ไทยมีโรงคัดบรรจุล่าสุด ๑๔ รายแล้ว ณ วันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๕ Print E-mail
Contributed by สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป   
Wednesday, 13 June 2012

เพื่อแก้ไขปัญหาการส่งออกผักไทยไปยังสหภาพยุโรปที่มีขึ้นตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ณ วันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๕  กรมวิชาการเกษตรได้ดำเนินมาตรการควบคุมพิเศษระบบบัญชีรายชื่อโรงคัดบรรจุ (Establishment list)  โดย วันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ไทยมีโรงคัดบรรจุที่ผ่านการพิจารณาตามหลักเกณฑ์มาตรการที่กำหนดเป็นจำนวนรวม ๑๔  รายแล้ว โดยมีโรงคัดบรรจุของบริษัท ลองเทอม เทรดดิ้ง จำกัด พาร์ท จำกัด เป็นรายล่าสุด ติดตามรายละเอียดได้ดังนี้ 

                      ๑.๑ โรงคัดบรรจุของบริษัท สวิฟท์ จำกัด พืชที่ผ่านการพิจารณา ได้แก่ กะเพรา โหระพา มะเขือเปราะ มะเขือเหลือง พริกชี้ฟ้า พริกขี้หนู  และผักชีฝรั่ง (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๔) ถั่วฝักยาว คะน้า ผักกาดขาว ผักชี (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕) และเริ่มส่งออกตั้งแต่วันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๔

                      ๑.๒ โรงคัดบรรจุของบริษัท ไทยเวอร์ล อิมปอร์ต เอ็กซปอร์ต จำกัด พืชที่ผ่านการพิจารณา ได้แก่ โหระพา มะเขือเปราะ (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๔) พริกชี้ฟ้า (ได้รับการอนุญาต ตั้งแต่วันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๕) ผักชีฝรั่ง (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๕๔) มะระ (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๔)  ถั่วฝักยาว (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕)  และพริกขี้หนู (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๕) และเริ่มส่งออกตั้งแต่วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๔

                      ๑.๓ โรงคัดบรรจุของบริษัท คูรเนอร์ อะโกร เอ็กซปอร์ต เซ็นเตอร์ จำกัด พืชที่ผ่าน การพิจารณา ได้แก่ มะเขือเปราะ พริกชี้ฟ้า (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๔) โหระพา กะเพรา (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๔) พริกขี้หนู (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๕๕) และเริ่มส่งออกตั้งแต่วันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๔

                      ๑.๔ โรงคัดบรรจุของบริษัท อะกริ เฟรช จำกัด พืชที่ผ่านการพิจารณา ได้แก่ กะเพรา โหระพา  และพริกชี้ฟ้า (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๔) พริกขี้หนู (ได้รับการอนุญาต ตั้งแต่วันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๕๕) และเริ่มส่งออกตั้งแต่วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๔

                      ๑.๕ โรงคัดบรรจุของบริษัทเอเชีย เอ็กโซติค คอร์ปอเรชั่น จำกัด    พืชที่ผ่านการพิจารณา ได้แก่ พริกขี้หนู (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๔) พริกชี้ฟ้า (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๕๕)  แต่ ณ ขณะนี้ ยังไม่ได้เริ่มส่งออก

                      ๑.๖ โรงคัดบรรจุของบริษัท เอ็กเซล ฟรุ๊ทต์ จำกัด พืชที่ผ่านการพิจารณา ได้แก่  กะเพรา (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๔) พริกขี้หนู (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๔) มะเขือเปราะ และโหระพา (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๔) ถั่วฝักยาว และขึ้นฉ่าย ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕) พริกชี้ฟ้า (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๕๕) ผักชี (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๕) และเริ่มส่งออกตั้งแต่วันที่ ๘ มกราคม ๒๕๕๕          

