|
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงบรัสเซลส์ จัดการบรรยายเกี่ยวกับกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของสหภาพยุโรป เพื่อต้อนรับการมาเยือนของคณะผู้พิพากษาศาลฎีกาจากประเทศไทย
เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2554 ฯพณฯ นายอภิชาติ ชิณวรรโณ เอกอัครราชทูตและหัวหน้าคณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป ณ กรุงบรัสเซลส์ ได้เป็นประธานในพิธีเปิดการบรรยายเกี่ยวกับกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของ
สหภาพยุโรป เพื่อต้อนรับการมาเยือนของรองประธานศาลฎีกาและคณะผู้พิพากษารวม 37 ท่าน โดยมีเจ้าหน้าที่จาก DG TRADE คือ นาย Pedro Matins, Deputy Head of Unit และนาง Dominika Svozilova, Policy Officer เป็นวิทยากร โดยการบรรยายมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้
1. หน่วยงานของคณะกรรมาธิการยุโรปที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญามีหลายหน่วยงานได้แก่
1.1 DG Internal Market รับผิดชอบเรื่องการออกกฎหมายและกฎระเบียบที่ใช้บังคับระหว่างประเทศสมาชิก (ตลาดภายในของสหภาพฯ)
1.2. DG Trade รับผิดชอบเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างสหภาพฯ กับประเทศที่สาม
1.3. DG Agri รับผิดชอบเรื่องสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ทั้งภายในและภายนอกสหภาพฯ
1.4. DG Taxud รับผิดชอบเกี่ยวกับการปราบปรามการละเมิดตามจุดนำเข้า-ส่งออกสินค้าของสหภาพฯ ในภาพรวม โดยประสานงานกับหน่วยงานศุลกากรของแต่ละประเทศสมาชิก
1.5. DG อื่นๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญาเช่น DG Enterprise DG SANCO และ DG Environment ในด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรม การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ การควบคุมและกำหนดมาตรฐานเภสัชภัณฑ์ สารเคมีที่ใช้ในการเกษตร และพันธุ์พืช
2. การออกกฎหมายกลางของสหภาพฯ ในด้านทรัพย์สินทางปัญญาได้ดำเนินการในสองลักษณะคือ การออกเป็น Directive เพื่อปรับเนื้อหาสาระของกฎหมายของทุกสมาชิกให้สอดคล้องกัน (harmonization) และการสร้างระบบจดทะเบียนที่มีผลใช้บังคับในทุกประเทศสมาชิกซึ่งจะออกเป็น Regulation ดังเช่น ระบบ Community Trademark และ Design
3. ปัจจุบันมีการเสนอ Directive เพื่อปรับปรุงกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มเติมในเรื่องต่างๆ ดังนี้
3.1 ลิขสิทธิ์ : เสนอขยายระยะเวลาการคุ้มครองสิทธินักแสดงและผู้ผลิตสิ่งบันทึกเสียงจาก 50 ปีเป็น 70 ปี เสนอบทบัญญัติที่อนุญาตให้สามารถนำงานที่ไม่ปรากฏเจ้าของลิขสิทธิ์มาใช้ ในลักษณะต่างๆได้ และเสนอให้มีการปรับปรุงวิธีการบริหารจัดเก็บค่าตอบแทนลิขสิทธิ์ที่ เหมาะสมยิ่งขึ้น
3.2 สิทธิบัตร : เสนอให้มีระบบสิทธิบัตรที่สามารถจดทะเบียนครั้งเดียวแล้วมีผลคุ้มครองในทุกประเทศสมาชิก แต่ข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้รับการสนับสนุนจากอิตาลีและสเปน
4. สำหรับการคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ในสหภาพฯ นั้น มีสินค้าของสหภาพฯ ที่ได้รับการคุ้มครองในระบบ Protection of Designation of Origin และ Protection of Geographical Indication รวมกันแล้วเกือบ 3,000 รายการ แบ่งเป็นไวน์ 1,800 รายการ สุรา 330 รายการ สินค้าเกษตรและอาหาร 840 รายการ
5. ในการดำเนินนโยบายด้านการค้าระหว่างประเทศ สหภาพฯ ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการละเมิดในประเทศที่สามที่สินค้าของสหภาพฯ ถูกละเมิดสูง โดยใช้ IP Dialogues และการเจรจา FTA เป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาแบบทวิภาคี ส่วนในระดับพหุภาคี สหภาพฯ ได้ร่วมกับอีก 10 ประเทศจัดทำความตกลงว่าด้วยการต่อต้านการค้าสินค้าปลอมแปลง (ACTA) ซึ่งได้เจรจาเสร็จสิ้นแล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินการตามกระบวนการภายในประเทศเพื่อให้มีผลบังคับใช้ ซึ่งสหภาพฯ เห็นว่าเป็นเครื่องมือสำคัญอันหนึ่งที่จะช่วยให้การปราบปรามการละเมิดและการเยียวยาแก่ผู้เสียหายมีประสิทธิภาพมากขึ้น
