|
อียูเป็นเจ้าแห่งการตั้งกฎเกณฑ์การค้า ยิ่งประชาชนของตนให้ความสำคัญกับคุณค่าสิ่งแวดล้อมมากเท่าไร การออกกฎเกณฑ์ให้สินค้าที่ขายในอียูต้องสอดรับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมยิ่งเป็นสิ่งที่คณะกรรมาธิการประชาคมยุโรป ซึ่งเป็นฝ่ายบริหาร เห็นว่า ชอบธรรมและขยันทำเท่านั้น
น่าชื่นชมว่าภาคเอกชนไทยจับจุดได้และเริ่มประสบผลสำเร็จในการดำเนินธุรกิจเขียว หรือธุรกิจที่
เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในตลาดอียู ถึงแม้จะลำบากยุ่งยากในช่วงแรก
แต่หนทางข้างหน้าคงต้องสดใสแน่นอนเพราะกระแสต่อสู้โลกร้อนที่เป็นมิตรกับ
สิ่งแวดล้อมมีแต่จะเพิ่มยิ่งขึ้นในอียูและตลาดอื่นๆ ทั่วโลก
การติดฉลาก EU Flower เป็นมาตรการโดยสมัครใจของสหภาพยุโรป เริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2535 ปัจจุบันครอบคลุมสำหรับกลุ่มสินค้า 26 ประเภท อาทิ อุปกรณ์หรือผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าในครัวเรือน (เครื่องซักผ้า ตู้เย็น โทรทัศน์) สินค้าอุปโภคในครัวเรือน กระดาษ ฟูกที่นอน สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
ภาคเอกชนสิ่งทออย่างน้อย 4 บริษัท ได้รับตรา EU Eco – Label หรือ EU Flower ของสหภาพยุโรปซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ที่แสดงว่าสินค้าไทยมีคุณภาพและมีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมชั้นแนวหน้าที่สามารถทำได้สูงกว่ามาตรฐานปกติของสหภาพยุโรป
กว่าทั้ง 4
บริษัทจะทำได้ก็หมายความว่าต้องปรับกระบวนการผลิตทั้งระบบให้เป็นมิตรต่อ
สิ่งแวดล้อม อาทิ โรงงานต้องใช้พลังงานอย่างประหยัด
ใช้ทรัพยากรน้ำอย่างประหยัด ไม่ปล่อยน้ำเสีย ไม่ใช้สารอันตราย
และสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการฟอกย้อมและซักล้างต้องที่ย่อยสลายได้
ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียที่บริษัทสิ่งทอไทย 4 บริษัท ได้รับการติดฉลาก EU Flower ตั้งแต่ปี 2547 ได้แก่ บริษัท เอเชียไฟเบอร์ สำหรับสินค้าเส้นด้ายไนลอน บริษัทอุตสาหกรรมรามาเท็กไทล์ สำหรับเส้นด้ายฝ้าย บริษัททองไทยการทอ สำหรับสินค้าผ้าฝ้ายถักและเสื้อผ้าฝ้าย และบริษัทกรีนวิลเทรดดิ้ง สำหรับผ้าไหมทอผืน
คาดว่าในปี 2553 นี้ ภายในโครงการสนับสนุนของสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย จะมีบริษัทสิ่งทอที่ได้รับ EU Flower เพิ่มขึ้นอีก 9 บริษัท รวมทั้งสิ้นเป็นทั้งหมด 13 บริษัท
ความสำเร็จของเอกชนไทยนี้ แม้กระทั้งเจ้าหน้าที่กรรมาธิการประชาคมยุโรปเอง ซึ่งเป็นคนออกกฎระเบียบเองยังออกปากว่า ไทยทำได้ก่อนบางประเทศสมาชิกอียูด้วยซ้ำ
ประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ มิได้นิ่งนอนใจกำลังปรับกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อาทิ ผู้ผลิตรองเท้าบูทหนังที่สนใจผลิตรองเท้าบูทที่รักษาสิ่งแวดล้อมจากเม็กซิโกและเคนย่า ผู้ผลิต
กระดาษจากบราซิล ผู้ผลิตโทรทัศน์จากจีน ผู้ผลิตสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มจากอินเดียและแอฟริกาใต้ จนบริษัทสิ่งทอจากอินเดียเริ่มได้รับตรา EU Flower แล้ว ในปี 2551
อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการไทยและอีกหลายประเทศที่ได้รับ EU Flower ต่างมีประสบการณ์และข้อกังวลเหมือนกันหมดว่า EU Flower ยังไม่เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคในยุโรป และควรมีการประชาสัมพันธ์
ในหมู่ผู้สั่งซื้อในอียูให้มากขึ้น
ในแง่ของหน่วยงานไทย โดยเฉพาะคณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรปที่กรุงบรัสเซลส์ ก็ได้ช่วยสนับสนุนบริษัทไทยทั้ง 4 ที่ได้รับตรา EU Flower อย่างต่อเนื่อง เพราะสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของไทยประจำอียูที่ต้องการสร้างแบรนเนมทั้งด้านสินค้าและบริการเช่นการท่องเที่ยวว่า อิงสีเขียวเป็นหลักเพื่อความยั่งยืนของการรักษาตลาดต่างประเทศอับดับหนึ่งของไทยขณะนี้ไว้
