ผลการประชุมหารือเกี่ยวกับปัญหาการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารจากไทยไปยังอียู Print E-mail
Contributed by สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรในต่างประเทศ ณ กรุงบรัสเซลส์ และ คณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป   
Friday, 10 June 2011

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ พร้อมทีมประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วยหัวหน้าสำนักงานพาณิชย์ฯ หัวหน้าสำนักงานศุลกากรฯ หัวหน้าสำนักงานเกษตรฯ หัวหน้าสำนักงานวิทยาศาสตร์ฯ และหัวหน้าสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงเฮก จัดการประชุมหารือ กับผู้ประกอบการไทยในเบลเยี่ยมและลักเซมเบิร์ก เกี่ยวกับปัญหาการส่งออกสินค้าอาหารและเกษตรของไทยมายังอียู วันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๔ ณ ห้องประชุม สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุง บรัสเซลส์ โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้

                    สาเหตุหลักที่ทำให้สหภาพยุโรปต้องดำเนินมาตรการเข้มงวดกับสินค้าผักไทย เนื่องจากสถิติการตรวจพบแมลงศัตรูพืช ณ ด่านนำเข้าของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปในช่วงปี ๒๐๐๔-๒๐๑๐ มีปริมาณเฉลี่ยปีละ ๕๐๐ ครั้ง และเมื่อเปรียบเทียบประเทศที่สามอื่นๆ ประเทศไทยมีสถิติที่สูงมากกว่าหลายเท่า           

                    ในช่วงที่ไทยอยู่ระหว่างการเจรจากับ EU เรื่องปัญหาผักไทย เมื่อช่วงต้นปี ๒๐๑๐ ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ด่านสุวรรณภูมิได้เริ่มตรวจเข้มแมลงศัตรูพืชในสินค้าผักส่งออกมายังสหภาพยุโรปและตรวจพบปัญหาใน เดือนม.ค. ๕๔ ๗๔๖ ครั้ง และในเดือนก.พ. ๕๔ ตรวจพบ ๘๓๓ ครั้ง ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก โดยแม้ว่าผักที่ส่งออกจะได้รับการตรวจเข้ม ณ ต้นทางและได้รับการคัดออกแล้วเป็นจำนวนมาก หากแต่ปริมาณปัญหาศัตรูพืชที่ตรวจพบ ณ ด่านนำเข้าของ EU ในช่วงเวลาเดียวกัน ก็ยังคงมีอยู่ (เดือนม.ค. ๕๔ EU ตรวจพบ ๑๗ ครั้ง เดือนก.พ. ๕๔ EU ตรวจพบ ๙ ครั้ง)   

                     ภายหลังจากที่ประเทศไทยได้เสนอ DG-SANCO ว่าขอดำเนินมาตรการตรวจเข้มร้อยละ ๑๐๐ ของสินค้าผัก ๑๖ ชนิด ก่อนการส่งออกมายังสหภาพยุโรป และ DG-SANCO ได้ตอบรับ แต่อยู่ภายใต้เงื่อนไขหากตรวจพบศัตรูพืช ๕ ครั้งใน ๑ ปี DG-SANCO  จะห้ามนำเข้าผัก ๑๖ ชนิด จากไทยทันที จากเงื่อนไขของ DG-SANCO ข้างต้น กอปรกับการตระหนักถึงปัญหาที่ไม่สามารถควบคุมให้อยู่ภายใต้จำนวนการตรวจพบได้เพียง ๕ ครั้งต่อปีได้ (รวมทั้งจากประสบการณ์ที่ได้มีการตรวจเข้มและคัดสินค้าออก ณ ด่านสุวรรณภูมิ หากยังพบว่าปัญหายังคงมีอยู่ และถูกตรวจพบ ณ ด่านของ EU) ดังนั้น  กรมวิชาการเกษตรจึงได้ออกมาตรการควบคุมพิเศษสำหรับผักที่มีปัญหา ๑๖ ชนิด ซึ่งได้เริ่มบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๔ โดยระบุว่า โรงคัดบรรจุต้องขอขึ้นทะเบียนโรงคัดบรรจุของผัก ๑๖ ชนิด กับกรมวิชาการเกษตร (Establishment List) ถึงจะสามารถส่งออกมายังสหภาพยุโรปได้   

