ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ไทยกำลังจะได้รับการคุ้มครอง GI ของอียู Print E-mail
Contributed by คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป   
Tuesday, 05 June 2012

กำลังรอลุ้นว่าอีกไม่นานข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ หรือข้าวหอมมะลิที่ปลูกและผลิตใน 5 จังหวัดในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ (สุรินทร์ มหาสารคาม บุรีรัมย์ ยโสธร และร้อยเอ็ด) ของไทยจะได้รับการคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Protection of Geographical Indication) หรือที่รู้จักกันในนาม “จีไอ” (GI) จากสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นประเทศไทยจะเป็นประเทศแรกในกลุ่มประเทศอาเซียนที่ประสบความสำเร็จในการขอจดทะเบียน GI กับอียู และสินค้าข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ก็จะเป็นสินค้าจากอาเซียนประเภทแรกที่ได้รับตราสัญลักษณ์ GI ของอียู นอกจากข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้แล้ว ไทยยังกำลังรอลุ้นการคุ้มครอง GI สำหรับกาแฟดอยช้างและกาแฟดอยตุงที่กำลังรอการพิจารณาจากอียูอยู่ด้วย 

                    อียูใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ ส่งเสริมนวัตกรรม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าที่ผลิตในยุโรป ซึ่งการคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI เป็นเครื่องมือสำคัญประการหนึ่งที่อียูใช้คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาแก่สินค้าอียูกว่า 3,000 รายการ อาทิ ไวน์ 1,800 รายการ สุรา 330 รายการ รวมทั้งสินค้าเกษตรและอาหารอื่นๆ อีกกว่า 840 รายการ โดยมีสินค้าสำคัญๆ ของอียูที่มีชื่อเสียงติดตลาดและได้รับการคุ้มครอง GI อาทิ แฮม Parma, ชีส Roquefort หรือ Champagne เป็นต้น 

                    หากประสบความสำเร็จในการจดทะเบียน GI สำหรับสินค้าข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ครั้งนี้คงต้องยกเครดิตให้หน่วยงานภาครัฐไทยที่รับผิดชอบ ได้แก่ กรมทรัพย์สินทางปัญญา และกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นผู้ริเริ่มในการยื่นขอจดทะเบียน GI สินค้าข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ต่ออียูตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2551 ซึ่งต่อมาอียูได้ประกาศคำขอจดทะเบียนของไทยใน Official Journal เมื่อเดือนมิถุนายน 2553 และปัจจุบันมีทีมประเทศไทย ณ กรุงบรัสเซลส์ โดยเฉพาะสำนักงานพาณิชย์ ในต่างประเทศ ณ กรุงบรัสเซลส์คอยเป็นผู้ประสานงานติดตามผลอย่างใกล้ชิดกับฝ่ายอียู 

                    การขอจดทะเบียน GI สินค้าข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ของไทยไม่ใช่ว่าจะทำได้ง่ายและราบรื่น เพราะต้องประสบปัญหาเชิงเทคนิคต่างๆ นานาตั้งแต่แรกเริ่ม เนื่องจากมีประเทศสมาชิกอียู 5 ประเทศ ได้แก่ อิตาลี อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และเบลเยียม ได้ยื่นเรื่องคัดค้านการขอจดทะเบียนของไทย ใน 2 ประเด็นหลัก คือ (1) การจดทะเบียน GI ครอบคลุมถึงคำว่า “ข้าวหอมมะลิ” ซึ่งประเทศเหล่านี้เห็นว่าเป็นคำสามัญ (generic name) ซึ่งไม่สามารถขอรับความคุ้มครอง GI ได้ และขอให้ไทยสละสิทธิ์การคุ้มครองคำดังกล่าว และ (2) เงื่อนไขของไทยที่ให้ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ที่ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI จะต้องแปรรูปและบรรจุหีบห่อเฉพาะในพื้นที่แหล่งผลิตเท่านั้น ขณะที่ประเทศผู้คัดค้านต้องการนำเข้าข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ไปบรรจุและแปรรูปในอียูได้ 

                    เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงเทคนิคดังกล่าว คณะผู้แทนไทยนำโดยอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาต้องเดินทางไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของอียูและประเทศสมาชิกอียู 5 ประเทศที่คัดค้านการยื่นคำขอ GI ของไทยหลายต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ซึ่งอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้เข้าพบฝ่าย  อียูเพื่อติดตามความคืบหน้า และแจ้งการดำเนินการของฝ่ายไทย พร้อมกับย้ำท่าทีไทยอีกครั้งว่าการขอจด GI จะต้องครอบคลุมคำ “ข้าวหอมมะลิ” เพราะการดำเนินการครั้งนี้ของไทยจะเกี่ยวข้องกับกระบวนการคุ้มครองสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาในกรอบ GI เท่านั้น และคำว่า “ข้าวหอมมะลิ” ก็เป็นคำประดิษฐ์เฉพาะของภาษาไทย จึงไม่ใช่คำสามัญตามที่ฝ่ายอียูกล่าวอ้าง นอกจากนี้คำดังกล่าวยังได้รับการคุ้มครองสิทธิภายใต้กฎหมายเครื่องหมายการค้าของอียูแล้วด้วย ส่วนข้อกำหนดเรื่องการแปรรูปและบรรจุหีบห่อก็จะต้องดำเนินการใน 5 จังหวัดทุ่งกุลาร้องไห้เท่านั้น (โดยไม่สามารถดำเนินการในจังหวัดอื่นๆ ในประเทศไทย   หรือในอียูได้) ซึ่งการดำเนินการของฝ่ายไทยครั้งนี้ได้ส่งผลให้ฝ่ายอียูยอมรับและปรับเปลี่ยนท่าที โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องการคุ้มครองคำ “ข้าวหอมมะลิ” ซึ่งฝ่ายอียูได้ยอมรับในที่สุด ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อคำขอจดทะเบียน GI สินค้าข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ของไทยเป็นอย่างมาก