ในเดือน ก.ย. 2551 คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรปได้จัดโรดโชว์สนับสนุนบริษัทไทย 3 บริษัทให้ร่วมงาน Textworld ณ กรุงปารีส ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มที่ใหญ่ที่สุด ในยุโรป บูท Thai EU Flower ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อ นักธุรกิจ และสื่อมวลชน นอกจากนี้ ยังได้จ้าง ผู้เชี่ยวชาญฝรั่งศึกษาวิเคราะห์ตลาดสำหรับสินค้า Eco – Textile และสิ่งทอไทยที่ได้มาตรฐาน EU Flower ในตลาดอียู โดยได้เปิดเผยรายงานการศึกษาในเว็บไซด์ www.thaieurope.net แล้ว

ต่อมาในเดือน ก.ค. 2552 ยังเข้าร่วมมือกับสถาบันอุตสาหกรรมพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ โดยจัดวิทยากรจากยุโรปไปบรรยายเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การติดฉลาก EU Flower ให้แก่ภาคเอกชนในอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย ซึ่งมีนักธุรกิจไทยที่สนใจเข้าร่วมกว่า 40 ราย
นอกจากนี้
ทูตไทยประจำอียูยังได้เข้าพบปลัดกระทรวงสิ่งแวดล้อมของคณะกรรมาธิการในเดือน
ต.ค. ปีกลาย
เพื่อจี้ให้คณะกรรมาธิการหามาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อช่วยเหลือบริษัทสิ่ง
ทอไทยที่ได้รับตรา EU Flower ในการเข้าสู่ตลาดอียูได้ดีขึ้น อุปมา
อุปมัยก็เหมือนภาคเอกชนไทยทำข้อสอบที่อียูเป็นผู้ออกและตรวจข้อสอบเอง
แต่เมื่อจบแล้วได้รับประกาศณียบัตรชั้นสูงยอดเยี่ยมแล้ว ยังหางานทำไม่ได้
เพราะคนจ้างยังไม่รู้จักประกาศณียบัตรพิเศษนี้
น่ายินดีว่า คณะกรรมาธิการประชาคมฯ ได้ทบทวนการขอติดฉลากได้ง่ายขึ้น ค่าใช้จ่ายน้อยลง
และเพิ่มความเป็นที่รู้จักของ EU Flower ซึ่งมาตรการเหล่านี้น่าจะส่งผลดีต่อสินค้าไทยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการเข้าตลาดอียูได้ดีขึ้น
ในสัปดาห์นี้ที่กรุงปารีส
คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรปจะร่วมกับภาคเอกชนไทยในการประชาสัมพันธ์และ
ส่งเสริมภาพลักษณ์สีเขียวของสิ่งทอไทยที่ได้ตรามาตรฐาน EU Flower ในงาน
Textworld อีกครั้ง
โดยครั้งนี้จะตอกย้ำความมุ่งมั่นของธุรกิจไทยในการเดินหน้าธุรกิจสีเขียวใน
หมู่ภาคธุรกิจ ผู้ซื้อ
และสื่อมวลชนในวงการสิ่งทอและแฟชั่นยุโรปที่มาร่วมงาน
ของชำร่วยที่ทำแจกผู้กำหนดนโยบายอียู สื่อมวลชน และผู้นำเข้าสิ่งทอในอียู
นอกจากนั้น ในแผนงานปี 2553 นี้
ก็จะจัดสัมมนาให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการเรื่องนโยบาย และ ระเบียบ กฎเกณฑ์
ล่าสุดของอียูที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่ฝ่ายอียูวางแผนจะดำเนินการเพื่อรอง
รับผลการประชุมต่อสู้ภาวะโลกร้อนของสหประชาชาติที่หวังจะสรุปให้ได้เป็นความ
ตกลงภายในปีนี้ในการประชุมที่เม็กซิโกภายหลังการเริ่มต้นที่ยังไม่จบที่
โคเปนเฮเกนปลายปีที่ผ่านมา
ไม่ว่าผลการประชุมของสหประชาชาติจะเป็นอย่างไร ตราบใดที่ไทยยังต้องการรักษาส่วนแบ่งและขายสินค้าไปตลาดใหญ่ที่สุดของไทยในต่างประเทศและภาคบริการในไทยไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวแบบนิเวศน์วิทยา หรือ ศูนย์ well – ness ต่างๆ ผู้ประกอบการไทยจะไม่พลาดในการวางแผนปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ หากจะเน้นมิติอิงสิ่งแวดล้อมตามยุทธศาสตร์เขียวเอาไว้ เพื่อถีบตัวสินค้าและบริการของไทย มีคุณค่าสูงกว่าคู่แข่งชาติอื่น
ลงทุนมากขึ้นเพื่อผลกำไรมากขึ้นและยั่งยืนในยุโรปและทั่วโลก นี่คือยุทธศาสตร์เขียวที่ท้าทายผู้ประกอบการไทยทุกคน
|