                      ๑.๗ โรงคัดบรรจุของบริษัท วี.เอส. เฟรชโค จำกัด    พืชที่ผ่านการพิจารณา ได้แก่  โหระพา (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๔) มะระ (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๔) ผักชีฝรั่ง กะเพรา  และพริกชี้ฟ้า (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๔) ผักชี  (ได้รับการ อนุญาตตั้งแต่วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๕)  พริกขี้หนู (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๕๕) และเริ่มส่งออกตั้งแต่วันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๔

                      ๑.๘ โรงคัดบรรจุของบริษัท พีดีไอ เทรดดิ้ง จำกัด    พืชที่ผ่านการพิจารณา ได้แก่   โหระพา กะเพรา มะเขือเปราะ พริกชี้ฟ้า และพริกขี้หนู (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๔) คะน้า (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕) ถั่วฝักยาว ผักชี และขึ้นฉ่าย (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕)   และเริ่มส่งออกตั้งแต่วันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๕

                      ๑.๙ โรงคัดบรรจุของบริษัท ชัชวาล อิมปอร์ต เอ็กซปอร์ต แอน แพคเกจจิ้ง จำกัด    พืชที่ผ่านการพิจารณา ได้แก่  มะเขือเปราะ  มะระ (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๔) พริกขี้หนู (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๕) ผักชี (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕) ถั่วฝักยาว (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕) พริกชี้ฟ้า (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๕๕) คะน้า (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๕) โหระพา (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕) และผักกาดขาว (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕)   และเริ่มส่งออก ตั้งแต่วันที่  ๑๐ มกราคม ๒๕๕๕                  

                      ๑.๑๐ โรงคัดบรรจุของบริษัท กูร์เม่ท์ ไลน์ จำกัด    พืชที่ผ่านการพิจารณา ได้แก่  โหระพา กะเพรา  พริกชี้ฟ้า ผักชีฝรั่ง มะเขือม่วง และมะเขือเปราะ (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๔) พริกขี้หนู (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๕๕) ผักชี ถั่วฟักยาว คะน้า ผักกาดขาว ขึ้นฉ่าย (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๕) และเริ่มส่งออกตั้งแต่วันที่  ๒๙ มกราคม ๒๕๕๕

                     ๑.๑๑ โรงคัดบรรจุของบริษัท อาร์ พี อาร์ คอนเซาล์ติ้ง แอน เทรดดิ้ง จำกัด    พืชที่ผ่านการพิจารณา ได้แก่  โหระพา กะเพรา  พริกชี้ฟ้า (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๕) พริกขี้หนู (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๕๕) และเริ่มส่งออกตั้งแต่วันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๕

                     ๑.๑๒ โรงคัดบรรจุของบริษัท กำแพงแสน คอมเมอร์เชียล จำกัด    พืชที่ผ่านการพิจารณา ได้แก่  โหระพา (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๕) แต่ ณ ขณะนี้ ยังไม่ได้เริ่มส่งออก

                     ๑.๑๓ โรงคัดบรรจุของบริษัท ธนาสารท จำกัด    พืชที่ผ่านการพิจารณา ได้แก่   กะเพรา  พริกชี้ฟ้า พริกขี้หนู มะเขือเปราะ ถั่วฝักยาว คะน้า ผักกาดขาว ขึ้นฉ่าย (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๓ เมษายน ๒๕๕๕) โหระพา และมะระ (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๕)  และเริ่มส่งออกตั้งแต่วันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๕ 

                     ๑.๑๔ โรงคัดบรรจุของบริษัท ลองเทอม เทรดดิ้ง จำกัด พาร์ท   พืชที่ผ่านการพิจารณา ได้แก่  มะเขือเปราะ (ได้รับการอนุญาตตั้งแต่วันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕) แต่ ณ ขณะนี้ ยังไม่ได้เริ่มส่งออก

