|
รัฐบาลโปรตุเกสประกาศยึดมั่นปฏิบัติตามเงื่อนไขการขอรับความช่วยเหลือทางการเงินจาก Troika (EU / ECB / IMF) พร้อมยืนยันโปรตุเกสอยู่ในสภาพที่ดีขึ้นที่จะการบรรลุเป้าหมายการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และจะเน้นการสร้างงานให้เป็นวาระแห่งชาติอันดับแรก เนื่องจากตระหนักถึงปัญหาการว่างงาน โดยคาดว่าในปีนี้จะมีอัตราการว่างงาน 14.5% ซึ่งสูงกว่าที่ประมาณการไว้ ทั้งนี้ รัฐบาลจะเน้นการสร้างเงื่อนไขและบรรยากาศเพื่อกระตุ้นการจ้างงานในภาคเอกชน ติดตามรายงานเศรษฐกิจของธนาคารกลางโปรตุเกสประจำงวดฤดูใบไม้ผลิ ค.ศ. 2012 และทรรศนะของนายกรัฐมนตรีโปรตุเกสเกี่ยวกับเศรษฐกิจโปรตุเกสตามที่ปราศรัย/ให้สัมภาษณ์ในโอกาสต่าง ๆ ได้ดังนี้
1. ธนาคารกลางโปรตุเกสเผยแพร่รายงานเศรษฐกิจงวดฤดูใบไม้ผลิ ปี ค.ศ. 2012
เมื่อวันที่ 29 มีนาคม ค.ศ. 2012 ธนาคารกลางโปรตุเกสเผยแพร่รายงานเศรษฐกิจประจำงวด ฤดูใบไม้ผลิ ปี ค.ศ. 2012 สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
1.1 อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
ธนาคารกลางฯ ปรับประมาณการการลดลงของ GDP ในปี ค.ศ. 2012 จากเดิม -3.1 % เป็น -3.4 % และในปี ค.ศ. 2013 เศรษฐกิจโปรตุเกสจะมีเสถียรภาพ (ไม่ได้ระบุตัวเลข)
GDP ปี ค.ศ. 2011 ลดลงเมื่อเทียบกับปี ค.ศ. 2010 เท่ากับ -1.6% เนื่องจากความต้องการบริโภคภายในประเทศลดลง แต่มูลค่าการส่งออกสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น ทำให้ GDP ลดลง ไม่มากนัก 1.2 การลงทุนและการบริโภคภาคเอกชน
ธนาคารกลางประมาณการว่า การลงทุนในปี ค.ศ. 2012 จะลดลง -12% และในปี ค.ศ. 2013 จะลดลง -1.7% เนื่องจากภาคเอกชนมีมุมมองด้านลบต่อความต้องการในประเทศและข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งทุนของภาคเอกชน อย่างไรก็ตาม การลงทุนจะฟื้นตัวในปีหน้าเนื่องจากความต้องการบริโภคจากต่างประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
การบริโภคภาคเอกชน ปี ค.ศ. 2012 ลดลง -7.3% และปี ค.ศ. 2013 จะลดลง -1.9% เนื่องจากระดับรายได้ที่ใช้จ่ายได้ของประชาชนลดลง
1.3 อัตราเงินเฟ้อ
ธนาคารกลางฯ คาดว่า อัตราเงินเฟ้อในปีนี้มีแนวโน้มไม่สูงมากนัก แม้จะมีการปรับขึ้นภาษี โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อในปี ค.ศ. 2012 ประมาณ 3.2% และจะลดลงเหลือ 0.9% ในปีหน้า
1.4 ภาคการส่งออก และดุลบัญชีเดินสะพัด
การส่งออกเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงไม่ให้เศรษฐกิจโปรตุเกสตกต่ำมาก โดยในปีนี้ การส่งออกจะเพิ่มขึ้น 2.7% และในปีหน้าจะเพิ่มขึ้น 4.4%
การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดจะลดลงจาก -5.2% ในปี ค.ศ. 2011 เป็น -2.8% ในปี ค.ศ. 2012 และจะลดลงเหลือ -0.4% ในปี ค.ศ. 2013
1.5 การขาดดุลงบประมาณ
โปรตุเกสสามารถปรับลดการขาดดุลงบประมาณจากปี ค.ศ. 2011 ที่ 9.8% เป็น 4.5% ในปี ค.ศ. 2012 เนื่องจากการโอนเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคเอกชนไปอยู่ในความรับผิดชอบของรัฐบาล และในปี ค.ศ. 2013 จะขาดดุลภายในกรอบที่ EU กำหนดไว้ไม่เกิน 3%
1.6 ปัจจัยที่มีความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโปรตุเกส
