อียูส่งร่างความตกลงการต่อต้านการค้าสินค้าปลอมแปลงให้ศาลยุโรปตีความ Print E-mail
Contributed by สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงบรัสเซลส์   
Tuesday, 17 April 2012

คณะกรรมาธิการยุโรปของอียูตัดสินใจส่งเรื่องการต่อต้านการค้าสินค้าปลอมแปลง (Anti-Counterfeiting Trade Agreement หรือ ACTA)ให้ศาลยุติธรรมยุโรป (European Court of Justice หรือ ECJ) พิจารณาแล้วว่า ACTA สอดคล้องหรือขัดแย้งต่อหลักการและสนธิสัญญาและความตกลงอื่นๆ ของสหภาพยุโรปหรือไม่ อย่างไร

สืบเนื่องจากการที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายภาคส่วนรวมทั้งสมาชิกรัฐสภา ยุโรปบางกลุ่มว่า ร่างความตกลงว่าด้วยการต่อต้านการค้าสินค้าปลอมแปลง (Anti-Counterfeiting Trade Agreement หรือ ACTA) ที่คณะกรรมาธิการยุโรปของอียู ได้เจรจาร่วมกับประเทศอื่นๆ นั้น มีเนื้อหาที่ขัดต่อหลักการพื้นฐานด้านสิทธิมนุษยชน เนื่องจากเป็นการปิดกั้นสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก ส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงยาและการได้รับการคุ้มครองสุขภาพจากภาครัฐ และขัดต่อสนธิสัญญาก่อตั้งสหภาพยุโรปในหลายแง่มุม อีกทั้งการเจรจา ACTA ที่ผ่านมาขาดความโปร่งใส โดยเฉพาะในแง่การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชน จึงมีการรณรงค์ให้รัฐสภายุโรปปฏิเสธการให้ความเห็นชอบต่อร่าง ACTA ดังกล่าว ส่งผลให้รัฐสภายุโรปต้องจัดการสัมมนาเกี่ยวกับเรื่องนี้และเชิญทุกฝ่ายที่ เกี่ยวข้องมาแสดงความคิดเห็น นั้น  

บัดนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปได้ตัดสินใจเสนอประเด็นข้อกฎหมายต่างๆ ให้ศาลยุติธรรมยุโรป (European Court of Justice หรือ ECJ) พิจารณาว่า ACTA สอดคล้องหรือขัดแย้งต่อหลักการและสนธิสัญญาและความตกลงอื่นๆ ของสหภาพยุโรปหรือไม่ โดยเฉพาะในส่วนของสิทธิขั้นพื้นฐานที่สหภาพยุโรปให้แก่ประชาชน (Charter of Fundamental Rights of the European Union) ในการนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปด้านการค้าเห็นว่า การส่งเรื่องให้ ECJ พิจารณาเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากมีประชาชนนับหมื่นคนจากหลายภาคส่วนแสดงความกังวลในเรื่องดังกล่าว จึงควรที่จะให้องค์กรสูงสุดและมีความเป็นอิสระเป็นผู้ชี้ขาดในเรื่องนี้ และหวังว่ารัฐสภายุโรปจะรอฟังผลคำวินิจฉัยก่อนลงมติรับหรือไม่รับร่าง ACTA 
 

ข้อสังเกต

1.    ที่ผ่านมาองค์กร NGOs ต่างๆ ได้ออกมาวิจารณ์เกี่ยวกับความไม่โปร่งใสของการเจรจา ACTA ตลอดจนผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการเข้าถึงยา และสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก แต่คณะกรรมาธิการยุโรปด้านการค้าก็ได้ยืนยันมาโดยตลอดว่า การเจรจามีความโปร่งใส เนื่องจากได้มีการแจ้งความคืบหน้าให้รัฐสภายุโรปทราบเป็นระยะๆ และมีการแลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้มีส่วนได้เสียอย่างสม่ำเสมอ แต่เนื่องจาก ACTA ส่งผลกระทบในวงกว้างและเกี่ยวเนื่องกับทุกอุตสาหกรรมและประชาชนส่วนใหญ่ จึงทำให้การหารือกับผู้มีส่วนได้เสียไม่สามารถทำได้ครอบคลุมทั้งหมด เป็นเหตุให้เกิดการรณรงค์ต่อต้านการจัดทำ ACTA ดังกล่าว

2.    นอกจากนี้ บทบัญญัติของ ACTA ยังมีความคลุมเครือในหลายประเด็นเช่น การตีความคำว่า commercial scale ซึ่งจะเป็นเส้นแบ่งระหว่างความผิดทางแพ่งและความผิดทางอาญา และการกำหนดให้ ISP ต้องมีหน้าที่เฝ้าระวังการกระทำละเมิด ซึ่ง ACTA ไม่สามารถกำหนดรายละเอียดให้ชัดเจนได้ ซึ่งเป็นลักษณะทั่วไปของกฎหมายระหว่างประเทศ ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างว่า จะเป็นการเปิดช่องให้มีการตีความและนำไปสู่การบัญญัติกฎหมายภายในประเทศและการปฏิบัติที่แตกต่างกัน ซึ่งจะก่อให้เกิดความลักหลั่นในการบังคับใช้กฎหมายและเป็นอุปสรรคทางการค้าตามมาในที่สุด

3.    หาก ACTA ได้รับการวินิจฉัยจาก ECJ ว่ามีความสอดคล้องกับหลักการพื้นฐานและสนธิสัญญาต่างๆ ของสหภาพฯ ดังกล่าวมาข้างต้น ก็มีแนวโน้มว่ารัฐสภายุโรปจะให้ความเห็นชอบและประเทศสมาชิกก็จะให้สัตยาบันรับรองในเวลาต่อมา ซึ่งจะมีผลให้คณะกรรมาธิการยุโรปด้านการค้านำ ACTA มาใช้เป็นแนวทางในการเจรจา FTA กับประเทศต่างๆ รวมทั้งผลักดันต่อในเวที WTO ส่วนประเทศที่เข้าร่วมเจรจา ACTA ด้วย เช่น สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ก็มีแนวโน้มที่จะนำไปผลักดันต่อในเวที APEC ซึ่งจะทำให้ไทยได้รับผลกระทบและถูกกดดันให้ปฏิบัติหรือยอมรับการเข้าเป็นภาคี ACTA ในอนาคต
 

Add this page to your favorite Social Bookmarking websitesReddit! Del.icio.us! Mixx! Free and Open Source Software News Google! Live! Facebook! Yahoo!

Related Items:

  1. การประชุม Human Rights Council (HRC) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 4 เรื่องสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในดาร์ฟูร์
Last Updated ( Tuesday, 17 April 2012 )
host by optimizeserver.com