ทั้งนี้ตั้งแต่ เดือนมกราคม ๒๕๕๕ เป็นต้นมา กรมวิชาการเกษตรได้มีการเพิ่มชนิดผักที่อยู่ภายใต้การควบคุมพิเศษนี้ขึ้นอีก ๖ รายการ อันได้แก่ ถั่วฝักยาว ผักตระกูลกะหล่ำ สะระแหน่ ผักชี และขึ้นฉ่าย ซึ่งผักทั้ง ๕ รายการดังกล่าวนี้อยู่ภายใต้มาตรการสุ่มตรวจเข้ม (๑๐% - ๕๐%) ณ ด่านนำเข้าของ EU ภายใต้กฎระเบียบ EC Regulation ๖๖๙/๒๐๐๙ แล้วมาตั้งแต่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๓

ภูมิหลัง

                       การกำหนดให้โรงคัดบรรจุต้องขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรก่อนส่งออกไปอี ยู นอร์เวย์ และสมาพันธรัฐสวิส เป็นผลสืบเนื่องจากการที่อียูตอบรับข้อเสนอของไทย ที่ไทยจะใช้มาตรการตรวจเข้ม 100% กับผัก 5 กลุ่ม/16 ชนิดก่อนส่งออกไปยังอียู เพื่อป้องกันไม่ให้มีปัญหาการถูกตรวจพบศัตรูพืช ณ ด่านนำเข้าอียูอีก ซึ่งจะเป็นการช่วยให้ไทยสามารถปฎิบัติตามข้อกำหนดของอียูที่ปัจจุบันอนุโลม ให้การถูกตรวจพบปัญหาดังกล่าว ณ ด่านนำเข้าของอียูมีได้ไม่เกิน 5 ครั้งต่อปี  โดยหากไทยละเมิดเงื่อนไขดังกล่าว ทางอียูก็จะระงับการนำเข้าผักทั้ง 5 กลุ่ม/16 ชนิดจากไทยทันที  ทั้งนี้ อียูเริ่มนับปริมาณการถูกตรวจพบปัญหาศัตรูพืชดังกล่าวตามด่านนำเข้าทุกแห่ง ทั่วอียู 27 ประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2554 เป็นต้นมา                  

                        มาตรการการตรวจเข้มดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องจากการที่อียูมองว่าปัญหาผักไทย เป็นปัญหาเรื้อรังและหยั่งรากลึก เพราะมีการตรวจพบศัตรูพืชในสินค้าผักที่ด่านอียูเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ  ดังนั้น อียูจึงมีความเข้มงวดและจริงจังกับการตรวจสอบสินค้าผักจากไทยที่นำเข้ามาใน อียู โดยเน้น 1) เรื่องสุขอนามัยและความปลอดภัยของอาหารสำหรับผู้บริโภคยุโรป โดยเฉพาะเรื่องสารหรือยาฆ่าแมลงตกค้าง และเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ในผัก และ 2) เรื่องสุขอนามัยและความปลอดภัยของพืช คือโรคพืชและแมลงศัตรูพืชที่อาจติดมากับผักไทยและมาแพร่ขยายพันธุ์ในอี ยู                  

                     ภาครัฐไทยไม่ได้นิ่งนอนใจและได้พยายามออกมาตรการแก้ไขปัญหามาตลอด เริ่มจากกรมวิชาการเกษตรได้ร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ออกประกาศพืชควบคุม เฉพาะที่ต้องตรวจสารตกค้างก่อนส่งออกไปยังอียู ปัจจุบันกรมวิชาการเกษตรได้ออกมาตรการควบคุมพิเศษ โดยให้โรงคัดบรรจุจดทะเบียนแจ้งฟาร์มที่เป็นเครือข่าย (contracted farm) ว่ารับผักมาจากฟาร์มใดบ้าง โดยฟาร์มเองก็ถูกกำหนดให้ต้องได้มาตรฐาน Good Agricultural Practice (GAP) และต้องจดทะเบียนว่าจะส่งผักให้แก่โรงคัดบรรจุใดบ้าง ทั้งนี้เพื่อให้สามารถระบุได้ว่าผักที่ส่งออก มาจากฟาร์มและโรงคัดบรรจุใด (traceability)                      