                    ปัจจุบัน มีโรงคัดบรรจุยื่นขอขึ้นทะเบียนอยู่ ๑๔ โรงคัด แต่ในขณะนี้ ยังไม่มีโรงคัดบรรจุใดได้รับอนุมัติการขึ้นทะเบียน เนื่องจากการจัดการแมลงของผักแต่ละชนิดมีความแตกต่างกัน ทำให้ระบบควบคุมการผลิตของผักทั้ง ๑๖ ชนิด จึงแตกต่างกันไปด้วย การพิจารณารับขึ้นทะเบียนโรงคัดบรรจุ จึงต้องใช้เวลามากขึ้น ทั้งนี้ ผัก ๑๖ ชนิดที่มีปัญหา ครอบคลุมร้อยละ ๗๐ ของปัญหาการตรวจพบศัตรูพืชในผักส่งออกของไทยทั้งหมดมายังสหภาพยุโรป ดังนั้น ตั้งแต่ช่วงนี้ จนถึงปลายปีนี้ ปริมาณผักนำเข้าจากไทยมาสหภาพยุโรปจะมีปริมาณลดลงมาก  

                    ทางเลือกในการแก้ไขปัญหาในระยะสั้น คือ การหาสินค้าทดแทนสินค้าผักสด ซึ่งเมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๔ มกอช. ได้จัดการประชุมหารือแนวทางส่งเสริมการส่งออกสินค้าผักแปรรูปไปยังสหภาพยุโรป ทดแทนผักสดจากไทย โดยเชิญผู้ประกอบการผักแปรรูปในลักษณะต่างๆ และผู้ประกอบผักสดมาร่วมหารือกัน ทั้งนี้ ผู้ประกอบการผลิตผักแปรรูปได้ให้ข้อเท็จจริงที่ว่า ผักประเภทที่ต้องใช้กลิ่นในการปรุงอาหาร เมื่อแปรรูปโดยผ่านความร้อน จะทำให้น้ำมันหอมระเหยสูญหายไป แต่หากไม่ผ่านความร้อน สีของผักก็จะไม่สดเขียว ซึ่งทางแก้ปัญหาได้แก่ การใส่กลิ่นเทียม หรือ ใช้ผักที่ผัดในน้ำมัน ซึ่งจะยังมีกลิ่นและรสที่คงเดิม โดยสามารถนำไปใช้ปรุงอาหารได้เลย   

                     ผู้ประกอบการที่เดินทางเข้าร่วมการประชุม ประกอบด้วย ผู้ประกอบการร้านอาหารไทย แม่ครัวร้านอาหารไทย และผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าเกษตรและอาหาร ทั้งในเบลเยียมและลักเซมเบอร์ก โดยมีประเด็นคำถาม ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะ ดังนี้ 

                     ๑. ผักที่ผ่านการตรวจจากด่านส่งออกไทยแล้วไม่พบสารตกค้าง แต่เมื่อเข้ามาในอียูแล้ว เหตุใดจึงยังถูกตรวจพบเป็นจำนวนมาก และทางผู้ประกอบการนำเข้าต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบสารตกค้าง ณ ประเทศปลายทางเป็นจำนวนสูงมาก       

                     ๒. สินค้าผักจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เขมร ยังคงมีคุณภาพไม่เหมือนกับของไทย รวมทั้งสินค้าที่มาไม่มีความสดใหม่ เนื่องจากบรรจุภัณฑ์ไม่ดี และเที่ยวบินจากเขมรมายุโรปมีจำนวนเที่ยวน้อย เพียง ๑ ครั้งต่อสัปดาห์ ทำให้ของที่ส่งมาไม่มีคุณภาพ        