ธนาคารกลางฯ ประเมินว่า ความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโปรตุเกสมาจากปัจจัยภายนอกประเทศ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับวิกฤตหนี้สินในยุโรป ทั้งนี้ หากสภาพเศรษฐกิจมหภาคมีแนวโน้มแย่ลง อาจจำเป็นต้องใช้มาตรการเพิ่มเติมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางเศรษฐกิจ
2. ทรรศนะของ นรม. โปรตุเกส เกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจของโปรตุเกส
ช่วงปลายเดือนมีนาคม ค.ศ. 2012 นาย Pedro Passos Coelho นรม. โปรตุเกส ได้แสดงทรรศนะเกี่ยวกับเศรษฐกิจโปรตุเกสในโอกาสต่าง ๆ อาทิ การประชุมใหญ่พรรค PSD การให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนท้องถิ่น และการกล่าวถ้อยแถลงในรัฐสภา สรุปสาระสำคัญของทรรศนะของ นรม. โปรตุเกส ดังนี้
2.1 รัฐบาลโปรตุเกสยึดมั่นปฏิบัติตามเงื่อนไขการขอรับความช่วยเหลือทางการเงินจาก Troika (EU / ECB / IMF)
2.2 โปรตุเกสอยู่ในสภาพที่ดีขึ้นที่จะการบรรลุเป้าหมายการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และจะเน้นเรื่องการสร้างงานให้เป็นวาระแห่งชาติอันดับแรก เนื่องจากตระหนักถึงปัญหาการว่างงาน โดยคาดว่าในปีนี้จะมีอัตราการว่างงาน 14.5% ซึ่งสูงกว่าที่ประมาณการไว้ ทั้งนี้ รัฐบาลจะเน้นการสร้างเงื่อนไขและบรรยากาศเพื่อกระตุ้นการจ้างงานในภาคเอกชน
2.3 หากปัจจัยภายนอกทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการปฏิบัติตามเงื่อนไขการขอรับความช่วยเหลือทางการเงิน รัฐบาลอาจจำเป็นต้องพิจารณา austerity measure เพิ่มเติม (อย่างไรก็ตาม การขอเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่ายที่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาไปแล้วนั้น ไม่ได้สะท้อนว่ารัฐบาลใช้มาตรการที่เข้มงวดมากกว่าเดิมแต่อย่างใด)
2.4 หากความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกเพิ่มขึ้นและโปรตุเกสยังไม่สามารถกู้ยืมเงินผ่านตลาดพันธบัตรระหว่างประเทศ Troika รับประกันว่าจะให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพิ่มเติมอย่างแน่นอน โดยมีเงื่อนไขว่าโปรตุเกสปฏิบัติตามเงื่อนไขการขอรับความช่วยเหลือทางการเงินอย่างเข้มงวด
2.5 จะเสนอแนวคิดต่อรัฐสภาให้กำหนดหลักปฏิบัติ (golden rule) ในรัฐธรรมนูญ เรื่องการจำกัดการขาดดุลงบประมาณและการก่อหนี้สาธารณะ (ซึ่ง ปธน. โปรตุเกสไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้) แต่หากไม่ได้รับการสนับสนุน ก็จะเสนอให้ระบุหลักปฏิบัติฯ ไว้ใน พรบ. งปม. แทน
2.6 ประสงค์จะเรียนรู้ประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ดีจากประเทศที่ประสบความสำเร็จด้านอุตสาหกรรมและการพัฒนาวิชาชีพ โดยเฉพาะเยอรมนี
Related Items:
- GDP สวีเดนไตรมาสสองเพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 5.5
- S&P ปรับลดอันดันความน่าเชื่อถือประเทศในเขตยูโรโซน
- การเคลื่อนย้ายแรงงานจาก EU-10 ไป EU-15 ไม่มากอย่างที่คิด
- การประชุมกลุ่มวิสัยทัศน์ FTA อาเซียน-EU ครั้งแรก
- การประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ASEM ครั้งที่ 6
|