|
คณะกรรมาธิการยุโรปประกาศแก้ไขภาคผนวกที่ ๑ ของมาตรการสุ่มตรวจเข้มพืชกลุ่มเสี่ยงที่ส่งไปจำหน่ายยังสหภาพยุโรป (Review ครั้งที่ ๘)--ตามที่สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรปได้เคยรายงานผลการ พิจารณาปรับมาตรการสุ่มตรวจเข้มผักไทย ๑๐% - ๕๐% ณ ด่านนำเข้าของสหภาพยุโรป ตามกฎระเบียบ EC Regulation ๖๖๙/๒๐๐๙ ที่ออกมาตรการสุ่มตรวจเข้มพืชกลุ่มเสี่ยงของประเทศที่สามที่ส่งไปจำหน่าย ยังสหภาพยุโรป โดยให้มีผลปรับใช้แล้วมาตั้งแต่วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๓ นั้น
บัดนี้ จากการติดตามครั้งล่าสุดพบว่า คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศ Commission Implementing Regulation (EU) No ๕๑๔/๒๐๑๒ of ๑๘ June ๒๐๑๒ amending Annex I to Regulation (EC) No ๖๖๙/๒๐๐๙ implementing Regulation (EC) No ๘๘๒/๒๐๐๔ of the European Parliament and of the Council as regards the increased level of official controls on imports of certain feed and food of non-animal origin ใน EU Official Journal L ๑๕๘/๒ ลงวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๕ ซึ่งผลการ Review ครั้งนี้ เป็นครั้งที่ ๘ นับจากที่มีการปรับใช้กฎระเบียบนี้ ซึ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างจากการ Review ครั้งที่ผ่านมา โดยสรุปภาพรวมที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยได้ ดังนี้
๑. EU ให้คงมาตรการตรวจเข้มเพื่อหาสารฆ่าแมลงตกค้างที่ระดับ ๕๐% ในผัก ๓ ประเภท คือ ผักในกลุ่มมะเขือ กลุ่มกะหล่ำ และถั่วฝักยาว ทั้งในรูปของผักสด แช่เย็น และแช่แข็ง
๒. EU ให้คงมาตรการตรวจเข้มเพื่อหาสารฆ่าแมลงตกค้างที่ระดับ ๒๐% ในผัก ๒ ประเภท คือ ผักชี และกะเพรา-โหระพา ในรูปของผักสด
๓. EU ให้คงมาตรการตรวจเข้มเพื่อหาเชื้อซัลโมแนลล่าที่ระดับ ๑๐% ในผัก ๓ ประเภท คือ ผักชี กะเพรา-โหระพา และสะระแหน่ ในรูปของผักสด
๔. EU ให้คงมาตรการตรวจเข้มเพื่อหาสารฆ่าแมลงตกค้างที่ระดับ ๑๐% ในพริก (สด) สำหรับรายละเอียดที่เกี่ยวข้องสามารถศึกษาได้จากเว็บไซต์ดังนี้ http://eur-lex.europa.eu/LexUriServ/LexUriServ.do?uri=OJ:L:2012:158:0002:0008:EN:PDF
กฎระเบียบฉบับนี้จะมีผล ๓ วันหลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศในวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๕) และให้ปรับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕ เป็นต้นไป
|