                     ๓. แม้สินค้าผักจากไทยในปัจจุบันมีต้นทุนสูงมาก จนทำให้ผู้นำเข้าหลีกเลี่ยงที่จะนำเข้าของไทย และไปนำเข้าจากประเทศอื่นๆ แทน แต่อย่างไรก็ดี เนื่องจากผักไทยประสบปัญหาไม่สามารถนำเข้าได้ ทำให้ผู้นำเข้าเลี่ยงไปสั่งสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีอุปทานไม่มากนัก ต้นทุนของราคาผักจากประเทศเพื่อนบ้านจึงมีราคาสูง แต่คุณภาพยังไม่ค่อยดี       

                      ๔. สินค้าจากประเทศที่สามบางประเทศ เช่น จากทวีปแอฟริกา บางครั้งมีแมลงศัตรูพืชติดมาด้วย แต่เหตุใด จึงไม่มีการตรวจพบ หรือโดนมาตรการเช่นเดียวกับของไทย        

                      ๕. การสนับสนุนให้โรงคัดบรรจุจัดทำระบบ HACCP ซึ่งแม้ว่าจะเป็นการลงทุนสูง แต่จะเป็นผลดีในระยะยาวอย่างยั่งยืน       

                      ๖. การสนับสนุนจากภาครัฐให้มีการรวบรวมผัก ๑๖ ชนิด รวบรวมส่งไปที่ประเทศเพื่อนบ้านแล้วก็ส่งต่อมายังสหภาพยุโรป แล้วนำมากระจายให้กัน       

                      ๗. การเสนอให้มีการรวมกลุ่มกันระหว่างผู้นำเข้า และนำเข้าสินค้ามาในปริมาณมากๆ จะทำให้ลดต้นทุนต่อหน่วย       

                      ๘. ปัญหาการขาดแคลนกะทิ และมีราคาแพง       

                      ๙. ปัญหาการห้ามนำเข้าใบมะกรูดสดจากไทยมายังสหภาพยุโรป       

                      ๑๐. การขาดแคลนผักสด เช่น ใบโหระพา และใบกะเพรา ทำให้ร้านอาหารไทยบางร้านต้องยกเลิกเมนูที่มีใบโหระพา และใบกะเพราเป็นส่วนประกอบ       

                      ๑๑. ผู้ประกอบการแสดงความกังวล และต้องการทราบระยะเวลาที่แน่นอน ที่จะสามารถเริ่มอนุญาตโรงคัดบรรจุ เข้าสู่ระบบ Establishment และส่งออกมายังสหภาพยุโรปได้       

                      ๑๒. การสื่อสารและสร้างความเข้าใจระหว่างภาครัฐ และผู้ประกอบการธุรกิจที่เกี่ยวข้องเนื่องจากสินค้าเกษตรและอาหารไทย ควรมีความใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อให้มีความเข้าใจข้อมูลที่ถูกต้องตรงกัน และเป็นปัจจุบัน    

                      ทั้งนี้ หัวหน้าสำนักงานเกษตรฯ ได้ชี้แจงว่า       

                      ๑. ปัจจุบัน การตรวจสอบสินค้าผักไทยส่งออกมายังสหภาพยุโรป จะแบ่งเป็น ๒ ส่วน คือ ๑)การสุ่มตรวจสารตกค้าง และเชื้อจุลินทรีย์ก่อนการส่งออก ซึ่งจะทำการสุ่มตรวจ ณ โรงคัดบรรจุ และต้องได้รับใบรับรองจากกรมวิชาการเกษตร จึงจะส่งออกได้ (แต่ไม่ได้ตรวจที่ด่านสุวรรณภูมิ) ๒) ตรวจแมลงศัตรูพืช ณ ด่านส่งออกท่าอากาศสุวรรณภูมิ ร้อยละ ๑๐๐ และคัดทิ้งสินค้าที่พบแมลงศัตรูพืช       

