|
ปัจจุบัน สหราชอาณาจักรมีกฎระเบียบที่ควบคุมเกี่ยวกับการนำเข้าเครื่องสำอางค์และผลิตภัณฑ์สปา โดยใช้ระเบียบของสหภาพยุโรป คือ European Cosmetics Directive (1976) และระเบียบของรัฐบาลสหราชอาณาจักร คือ Cosmetics Products- Safety Regulations (1996) ซึ่งควบคุมเกี่ยวกับมาตรฐานสินค้าและความปลอดภัยแก่ผู้บริโภค
รายละเอียดกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
- European Cosmetics Directive 1976 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (Amendment Cosmetics Directive) เช่น ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ปี 1998 ปี 2000 และปี 2003 เป็นต้น
- Cosmetics Products-Safety Regulations 1996 เป็นระเบียบภายในที่ออกโดยทางการของสหราชอาณาจักร กำหนดมาตรการและหลักเกณฑ์เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้ใช้เครื่องสำอาง โดยการระบุส่วนผสมหรือสารเคมีที่ต้องห้าม การจำกัดปริมาณของส่วนผสมหรือสารเคมีบางประเภท หรือกำหนดเงื่อนไขข้อจำกัดในการใช้ส่วนผสมหรือสารเคมีบางชนิด กำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขเกี่ยวกับการบ่งบอกข้อมูลและการปิดฉลากสินค้า
การจำแนกประเภทสินค้า
เครื่องสำอางหมายถึงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารใช้สัมผัสกับผิวหนังหรือบนอวัยวะของคน เช่น ผิวหนัง ผิวปาก ตา เล็บ และเส้นผม เป็นต้น เพื่อวัตถุประสงค์ในการทำความสะอาด ให้กลิ่นหอม หรือขจัดกลิ่นกาย ป้องกันหรือรักษาให้อยู่ในสภาพที่ดี และการปรับสภาพให้ดูดียิ่งขึ้น ส่วนผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ใช้เพื่อการบำบัดรักษา หรือป้องกันโรค จะไม่จัดอยู่ภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายนี้
สำหรับผลิตภัณฑ์สปายังไม่มีกฎระเบียบกำหนดไว้โดยเฉพาะแต่อย่างใด แต่จากคำจำกัดความข้างต้น รวมทั้งตามลักษณะของสินค้าและสภาพการใช้ทั่วไป ผลิตภัณฑ์สปาจึงจัดอยู่ในประเภทสินค้าเครื่องสำอาง ยกเว้นผลิตภัณฑ์สปาบางรายการในรูปของสมุนไพรเพื่อใช้ประกอบการบำบัดรักษา(Herbal and homeopathic remedies) ไม่ได้จัดเป็นสินค้าประเภทผลิตภัณฑ์ยาและไม่จัดอยู่ในประเภทสินค้าเครื่องสำอาง จึงเป็นสินค้าที่อาจขึ้นอยู่การพิจารณาจำแนกประเภทสินค้าของเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
หลักเกณฑ์เงื่อนไขด้านการปิดฉลากและข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า
สินค้าเครื่องสำอางที่นำเข้าและจัดจำหน่ายในสหราชอาณาจักรและในสหภาพยุโรปต้องถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขในการปิดฉลากและการระบุข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าดังนี้
ข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติในการใช้หรือสรรพคุณของสินค้า(Function of the product)
ข้อความคำเตือนและวิธีการใช้ หรือคำแนะนำในการใช้
ชื่อและสถานที่ตั้งของโรงงานผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่ายในสหราชอาณาจักรหรือในสหภาพยุโรป กรณีเป็นสินค้านำเข้าจากต่างประเทศต้องระบุชื่อและสถานที่ตั้งของผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายในสหราชอาณาจักรหรือในสหภาพยุโรปด้วย
ระบุหมายเลขรุ่นการผลิต batch number หรือวันที่ผลิต และสถานที่ผลิตสินค้า
ระบุช่วงเวลาหมดอายุของสินค้า หรือช่วงเวลาการใช้ Best Before
.
