|
EU ได้ออกกฎระเบียบใหม่ คือ Commission Regulation (EU) No 37/2010 of 22 December 209 on pharmacologically active substances and their classification regarding maximum residue limits in foodstuffs of animal origin ซึ่งเป็นการรวบรวมรายชื่อยารักษาโรคสัตว์ที่อนุญาตและไม่อนุญาตให้ใช้ในสัตว์ และจัดประเภทการใช้งานของยา (therapeutic classification) รวมทั้งระบุค่าอนุโลมตกค้างสูงสุด (Maximum Residue Levels : MRLs) ของยาแต่ละรายการในสินค้าอาหารที่มีแหล่งกำเนิดมาจากสัตว์ โดยแยกเป็น
1. ภาคผนวกที่ 1 บัญชีรายชื่อยารักษาโรคสัตว์ที่อนุญาตให้ใช้ในสัตว์ (Table 1 Allowed substances) จำนวน 635 รายการ (รายละเอียดตามภาคผนวก)
2. ภาคผนวกที่ 2 บัญชีรายชื่อยารักษาโรคสัตว์ที่ไม่อนุญาตให้ใช้ในสัตว์ (Table 2 Prohibited substances) จำนวน 10 รายการ อันได้แก่
2.1 Aristolochia spp.
2.2 Chloramphenicol
2.3 Chloroform
2.4 Chlorpromazine
2.5 Colchicine
2.6 Dapsone
2.7 Dimetridazole
2.8 Metronidazole
2.9 Nitrofurans (including furazolidone)
2.10 Ronidazole
สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ดังต่อไปนี้
http://eur-lex.europa.eu/LexUriServ/LexUriServ.do?uri=OJ:L:2010:015:0001:0072:EN:PDF
3. กฎระเบียบฉบับดังกล่าว ผ่านการพิจารณาเห็นชอบของคณะกรรมการยุโรปด้านยารักษาโรคสัตว์ (EU Standing Committee on Veterinary Medicinal Products) ด้วยแล้ว
4. กฎระเบียบฉบับดังกล่าวจะมีผลปรับใช้ภายหลัง 20 วัน นับจากวันที่ประกาศลงใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 20 มกราคม 2553)
ในเรื่องนี้ สำนักงานฯ ใคร่ขอเรียนข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ ดังนี้
ก) กฎระเบียบใหม่นี้ เป็นการรวบรวมรายชื่อยารักษาโรคสัตว์ที่อนุญาตและไม่อนุญาตให้ใช้ในสัตว์ และจัดประเภทการใช้งานของยา รวมทั้งระบุค่า MRLs เพื่อสะดวกแก่การใช้งาน ตลอดจนเพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขของกฎระเบียบ Regulation (EC) No 470/2009 วัตถุประสงค์เพื่อ harmonise บัญชีรายชื่อยาที่มีการใช้อยู่ในปัจจุบัน
ข) ในการนี้ เห็นควรเพิ่มความระมัดระวังไม่ใช้สารต้องห้าม ทั้ง 10 รายการในข้อ 2. เนื่องจากคาดว่าจะมีผลต่อมาตรการการสุ่มตรวจระดับสารตกค้างในสินค้าเนื้อสัตว์ที่ส่งออกของไทยไปยัง EU |