                     ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2555 เอกอัครราชทูต/หัวหน้าคณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป      นายอภิชาติ ชินวรรโณ  พร้อมด้วยอัครราชทูตฝ่ายการพาณิชย์ และอัครราชทูตฝ่ายการเกษตร ได้เข้าพบกับนาย ดาเซียน ซีโอโลส์ กรรมาธิการด้านการเกษตรและการพัฒนาชนบทของอียู (เทียบเท่ารัฐมนตรี) ซึ่งเอกอัครราชทูตฯ ได้ขอให้นายซีโอโลส์สนับสนุนการยื่นขอจด GI ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ของไทยต่อไป โดยให้เหตุผลว่าความสำเร็จในการจด GI ข้าวหอมมะลิของไทยดังกล่าวจะมีนัยสำคัญมาก เพราะนอกจากจะเป็นการสนับสนุนไทย ซึ่งเป็น “Friends of GI” ของอียูในกรอบองค์กรการค้าโลกแล้ว ยังนับเป็น GI แรกในอียูจากประเทศสมาชิกอาเซียน อันจะเป็นการช่วยตอกย้ำทั้งกับสมาชิกอาเซียนและประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ว่า GI มิได้มีขึ้นเพื่อประโยชน์เฉพาะประเทศพัฒนาแล้ว แต่สามารถเป็นเครื่องมือเพื่อประโยชน์สำหรับประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ในด้านการค้าและการพัฒนาประเทศด้วย

                      นายซีโอโลส์ กล่าวชื่นชมความพยามยามและความสำเร็จของไทย รวมทั้งขอบคุณที่ไทยสนับสนุนการคุ้มครองสิทธิ GI ทั้งในกรอบองค์การการค้าโลก และในประเทศไทยด้วย โดยยืนยันที่จะให้การสนับสุนน การดำเนินการขอจด GI ทั้งสามรายการของไทย ได้แก่ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ กาแฟดอยช้าง และกาแฟดอยตุง ต่อไป นอกจากนี้ นายซีโอโลส์ยังเสนอให้ฝ่ายไทยและฝ่ายอียูพิจารณาร่วมกันจัดงาน Reception    ที่รัฐสภายุโรป ณ กรุงบรัสเซลส์เพื่อฉลองความสำเร็จหากไทยได้รับการจด GI

                       แม้ว่าอียูจะยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ แต่เรื่องนี้ก็น่าจะเป็นข่าวดีและความภาคภูมิใจของประเทศไทยที่ส่งออกข้าวเป็นสินค้าหลักสู่ตลาดอียูและตลาดโลก ซึ่งหากไทยจะได้รับการคุ้มครอง GI จากอียูก็จะเป็นการสร้างชื่อเสียง ยกระดับ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าข้าวหอมมะลิไทย รวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมๆ กับการช่วยเสริมสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรนาข้าวใน 5 จังหวัดทุ่งกุลาร้องไห้ รวมทั้งชื่อเสียงของทุ่งกุลาร้องไห้สู่ระดับสากลต่อไป

                       อย่างไรก็ดี หลังจากได้รับการจด GI แล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยรวมทั้งเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ควรต้องเร่งทำการบ้านเพื่อสร้างหลักประกันว่า หากข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ติดตลาดและเป็นที่นิยมของผู้บริโภคในยุโรปแล้ว เรื่องคุณภาพ ปราศจากการปลอมปน ปริมาณและกำลังผลิตที่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค รวมทั้งการส่งเสริมตราสัญลักษณ์และการประชาสัมพันธ์ข้าวหอมมะลิของไทยจะต้องมีนโยบายและมาตรการรองรับที่เหมาะสม   เพื่อช่วยผลักดันให้ข้าวหอมมะลิไทยสามารถครองใจผู้บริโภคยุโรปตราบนานเท่านาน

                       นอกจากนี้แล้ว ไทยจะเป็นเจ้าภาพร่วมกับองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (World Intellectual Property Organisation: WIPO) จัดประชุมสัมมนานานาชาติว่าด้วยสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Worldwide Symposium on Geographical Indications) ที่กรุงเทพฯ ในช่วงกลางปี 2556 หรือปีหน้าที่จะถึงนี้  จะเป็นโอกาสดีที่จะส่งเสริมสินค้า GI ของไทย ขยายโอกาสทางการตลาด และร่วมแบ่งปัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนานาชาติในเรื่องนี้



 

 

 

Add this page to your favorite Social Bookmarking websitesReddit! Del.icio.us! Mixx! Free and Open Source Software News Google! Live! Facebook! Yahoo!

Related Items:

  1. Designing your packaging for European Markets: Be Sustainable
  2. EU กำหนดค่าตกค้างสูงสุดของยารักษาโรคสัตว์บางรายการในอาหารเพื่อการบริโภค
  3. EU กำหนดค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของยารักษาโรคสัตว์ ๓ รายการในอาหารที่มีแหล่งกำเนิดมาจากสัตว์
  4. EU กำหนดชนิดของยาฆ่าแมลงภายใต้การสุ่มตรวจเข้ม 50% สินค้าผักนำเข้าจากไทย
  5. EU กำหนดเอกสารรับรองสำหรับหอยมีชีวิตและปลามีชีวิตที่ได้จากการเพาะเลี้ยง
Last Updated ( Tuesday, 05 June 2012 )
host by optimizeserver.com