การประชุม Governing Body ของธนาคารกลางยุโรป (ECB) 6 ก.ย. 2555 Print E-mail
Contributed by คณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป   
Tuesday, 11 September 2012

รายงานสาระสำคัญถ้อยแถลงนาย Mario Draghi ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) หลังเสร็จสิ้น การประชุม ECB Governing Council (GC) เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2555 สรุปได้ ดังนี้ 

                   1. โครงการซื้อพันธบัตร/ตราสารหนี้ระยะสั้น (1-3 ปี) Outright Monetary Transactions (OMTs) – ที่ประชุม GC เห็นชอบให้ ECB ดำเนินโครงการ OMTs ทดแทนโครงการ Securities Markets Programme (SMP) เพื่อกว้านซื้อพันธบัตร/ตราสารหนี้ภาครัฐของสมาชิกเขตยูโรโซนระยะเวลาจ่ายคืน 1 - 3 ปีในตลาด “secondary markets”  อย่างไม่มีข้อจำกัดด้านเพดานวงเงิน  ซึ่ง ECB คาดหวังว่า OMTs จะช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพของกลไกและมาตรการด้านการเงินในการส่งผลที่พึงประสงค์ต่อภาคเศรษฐกิจแท้จริง และช่วยแก้ไขปัญหาภาวะบิดเบือนของอัตราดอกเบี้ยและตลาดพันธบัตร/ตราสารหนี้อันเป็นผลมาจากนักลงทุนขาดความเชื่อมั่นต่ออนาคตของสกุลเงินยูโร อย่างไรก็ดี การเข้าร่วมโครงการ OMTs มีเงื่อนไขสำคัญคือสมาชิกยูโรโซนที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการจักต้องยอมรับพันธกรณีด้านการปฏิรูปนโยบายเศรษฐกิจมหภาคตามที่กำหนดไว้ภายใต้กลไก European Financial Stability Facility (EFSF) และ European Stability Mechanism (ESM) (เช่นกรณีโปรตุเกส ไอร์แลนด์ที่มีข้อตกลงโครงการความช่วยเหลือเต็มรูปแบบ) หรือภายใต้กลไก “Enhanced Conditions Credit Line” (เช่น กรณีสเปน ซึ่งมีเพียง MOU แต่ไม่มีข้อตกลงโครงการความช่วยเหลือเต็มรูปแบบ)  ทั้งนี้ IMF จะเข้ามามีบทบาททั้งในเรื่องการกำหนดเงื่อนไขรายประเทศ รวมทั้งการกำกับดูแลความคืบหน้าในการดำเนินการตามเงื่อนไข  ส่วน GC จะเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องการอนุมัติโครงการ รวมทั้งการระงับโครงการหากสมาชิกยูโรโซนใดไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไข

                    2. สภาวะเศรษฐกิจเขตยูโรโซน – ที่ประชุม GC รับทราบว่า อัตราเงินเฟ้อของเขตยูโรโซนเมื่อเดือน ส.ค. 2555 อยู่ที่ 2.6% เพิ่มสูงขึ้นจากเดือน ก.ค. 2555 ประมาณ 0.2%  อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจเขตยูโรโซนหดตัว -0.2% ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ หลังจากไม่มีการเติบโตเลย (0%) ในไตรมาสแรก และคาดหมายว่าเศรษฐกิจยูโรโซนในไตรมาส 3 และ 4 ของปี 2555 จะมีความอ่อนแอต่อเนื่องต่อไป ส่งผลให้การคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเขตยูโรโซนในปี 2555 และปี 2556 อยู่ที่ -0.6% ถึง -0.2% และ -0.4% ถึง 1.4% ตามลำดับ ส่วนการฟื้นตัวในอนาคตนั้นน่าจะเป็นไปอย่างช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากกระบวนการปรับตัวและการปฏิรูปทั้งในภาคเศรษฐกิจแท้จริงและภาคการเงินยังต้องใช้เวลาสักระยะกว่าจะเห็นผล  ตลาดยังมีความผันผวน รวมทั้งหลายประเทศกำลังประสบปัญหาอัตราว่างงานสูง ฯลฯ  ในการนี้ ECB จะยังไม่ปรับอัตราดอกเบี้ยหลักของ ECB โดยให้คงอัตราดอกเบี้ย “refinancing rate” ที่ 0.75% และ “deposit rate” ที่ 0% ต่อไป

                     3. ข้อสังเกต: การออกมาตรการ OMTs ครั้งนี้มิได้เกินความคาดหมายและได้รับการตอบรับอย่างดีจากตลาดหลักทรัพย์ทั้งในยุโรปและภูมิภาคอื่น โดยดัชนีต่างๆ ได้ปรับตัวสูงขึ้นหลังทราบข่าวการตัดสินใจของ GC ในเรื่อง OMTs เช่น  S&P ปรับขึ้น 1.9% ส่วน DAX และ FTSE ปรับขึ้น 2.9% และ 2.1% ตามลำดับ นอกจากนี้ การออกมาตรการ OMTs นับว่ามีนัยสำคัญในแง่ของการ “reposition ECB” ให้เป็นศูนย์กลางของมาตรการเพื่อกอบกู้วิกฤติยูโรโซนครั้งนี้ โดยเฉพาะการขยายบทบาทในการเข้าไปแทรกแซงตลาดพันธบัตร / ตราสารหนี้ภาครัฐได้โดยตรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งเท่ากับเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการดำเนินงานในส่วนของ ECB หากมีการจัดตั้งสหภาพธนาคารหรือการออกพันธบัตรยูโรร่วมในอนาคตต่อไปด้วย  อย่างไรก็ดี คงต้องติดตามต่อไปว่า มาตรการ OMTs ครั้งนี้จะมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงไรในการช่วยแก้ไขปัญหาบิดเบือนของดอกเบี้ยและตลาดพันธบัตร/ตราสารหนี้ เนื่องจากต้องรอผลการเจรจาเรื่องเงื่อนไขระหว่างประเทศต่างๆ เช่น สเปน และอิตาลี ฯลฯ กับ ECB และ IMF หากจะเข้าร่วมโครงการ OMTs  รวมทั้งท่าทีของเยอรมนีด้วย เนื่องจากมีรายงานข่าวว่าเยอรมนีเป็นประเทศเดียวที่คัดค้านโครงการ OMTs ใน ที่ประชุม GC เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 55  นอกจากนี้ ทางออกจากวิกฤติอย่างถาวรครั้งนี้ของยูโรโซนคงขึ้นอยู่กับพัฒนาการการจัดตั้งสหภาพต่างๆ อย่างน้อย 4 ด้านด้วย กล่าวคือสหภาพธนาคาร  สหภาพการคลัง  สหภาพเศรษฐกิจและสหภาพการเมือง
      
สามารถเรียกดูรายละเอียดได้ที่  http://www.ecb.int/press/pressconf/2012/ html/is120906.en.html#   

Add this page to your favorite Social Bookmarking websitesReddit! Del.icio.us! Mixx! Free and Open Source Software News Google! Live! Facebook! Yahoo!

Last Updated ( Tuesday, 11 September 2012 )
host by optimizeserver.com