นโยบายพลังงานนิวเคลียร์ของสหภาพยุโรป Print E-mail
Contributed by สำนักงานที่ปรึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำกรุงบรัสเซลส์   
Monday, 12 April 2010

สหภาพยุโรปนับว่าเป็นกลุ่มประเทศผู้นำในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาวภูมิอากาศ คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปได้เสนอแนะนโยบายพลังงานสำหรับยุโรปต่อคณะมนตรีและสภายุโรป เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2007 โดยได้ให้คำมั่นสัญญาที่จะดำเนินการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 20 ภายใน ค.ศ. 2020 (เมื่อเปรียบเทียบกับ ค.ศ. 1990) พลังงานนิวเคลียร์ จึงเป็นแหล่งพลังงานทางเลือกที่สำคัญของยุโรป ซึ่งหลายประเทศได้นำมาใช้เป็นแหล่งพลังงานหลักโดยเฉพาะในการผลิตกระแสไฟฟ้า ประเทศสมาชิกสามารถตัดสินใจที่จะเลือกผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์หรือไม่ก็ได้ ประเทศใดเลือกใช้พลังงานนิวเคลียร์จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามสนธิสัญญายูราทอม (Euratom Treaty) ซึ่งกำหนดแนวทางที่ครอบคลุมถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัย ความมั่นคงและการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์

สนธิสัญญายูราทอม มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม 1958 พร้อมๆ กับ European Economic Community (EEC) Treaty เป็นการริเริ่มที่จัดทำขึ้นสำหรับความร่วมมือของประเทศสมาชิกในการใช้พลังงานนิวเคลียร์ในทางสันติ ในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนพลังงานธรรมชาติในช่วงทศวรรษ 1950 ซึ่งมีผู้ก่อตั้งขณะนั้น 6 ประเทศ ประกอบด้วย ราชอาณาจักรเบลเยียม สาธารณรัฐฝรั่งเศส สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน สาธารณรัฐอิตาลี ราชรัฐลักเซมเบิร์กและราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ด้วยเห็นพ้องต้องกันว่าจะเป็นการพัฒนาพลังงานที่พึ่งตนเอง แต่เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์สูงกว่าที่ประเทศใดประเทศเดียวจะสามารถสนับสนุนได้ จึงร่วมมือกันดำเนินการพัฒนา นับเป็นสนธิสัญญาที่จำกัดเฉพาะการใช้พลังงานนิวเคลียร์ทางด้านพลเรือนในทางสันติเท่านั้น โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะนำอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมตามสนธิสัญญาของประเทศสมาชิกมารวมไว้ด้วยกัน ตัวบทกฎหมายมีทั้งสิ้น 234 มาตรา รวม 6 ส่วนด้วยกัน ซึ่งจะขอกล่าวเฉพาะส่วนที่ 1 และ 2 โดยส่วนที่ 1 ครอบคลุมถึงงานที่ดำเนินการ 7 ประการ ประกอบด้วย 1) การสนับสนุนงานวิจัยและสร้างความมั่นใจในการเผยแพร่ข้อมูลทางด้านวิชาการ 2) การจัดทำแบบมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อรักษาสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานและประชาชนทั่วไป รวมทั้งสร้างความมั่นใจว่าได้นำไปสู่การปฏิบัติ 3) การเอื้อการลงทุนและสร้างความมั่นใจในการจัดหาสิ่งจำเป็นพื้นฐานสำหรับการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ในสหภาพยุโรป 4) ความมั่นใจว่าผู้ใช้ทั้งหมดในสหภาพยุโรปได้รับอุปทานของสินแร่และพลังงานนิวเคลียร์ที่เท่าเทียมกันอย่างสม่ำเสมอ 5) การสร้างความเชื่อมั่นว่าวัสดุนิวเคลียร์พลเรือนจะไม่นำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น (โดยเฉพาะทางการทหาร) 6) สิทธิในการครอบครองวัสดุขีปนาวุธพิเศษ และการสนับสนุนความก้าวหน้าในการใช้พลังงานนิวเคลียร์ในทางสันติโดยการทำงานร่วมกับประเทศอื่นหรือองค์กรสากล และ 7) การสร้างความรับผิดชอบร่วมกัน ส่วนที่ 2 กล่าวถึงขอบเขตการดำเนินงานด้านพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งครอบคลุมถึงการสนับสนุนงานวิจัย การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร สุขภาพและความปลอดภัย การลงทุน การดำเนินงานร่วม อุปสงค์ การเฝ้าระวัง สิทธิความเป็นเจ้าของ ตลาดร่วมและความสัมพันธ์กับภายนอกประเทศสมาชิก ต่อมา ใน ค.ศ. 1960 ได้มีการจัดตั้ง Euratom Supply Agency ภายใต้แผนงานยูราทอม โดยมีการปรับสถานะเมื่อ ค.ศ. 2008 ให้มีการดำเนินงานอุปทานวัสดุนิวเคลียร์และบริการที่ครอบคลุมถึงการจัดหาผู้เชี่ยวชาญและข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินการตลาด ให้มีบทบาทในการติดตามตลาดและบ่งชี้แนวโน้มตลาดที่อาจจะกระทบต่อความมั่นคงของอุปทานและบริการ นับว่าเป็นบทบาทสำคัญต่อการผลิตวัตถุดิบป้อนเข้าสู่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์