รายชื่อของส่วนผสม(List of ingredients)เรียงตามลำดับของน้ำหนักของส่วนผสมแต่ละรายการ
รายชื่อของส่วนผสมที่กำหนดอยู่ในรายการควบคุม(Restricted substances & preservative) และข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายกำหนด
กรณีของสารกันแดด UV filter จะต้องมีคำเตือนและข้อมูลการใช้ประกอบด้วย
ข้อความระบุผลการทดลองใช้กับสัตว์(Reference to testing on animals) ที่ต้องแสดงอย่างชัดเจนว่าเป็นผลการทดลองใช้กับตัวผลิตภัณฑ์หรือส่วนผสมของผลิตภัณฑ์นั้น
ทั้งนี้ ข้อความบนฉลากสินค้าจะต้องมีความชัดเจน ไม่ลบเลือน และสามารถอ่านได้ชัด โดยต้องเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ และอาจเป็นภาษาอื่นเพิ่มเติมก็ได้ ซึ่งสามารถพิมพ์ลงบนหีบห่อ กล่อง หรือเป็นแผ่นพับกรณีเป็นหีบห่อ กล่องบรรจุขนาดเล็กมีพื้นที่ไม่เพียงพอ
รายการส่วนผสม และสารที่ควบคุมหรือต้องห้าม
ส่วนผสมหรือสารที่อยู่ในรายการต้องห้ามใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางตามที่ระเบียบกำหนดไว้กว่า 700 รายการ อาทิเช่น Chlorine, Cyanides, Iodine, Mercury and Mercury Compound เป็นต้น
ส่วนผสมหรือสารที่อยู่ในรายการควบคุมหรือจำกัดปริมาณ หรือกำหนดให้ต้องระบุข้อความคำเตือนหรือข้อพึ่งระวังในการใช้ตามที่ระเบียบกำหนดไว้อีกกว่า 50 รายการ อาทิเช่น ผลิตภัณฑ์ย้อมผมที่ห้ามมีส่วนผสมของ Hydroquinone เกินกว่าร้อยละ 0.3 และต้องระบุข้อความคำเตือนประกอบไว้ด้วย ครีมฟอกผิวหรือทำให้ผิวขาว(Skin lightening cream) ที่มีส่วนผสมของ Hydroquinone เป็นรายการที่ห้ามวางจำหน่าย ผลิตภัณฑ์เครื่อง
สำอางต้องไม่มีส่วนผสมของสารย้อมหรือฟอกสี(Colouring agents) ยกเว้นต้องระบุข้อจำกัดในการใช้เฉพาะกับบางส่วนของร่างการหรือต้องจำกัดปริมาณการใช้เอาไว้ การห้ามมีส่วนผสมของสารกันแดด(Ultra violet filters)บางชนิด ยกเว้นต้องระบุข้อจำกัดในการใช้และปริมาณการใช้ รวมทั้งต้องระบุคำเตือนในการใช้เอาไว้ด้วย
สารผสมที่ใช้เป็นน้ำหอมและให้กลิ่นหอม(Substances that are used as perfume and aromatic composition) จำนวน 26 รายการ กำหนดให้ต้องระบุรายชื่อของสารเหล่านี้บนฉลากสินค้า
การระบุช่วงระยะเวลาหมดอายุของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง
สหภาพยุโรปได้ออกระเบียบใหม่มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2005 กำหนดให้ต้องมีการระบุข้อมูลช่วงระยะเวลาหมดอายุ Use within หลังจากที่ได้มีการเปิดใช้แล้วของเครื่องสำอาง เช่น ครีมบำรุงผิว ครีมกันแดด และแชมพู เป็นต้น ซึ่งมีปริมาณบรรจุที่อาจสามารถใช้ได้นานเกินกว่า 30 เดือน ต้องพิมพ์สัญลักษณ์และข้อมูลช่วงเวลาหมดอายุลงบนภาชนะบรรจุ หรือบนหีบห่อบรรจุสินค้า ตามภาพตัวอย่าง
สัญลักษณ์เป็นรูปภาพภาชนะบรรจุเปิดฝา ส่วนข้อมูลที่ต้องพิมพ์กำกับอาจอยู่ในรูปภาพภาชนะบรรจุ หรือเป็นข้อมูลที่อยู่นอกรูปภาพภาชนะบรรจุ และตัวเลขที่ระบุพร้อมอักษรกำกับ เช่น 12M และ 24M หมายถึงช่วงระยะเวลาหมดอายุหลังเปิดใช้แล้ว 12 เดือน หรือ 24 เดือน เป็นต้น
ทั้งนี้ เงื่อนไขระเบียบข้างต้นมีผลใช้บังคับกับสินค้าเครื่องสำอางทุกชนิด ยกเว้น เครื่องสำอางที่มีปริมาณบรรจุสามารถใช้ได้ไม่เกิน 30 เดือน ซึ่งปกติมีข้อกำหนดให้ต้องมีการระบุช่วงเวลาการใช้ best before date อยู่แล้ว รวมทั้งเครื่องสำอางที่เปิดใช้ได้ครั้งเดียว และเครื่องสำอางในภาชนะบรรจุบางชนิด เช่น aerosol ที่ช่วยให้สินค้าบรรจุภายในไม่สัมผัสกับบรรยากาศภายนอก เป็นต้น
ข้อกำหนดอื่นๆ
เครื่องสำอางทุกชนิดจะต้องผ่านการตรวจสอบวิเคราะห์เกี่ยวกับความปลอดภัย (Safety assessment) โดยห้องทดลองปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน(Good laboratory practice) และเภสัชกรหรือนายแพทย์ที่ได้รับการจดทะเบียนรับรอง(Registered pharmacist or registered medical practitioner)
ผู้ผลิต หรือผู้นำเข้า/จัดจำหน่าย จะต้องแจ้งข้อมูลสถานที่ผลิตหรือแหล่งนำเข้าสินค้าเครื่องสำอางต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนที่จะมีการจัดจำหน่ายเป็นครั้งแรกในตลาดสหภาพยุโรป ในกรณีของสหราชอาณาจักรแจ้งต่อกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม
ระเบียบการนำเข้าและภาษีนำเข้า
การนำเข้าสินค้าเครื่องสำอางไม่ต้องมีการยื่นขออนุญาตนำเข้าแต่อย่างใด แต่ต้องผ่านขั้นตอนและหลักเกณฑ์เงื่อนไขตามที่ระเบียบกำหนดดังกล่าวแล้วข้างต้น ส่วนภาษีนำเข้าสินค้าเครื่องสำอางกำหนดไว้โดยเฉลี่ยที่อัตราร้อยละ 0-7 แต่มีเครื่องสำอางบางรายการที่กำหนดภาษีนำเข้าไว้ในอัตราสูงถึงร้อยละ 12-18
พฤษภาคม 2548 |