                      ๒. การที่ผักไทยถูกตรวจเข้มเพราะปัญหาศัตรูพืช ไม่ได้หมายความว่า ผักของประเทศอื่นมีคุณภาพดีกว่าของไทย แต่เนื่องจากสหภาพยุโรปใช้หลักการบริหารความเสี่ยง (risk management) ดังนั้น การที่ไทยถูกตรวจพบมาก เนื่องจากไทยส่งออกปริมาณมาก โดยอียูยอมรับว่า ยังไม่ได้หันไปเพ่งเล็งประเทศเพื่อนบ้านไทย เพราะปริมาณการส่งออกยังไม่มากพอที่จะส่งผลกระทบใดๆ อีกทั้งอียูมีจำนวนเจ้าหน้าที่จำกัด       

                      ๓. การส่งเสริมให้ส่งผัก ๑๖ ชนิด ผ่านประเทศเพื่อนบ้าน มายังสหภาพยุโรป เป็นสิ่งที่ผิดหลักการและไม่สามารถกระทำได้ และแม้ว่าปัจจุบัน ที่มีการดำเนินการในลักษณะดังกล่าว ภาครัฐไม่มีอำนาจที่จะห้าม เนื่องจากการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย แต่การที่ประเทศเพื่อนบ้านส่งต่อผักกลุ่มที่มีปัญหาของไทยไปยังสหภาพยุโรป โดยอ้างแหล่งกำเนิดของตัวเอง ถือว่าผิดกฎหมายของ EU       

                      ๔. ต้นทุนสินค้าผักจากไทยอาจมีราคาสูง เนื่องจากขนส่งผ่านเครื่องบินโดยสาร เพราะปริมาณไม่มากพอที่จะขนมาทางเครื่องบินคาร์โก       

                      ๕. การสูญเสียส่วนแบ่งตลาดผักไทยในตลาดสหภาพยุโรปคงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากคู่แข่งขัน เช่น เนเธอร์แลนด์ เริ่มปลูกโหระพาในเรือนกระจก อิสราเอล ปลูกผักไทยมานานแล้ว เคนยา บริษัทในสหภาพยุโรปไปลงทุนเอง รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่เริ่มปลูกผักที่ต้องการในตลาดมากขึ้น แต่ประเทศไทยก็สามารถดึงส่วนแบ่งคืนมาได้ เมื่อแก้ไขปัญหาเสร็จสิ้นแล้ว โดยอาศัยความนิยมของผักไทยมาเป็นจุดขายหลักและดำเนินการตลาดและโปรโมชั่นที่เข้มแข็ง ทั้งนี้ ควรเน้นประชาสัมพันธ์ว่า อาหารไทยที่มีรสชาติดีและถูกต้อง ควรใช้ผักและเครื่องปรุงที่มาจากไทยเท่านั้น        

                      ๖. ปัญหาผักสดขาดแคลนในปัจจุบัน อาจทดแทนได้ด้วยผักแปรรูปในประเภทต่างๆ โดยเมื่อผักสดได้รับการแปรรูป จะทำลายแมลงศัตรูไปทั้งหมด และเมื่อผ่านความร้อนสูงถึง 80 องศาเซลเซียส สารตกค้างเหล่านี้จะถูกทำลายไปส่วนหนึ่ง นอกจากนี้ โรงงานที่นำผักเหล่านี้มาแปรรูปจะคัดกรองวัตถุดิบที่ปลอดสารตกค้างอยู่แล้ว       