                      นอกจากนี้ กรมวิชาการเกษตรยังประกาศให้โรงคัดบรรจุจะต้องมีการจัดทำมาตรฐานระบบ Good Manufacturing Practice (GMP) หรือหากเป็นไปได้ Hazard Analysis and Critical Control Points (HACCP) เพื่อรับรอง 1) ความสะอาดและสุขอนามัย ให้ปลอดเชื้อจุลินทรีย์ 2) สารเคมีตกค้าง และ 3) โรคและแมลงศัตรูพืช        

                      ผัก 5 กลุ่ม/16 ชนิดที่ถูกอียูเพ่งเล็งได้แก่ 1) พืชกลุ่ม Ocimum spp. ได้แก่ กะเพรา โหระพา แมงลัก ยี่หร่า 2) พืชกลุ่ม Capsicum spp. ได้แก่พริกหยวก พริกชี้ฟ้า พริกขี้หนู 3) พืชกลุ่ม Solanum melongena ได้แก่ มะเขือเปราะ มะเขือยาว มะเขือม่วง มะเขือเหลือง มะเขือขาว มะเขือขื่น 4) พืช Memordica charantia ได้แก่ มะระจีน มะระขี้นก และ 5) พืชกลุ่ม Eryngium foetidum ได้แก่ ผักชีฝรั่ง                   

                      การประกาศรายชื่อบริษัทที่ได้มาตรฐานตาม “establishment list” เพิ่มครั้งนี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการช่วยคลี่คลายสถานการณ์  “ผักไม่ผ่าน”  ของสินค้า 5 กลุ่ม/16 ชนิด   

                      จากการประชุมระดมความเห็นระหว่างหน่วยงาน/ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เกี่ยวกับความสัมพันธ์ ไทย-ยุโรป ณ โรงแรมสยามซิตี้ เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2554 ซึ่งจัดโดย กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ และมีผู้แทนกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นส. เสริมสุข สลักเพ็ชร์ ผ.อ. สำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช เข้าร่วมด้วย นั้น คาดว่าในอนาคต ระบบการผลิตผักผลไม้ไทยเพื่อส่งออกไปอียู ทั้งหมดจะต้องผ่านระบบการจัดทำบัญชีรายชื่อ (Establishment List) ซึ่งจะคล้ายกับในกรณีการส่งออกสินค้าปศุสัตว์และประมงของไทยไปอียู ในปัจจุบัน โดยเฉพาะแปลงเพาะปลูกผักจะต้องได้มาตรฐาน GAP หรือ GAP++ (ขึ้นอยู่กับความต้องการของคู่ค้า) โรงคัดบรรจุต้องได้มาตรฐาน GMP และ HACCP ซึ่งควบคุมทั้งเรื่องสุขอานามัย (สารตกค้าง เชื้อจุลินทรีย์) สุขอนามัยพืช (ศัตรูพืช) และการออกใบรับรองสุขอนามัยพืช (Phytosanitary Certificate) หากสินค้าได้รับการแจ้งเตือนว่าอียูตรวจพบปัญหา กรมวิชาการ เกษตรจะแจ้งให้บริษัทที่เกี่ยวข้องระงับการส่งออกจนกว่าจะแก้ปัญหาได้ โดยไม่กระทบการส่งออกของผู้ประกอบการรายอื่นๆ ที่มิได้มีปัญหา ขณะเดียว กัน กรมวิชาการเกษตรเห็นว่า เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยแต่ละราย ควรสร้างความเชี่ยวชาญของตนเองโดยผลิต/ส่งออกผักสด เฉพาะในรายการที่มีความถนัด ซึ่งจะช่วยให้การควบคุมคุณภาพ กระทำได้ง่ายขึ้น และสามารถส่งออกผักไปยังอียูได้โดยไม่มีปัญหาด้านมาตรฐาน

 


Add this page to your favorite Social Bookmarking websitesReddit! Del.icio.us! Mixx! Free and Open Source Software News Google! Live! Facebook! Yahoo!

Last Updated ( Wednesday, 13 June 2012 )
host by optimizeserver.com