พลังงานนิวเคลียร์นำมาใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าในยุโรปถึงร้อยละ 15 ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานปลดปล่อยคาร์บอนต่ำที่ใหญ่ที่สุด การผลิตกระแสไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ไม่มีการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ จึงนับว่าเป็นแหล่งพลังงานที่มีศักยภาพสูงในการบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาวภูมิอากาศอันเป็นผลมาจากการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขณะที่การผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงอื่นต่อ 1 ล้านกิโลวัตต์ต่อชั่วโมงจะมีการปลดปล่อยคาร์บอนสูงมาก อาทิ จากถ่านหินปลดปล่อย 230 เมตริกตัน จากน้ำมันปลดปล่อย 190 เมตริกตัน และจากก๊าซปลดปล่อย 150 เมตริกตัน

สหภาพยุโรปเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสสำหรับอุตสาหกรรมในยุโรป และมีศักยภาพเชิงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของภูมิภาค จึงเป็นส่วนที่สำคัญสำหรับแผนงานลิสบอน เพราะอย่างน้อยก็เป็นการลงทุนทางด้านสิ่งแวดล้อมให้มากพอ ทั้งนี้ ได้ขยายความร่วมมือกับองค์การระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง อาทิ IAEA (International Atomic Energy Agency) และ NEA (Nuclear Energy Agency) รวมถึงการไม่แพร่ขยายวัสดุและเทคโนโลยีนิวเคลียร์ การปกป้องสุขภาพของสาธารณชน ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสหภาพยุโรปให้ความสำคัญกับประเด็นความปลอดภัยของนิวเคลียรเป็นหลัก ประเทศสมาชิกที่เลือกใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ควรจะต้องได้รับการยอมรับจากสาธารณชนก่อน สหภาพยุโรปจึงมีบทบาทที่สำคัญในการสร้างความมั่นใจว่าอุตสาหกรรมได้พัฒนาขึ้นมาอย่างปลอดภัยและมั่นคง ดังนั้น ประเด็นที่คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปจัดความสำคัญไว้ในลำดับแรกๆ ประกอบด้วย กรอบนิติบัญญัติเกี่ยวกับความปลอดภัยทางด้านนิวเคลียร์ การเอื้ออำนวยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและสร้างความมั่นใจว่ามีแหล่งเงินทุนสนับสนุนการดำเนินงานเกี่ยวกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อย่างเพียงพอตลอดวงจรชีวิต รวมทั้งแผนการดำเนินงานระดับนโยบายในการบริหารจัดการกากกัมมันตรังสี

ใน ค.ศ.2008 คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปได้เริ่มแผนงานพลังงานแบบรวม ซึ่งช่วยกระตุ้นเกี่ยวกับความมั่นคงทางด้านพลังงานในยุโรป เป็นการส่งเสริมการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานพลังงานคาร์บอนต่ำที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น พลังงานนิวเคลียร์จึงมีบทบาทที่สำคัญในช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและลดการพึ่งพาพลังงานจากภายนอกสหภาพยุโรป ทั้งนี้ ในแผนงาน Nuclear Illustrative Programme ได้เสนอให้ใช้เทคโนโลยีล่าสุดในการสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ โดยจะต้องมั่นใจว่ามีมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด อย่างไรก็ดี หากมีการตัดสินใจเชิงนโยบายในการลงทุนสำหรับขีดความสามารถของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ร่วมกับพลังงานทดแทนรูปแบบอื่นอย่างรวดเร็ว ก็จะทำให้การผลิตกระแสไฟฟ้าคาร์บอนต่ำในสหภาพยุโรปมีสัดส่วนถึง 2 ใน 3 ภายในต้นทศวรรษ 2020