6. ในช่วงการถาม-ตอบ มีคำถามที่น่าสนใจดังนี้
6.1 คำถาม การปฏิบัติตามกฎหมายกลางของสหภาพฯ ประเทศสมาชิกดำเนินการอย่างไร
คำตอบ กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาที่ออกโดยสหภาพฯ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ กฎหมายที่เรียกว่า Directive และที่เรียกว่า Regulation ซึ่งประเภทแรกจะให้ความยืดหยุ่น แก่ประเทศสมาชิกในการปฏิบัติตามโดยออกเป็นกฎหมายและระเบียบภายในประเทศ แต่ ในทางปฏิบัติก็มีบ่อยครั้งที่ Directive ระบุในราย ละเอียดซึ่งทำให้ประเทศสมาชิกสามารถ นำไปออกเป็นกฎหมายภายในได้โดยไม่ต้องเพิ่มเติมรายละเอียดอีก ส่วนประเภทที่สองนั้น เป็นกฎหมายที่มีผลบังคับใช้โดยตรงในแต่ละประเทศสมาชิกโดยไม่ต้องนำไปออกเป็นกฎหมายภายในอีกทอดหนึ่ง
6.2 คำถาม มีกฎหมายกลางมา harmonise การอนุญาตให้ใช้สิทธิหรือไม่
คำตอบ ยังไม่มีกฎหมายกลางเกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้สิทธิ และปัจจุบันกฎหมายภายในของประเทศสมาชิกในเรื่องนี้ยังมีความแตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ DG Internal Market อยู่ระหว่างการจัดทำข้อเสนอเพื่อ harmonise กฎหมายในเรื่องดังกล่าว คาดว่าน่าจะจัดทำร่าง แรกเสร็จได้ในปี ค.ศ. 2012
6.3 คำถาม การจดทะเบียนเครื่องหมาย word mark ภายใต้ระบบ Community Trademark ที่ OHIM นั้น เจ้าของเครื่องหมายประสบปัญหาในเรื่องการถูกนำคำแปลของ word mark นั้น ไปจดทะเบียนซ้ำซ้อนหรือไปใช้ในแต่ละประเทศสมาชิกหรือไม่
คำตอบ ปัญหานี้เกิดขึ้นเช่นกัน เนื่องจากในระบบของ OHIM และสำนักงานเครื่องหมาย การค้าของแต่ละสมาชิกนั้น ไม่ได้มีการ cross-check เกี่ยวกับคำแปลของคำที่ยื่นจดก่อนที่จะรับจดทะเบียน แต่หากมีผู้ร้องคัดค้านในช่วงประกาศโฆษณาหรือร้องขอเพิกถอน (ภายใน 5 ปีนับแต่วันรับจดทะเบียน) เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงจากฐานข้อมูลและ พิจารณาเป็นรายกรณีโดยพิจารณาจากความสับสนหลงผิดของสาธารณชนที่เกิดขึ้น
6.4 คำถาม วิธีการบังคับใช้กฎหมายวิธีใดเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในสหภาพฯ
คำตอบ ความมีประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายขึ้นอยู่กับลักษณะของการกระทำความผิดและโครงสร้างของระบบกฎหมายของแต่ละประเทศสมาชิก เช่น หากการกระทำ ความผิดเกิดขึ้นในลักษณะการนำเข้าส่งออกสินค้าละเมิด การบังคับใช้กฎหมายด้วยวิธีการ ทางด้านบริหารโดยหน่วยงานศุลกากรจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด แต่หากเป็นการละเมิดบนอินเตอร์เนต การบังคับใช้กฎหมายในทางแพ่งโดยวิธีการเยียวยาในลักษณะต่างๆ จะมีประสิทธิภาพมากที่สุด แต่ถ้าหากเป็นกรณีการค้าสินค้าละเมิดรายใหญ่ การบังคับใช้กฎหมายในทางอาญาจะมีประสิทธิภาพสูงสุด อย่างไรก็ตาม ควรนำวิธีการต่างๆ มาใช้ ร่วมกันเพื่ออุดช่องว่างที่อาจเกิดขึ้น
6.5 คำถาม คำว่า commercial scale มีคำจำกัดความอย่างไรในสหภาพฯ
คำตอบ ปัจจุบันยังไม่มีการให้คำจำกัดความคำว่า commercial scale ในระดับสหภาพฯ อย่างชัดเจน เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับความผิดอาญาซึ่งยังไม่ได้รับการ harmonise ในระดับสหภาพฯ เพราะถือว่าเป็นอำนาจอธิปไตยของแต่ละประเทศสมาชิก อย่างไรก็ตาม ในการเจรจา ACTA ทุกประเทศสมาชิกได้ตกลงยอมรับคำจำกัดความคำว่า commercial scale ที่ระบุไว้ในร่าง ACTA จึงอาจถือได้ว่าเป็นการยอมรับคำจำกัดความดังกล่าวในระดับสหภาพฯ ซึ่งเป็นผลมาจากความตกลงระหว่างประเทศดังกล่าว
|