|
ข้าวหอมมะลิไทยในตลาดยุโรป |
|
|
|
Written by คณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป
|
|
Tuesday, 03 April 2012 |
|
หลายคนตั้งข้อสงสัยว่าข้าวหอมมะลิไทยอาจถูกปลอมแปลงหรือปลอมปนโดยมี
ข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านที่ผลิตสินค้าข้าวได้เหมือนกับเราแต่ราคาถูกกว่าปน
มาด้วย
แต่จากการสุ่มตรวจข้างต้นพบว่าข้าวที่นำมาปนนั้นส่วนมากเป็นข้าวสายพันธุ์
ของไทยเอง
และสินค้าข้าวหอมมะลิที่ไม่ได้มาตรฐานจำนวนหนึ่งกลับมีตรารับรองมาตรฐาน
ของกระทรวงพาณิชย์ติดอยู่บนบรรจุภัณฑ์ด้วย
ในเรื่องนี้เราอาจมองได้หลายด้าน เช่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินระบบการควบคุมมาตรฐานสินค้าข้าวหอมมะลิเพื่อการส่งออกได้ดีแล้ว
แต่ผู้นำเข้าในยุโรปซื้อข้าวหอมมะลิแท้ไทยแล้วนำไปปนกับข้าวประเภทอื่นๆ เพื่อขายให้ได้กำไรมากขึ้น
หรือผู้ประกอบการไทยเองโดนกดราคาข้าวหอมมะลิจากผู้นำเข้ายุโรปจึงหาวิธีลดต้นทุนด้วยการปนข้าวสายพันธุ์อื่นๆ
และส่งไปขายในราคาที่ถูกกว่าราคาข้าวหอมมะลิแท้ตามสั่งของผู้นำเข้า
ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดก็ตามชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่ดีของข้าวหอมมะลิไทยย่อมได้รับผลกระทบในระยะยาวในที่สุดหากไม่มีการเร่งแก้ไข
โดยหัวใจสำคัญของเรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องการรักษาระบบมาตรฐานและการควบคุมและตรวจสอบมาตรฐานการส่งออกสินค้าข้าวไทยที่เข้มงวดและมีประสิทธิภาพ
ทั้งในประเทศและการสุ่มตรวจการปลอมปนในตลาดต่างประเทศหลายทางเช่นอียู ทั้งนี้ เพื่อให้ความมั่นใจแก่ผู้บริโภคว่าสินค้าข้าวไทยมีคุณภาพเยี่ยม
สมชื่อข้าวหอมมะลิไทยแท้
ตลาดการค้าข้าวโลก เป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงทั้งด้านคุณภาพและราคา
ประเทศไทยต้องเสริมสร้างระบบการควบคุมคุณภาพเพื่อให้สินค้าข้าวหอมมะลิไทยสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลกในแง่ของการมีคุณภาพและมาตรฐานสูง
ปัจจุบัน คู่แข่งสำคัญคือข้าวบาสมาติของอินเดีย ล่าสุด รายงานจาก Commodity Online ของอินเดียปรากฎว่า อินเดียได้แซงหน้าประเทศไทยครองตำแหน่งประเทศผู้ส่งออกสินค้าข้าว
(ที่ไม่ใช่ข้าวบาสมาติ) มากที่สุดในโลก เนื่องจากราคาข้าวไทยสูงขึ้นถึง 660
เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน ส่งผลให้เป็นขีดความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในด้านราคาต่ำลง
ดังนั้นไทยจึงต้องการแข่งขันด้านคุณภาพ มาตรฐาน
และการป้องกันการละเมิดสิทธิสินค้าข้าวไทย
ปัญหาเรื่องการปลอมแปลงและปลอมปนข้าวหอมมะลิไทยในตลาดต่างประเทศไม่ใช่เรื่องใหม่
และยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ในโลกยุคโลกภิวัตร ที่การแข่งขันการส่งออกสินค้ามีความเข้มข้นและไร้พรมแดน
ปัญหาใหญ่ในอนาคตที่จะตามมาอย่างรวดเร็ว คือ การเสียชื่อเสียง เสียโอกาส
และเสียตลาดสำคัญสำหรับสินค้าส่งออกที่สำคัญที่สุดของประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ประเทศไทยส่งออกข้าวเป็นสินค้าหลัก
และข้าวหอมมะลิเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย ตลาดสหภาพยุโรปหรืออียูเป็นตลาดผู้ซื้อข้าวไทยที่สำคัญ
ในปี 2554 ไทยส่งออกข้าวไปยังตลาดอียูประมาณ 400,000 ตัน อย่างไรก็ดี ผลการสุ่มตรวจตัวอย่างสินค้าข้าวไทยในประเทศยุโรป 5
ประเทศในเบื้องต้น ได้แก่ เยอรมนี เบลเยียม สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส
และเนเธอร์แลนด์ ที่จัดทำโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีสินค้าที่อ้างว่าเป็นข้าวหอมมะลิไทยแต่ไม่ได้มาตรฐานข้าวหอมมะลิแท้อยู่ไม่น้อย
หรือประมาณ ร้อยละ 40 ของตัวอย่างที่สุ่มตรวจ
กล่าวคือ มีปริมาณข้าวหอมมะลิไม่ถึงร้อยละ 92 ตามมาตรฐานที่กำหนดโดยกระทรวงพาณิชย์
Related Items:
- IISD เสนอทางเลือกรับมือกับสถานการณ์ราคาอาหารผันผวน
- ข้อเสนอของฝรั่งเศสเพื่อลดความผันผวนของราคาอาหาร
- ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการควบคุมข้าว GMO ในสหภาพยุโรป
- แนวทางแก้ไขวิกฤติราคาน้ำมันและอาหารเพิ่มขึ้น
- แนวโน้มส่งออกข้าวไทยไปสแกนดิเนเวีย
|
|
|