                       ๗. ปัญหากะทิขาดตลาดและราคาแพง เนื่องจากปัญหาศัตรูพืชด้วงมะพร้าวระบาดในตอนแรก และต่อมาเกิดปัญหาแล้ง แล้วตามด้วยน้ำท่วมหนัก สร้างความเสียหายแก่ไร่มะพร้าว จนอุปทานมะพร้าวในตลาดไทยเองก็ยังมีปัญหาขาดแคลน คาดว่าปลายปีนี้อุปทานกะทิในตลาดต่างประเทศจะค่อยๆ กลับมา แต่คงไม่มากเท่าเดิม๔.๘ มะกรูด เป็นพืชตระกูลส้ม มีโรคพืช ชื่อว่า โรคแคงเคอร์  เนื่องจากทางใต้ของอียู เช่นสเปนมีอุตสาหกรรมการปลูกส้มมาก อียูจึงต้องป้องกันอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ อียูเป็นกลุ่มประเทศที่มีกฎระเบียบเข้มงวดกว่าประเทศอื่นๆ มาก เช่น ในขณะที่สหรัฐฯ อนุญาตให้ใช้การฉายรังสีฆ่าแมลงศัตรูพืชได้ อียูไม่อนุญาตให้นำเข้าสินค้าดังกล่าว๔.๙ ทีมประเทศไทย ณ กรุงบรัสเซลส์ ได้จัดทำคอลัมม์พิเศษ ในเว็บไซต์ www.thaieurope.net เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ผักไทยในสหภาพยุโรป

                       โดย หัวหน้าสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงเฮก ได้กล่าวเสริมว่า การรวมกลุ่มระหว่างผู้นำเข้า และนำเข้าสินค้าเข้ามาในปริมาณมากๆ นั้น เป็นความคิดที่ดีและจะช่วยลดต้นทุนการขนส่งต่อหน่วย ซึ่งได้มีการหารือแนวทางดังกล่าวบางแล้วในเนเธอร์แลนด์ อย่างไรก็ดี ในทางปฏิบัติ จะมีปัญหาที่ต้องประสบอีกมาก เช่น การหาผู้รับผิดชอบหลักในการสั่งและการกระจายสินค้า ความรู้ในการจัดการ/บริหาร สิทธิในการขาย เป็นต้น  

                        จากการประชุมครั้งนี้ พบว่าผู้ประกอบการยังคงมีความต้องการผักสดจากไทย เนื่องจากผักไทยมีคุณภาพดี มีการบรรจุหีบห่อที่มีสุขอนามัย สินค้ายังมีความสดเนื่องจากมีเที่ยวบินที่ออกจากประเทศไทยเกือบทุกวัน ต่างจากผักสดจากประเทศเพื่อนบ้านที่ยังมีคุณภาพไม่ดีพอ มีบรรจุภัณฑ์ที่ไม่แข็งแรง และมีข้อจำกัดเรื่องการขนส่ง  ทำให้ผักที่ส่งออกมาไม่มีมาตรฐาน และบางครั้งไม่สามารถนำมาใช้ประกอบอาหารได้ นอกจากนี้ ผักโหระพาที่ผลิตได้ในยุโรป มีคุณลักษณะที่ไม่สามารถทดแทนกลิ่นพื้นถิ่นของผักไทยได้ ในส่วนของผักแปรรูป แม้เริ่มเป็นที่รู้จักบ้างในกลุ่มเล็กๆ ทั้งผักอบแห้ง หรือผักแช่แข็ง แต่ก็คงมีข้อจำกัด และไม่สามารถนำมาทดแทนการขาดแคลนผักสดในระยะยาวได้ ดังนั้น ความหวังสูงสุดของผู้ประกอบการไทยในยุโรป คือ การมีโรงคัดบรรจุที่ได้รับอนุญาตและสามารถส่งออกมายังสหภาพยุโรปได้โดยเร็ว




Reddit! livescore Mixx! Web design Google! Free site builder Facebook! Yahoo! health

Related Items:

  1. ตารางแสดงประเภทการสุ่มตรวจผักไทยภายใต้ระบบ Establishment List เพื่อส่งออกไปยังอียู
Last Updated ( Wednesday, 15 June 2011 )