สนธิสัญญายูราทอม ในปัจจุบันช่วยให้เกิดการเพิ่มพูนองค์ความรู้ โครงสร้างพื้นฐาน และเงินทุนสนับสนุนพลังงานนิวเคลียร์ร่วมกัน นับเป็นการสร้างความมั่นคงของอุปทานพลังงานปรมาณูกับกรอบระบบการติดตามสู่ศูนย์กลาง สำหรับการวิจัยและพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ซึ่งมีบทบาทที่สำคัญอย่างมาก ก็ดำเนินการภายใต้กรอบแผนงานยูราทอม ฉบับที่ 7 (7th Euratom framework programme) ซึ่งเป็นแผนงาน 5 ปี (ค.ศ. 2007 ถึง 2011) และอาจจะต่อไปอีกถึง ค.ศ. 2013 มีการจัดตั้งงบประมาณสนับสนุน 2.7 พันล้านยูโร ซึ่งสูงกว่ากรอบแผนงานยูราทอม ฉบับที่ 6 ประมาณเท่าตัว แผนงานปัจจุบันครอบคลุมกิจกรรมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ความร่วมมือกับประเทศนอกสมาชิกสหภาพยุโรป การเผยแพร่ข้อมูลทางด้านวิชาการและการดำเนินงาน รวมทั้งการฝึกอบรม แผนงานแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ 1) การวิจัยพลังงานฟิวชั่น ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับแหล่งพลังงานที่หลากหลายทางเศรษฐกิจให้มีความปลอดภัย ยั่งยืนและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับนิวเคลียร์ฟิสชั่นและการป้องกันรังสีมีวัตถุประสงค์ที่จะขยายการดำเนินงานเกี่ยวกับความปลอดภัย ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของนิวเคลียร์ฟิสชั่น รวมทั้งการใช้รังสีในอุตสาหกรรมและทางการแพทย์ กิจกรรมรวมถึงการบริหารจัดการกากกัมมันตรังสี ระบบเตาปฎิกรณ์ปรมาณู การปกป้องรังสี โครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาทรัพยากรบุคคล และ 2) กิจกรรม “ศูนย์วิจัยร่วม” (Joint Research Center, JRC) ซึ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพลังงานนิวเคลียร์ประกอบด้วย การให้บริการจัดการกากกัมมันตรังสีและผลกระทบสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยและความมั่นคงทางด้านนิวเคลียร์

การผลิตพลังงานนิวเคลียร์ในยุโรปโดยเฉพาะการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นั้นสาธารณรัฐฝรั่งเศสมีการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องและครบวงจร รวมทั้งมีประสบการณ์สูงในการดำเนินงาน และมีการปฏิบัติที่ดีมาก นับเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ระดับโลกที่น่าสนใจ อย่างไรก็ดี การพัฒนาและดำเนินงานความปลอดภัยและความมั่นคงทางด้านพลังงานนิวเคลียร์ของสหภาพยุโรปนับเป็นรูปแบบที่ดีมากสำหรับประเทศต่างๆ ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ในการศึกษาและสร้างความร่วมมือ

 

               โดย ดร. จันทร์เพ็ญ เมฆาอภิรักษ์

                            อัครราชทูตที่ปรึกษา (ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี)

                                    สำนักงานที่ปรึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

                                            สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์

                                                  e-mail:

                                                         11 เมษายน 2553

 

เอกสารอ้างอิง

Communication from the Commission to the European Council and the European Parliament (2007) “An Energy Policy for Europe”, Brussels

Communication from the Commission to the Council and the European Parliament (2007) "Nuclear Illustrative Programme", Brussels

Communication from the Commission to the European Parliament, the Council and the Economic and Social Committee (2007) “Update of the Nuclear Programme in the Context of the Second Strategic Energy Review”, Brussels

Council Decision (2008) “Establishing Statutes for the Euratom Supply Agency”, Brussels

European Atomic Energy Community (Euratom) Treaty (1957), Brussels

European Commission (2006) “FP7 Tomorrow’s answers start today”, Brussels

European Commission (2008) “Update to the Commission's Nuclear Illustrative Programme”, Brussels

European Commission (2009) Stronger international guarantees of nuclear non-proliferation: Commission moves forward, Brussels

Add this page to your favorite Social Bookmarking websitesReddit! Del.icio.us! Mixx! Free and Open Source Software News Google! Live! Facebook! StumbleUpon! Yahoo! Free Joomla PHP extensions, software, information and tutorials.

Last Updated ( Wednesday, 14 April 2010 )
host by colorpack.net