๆ คือ จะปรับให้แนวทางการพิจารณาอนุมัติโครงการและการเปิดรับผู้เข้าร่วมเสนอโครงการจากภายนอกสหภาพยุโรป มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อกระตุ้นให้มีผู้เสนอโครงการเข้ามาในกรอบนี้มากขึ้น อาทิ ประเทศที่เป็น lead country ในโครงการ ไม่จำเป็นต้องเป็นประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป หรือประเทศที่กำลังจะเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป แต่อาจให้ประเทศนอกสหภาพยุโรป เป็น lead country ได้ นอกจากนี้ สาขาของโครงการวิจัยก็จะปรับให้กว้างและเพิ่มรายสาขามากขึ้น โดยในขณะนี้ ทราบว่าจะเพิ่มเป็น 9 สาขา ได้แก่ 1) สุขภาพอนามัย 2) อาหาร การเกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพ 3) ICT 4) นาโนเทคโนโลยี 5) พลังงาน 6) สิ่งแวดล้อม 7) การคมนาคมขนส่ง รวมทั้งการบิน 8) เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ และมานุษยวิทยา 9) ความมั่นคงและอวกาศ นอกจากนี้ จะเน้นอีก 2 ด้านซึ่งเป็นความร่วมมือภายใต้ EURATOM คือ พลังงานฟิวชัน และการป้องกันการแผ่รังสีของนิวเคลียร์ โดยการพิจารณาข้อเสนอโครงการจะคำนึงถึงความต้องการของประเทศในภูมิภาคต่างๆ ที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกันกับสหภาพยุโรปด้วย ส่วนงบประมาณ จะเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเป็น 67.8 พันล้านยูโร
เป็นที่น่าสังเกตว่า ใน 7th Framework Programme นี้ มีด้านพลังงานเข้ามาใหม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมาธิการยุโรปอธิบายว่า เป็นไปตามกระแสโลกจากวิกฤตการณ์พลังงานในปัจจุบัน โดยจะเน้นพลังงานทดแทนใหม่ๆ และการใช้พลังงานอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ
7th Framework Programme นี้ จะเป็นโอกาสที่สำคัญประการหนึ่งในการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันระหว่างประเทศของประเทศไทย และน่าที่หน่วยราชการไทยที่เกี่ยวข้อง จะให้ความสนใจมากขึ้นในการที่จะเข้าไปร่วมมือกับประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป เพื่อร่วมกันวิจัยและพัฒนาในด้านต่างๆ ที่จะเป็นผลประโยชน์ของไทยและยุโรป โดยอาศัยทักษะ ความเชี่ยวชาญของสหภาพยุโรป ซึ่งมีอยู่อย่างมากในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพลังงานทดแทน การเกษตร อาหาร ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่เป็นด้านที่ประเทศไทยให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ ซึ่งคณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรปจะได้ติดตามความคืบหน้าในเรื่องนี้ต่อไป รายละเอียดเพิ่มเติม โปรดดูได้ที่เว็บไซต์ของคณะกรรมาธิการยุโรป http://europa.eu.int/comm/research ในหัวข้อ 7th Framework Programme หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Related Items:
- EU ยังด้อยกว่าสหรัฐฯและญี่ปุ่นในด้านนวัตกรรม
- EU สนับสนุนการเข้ามาทำวิจัยของนักวิจัยจากประเทศนอกสหภาพยุโรป
- Janez Potocnik เปิดตัว FP7
- The University of Leuven กับการวิจัยระดับโลก
- การขนส่ง กับทุนวิจัยของสหภาพยุโรป ค.ศ. 2010
|
|
Last Updated ( Wednesday, 22 February 2006 )
|