ระเบียบอียูเรื่องการใช้น้ำมันซัลเฟอร์ต่ำในเรือที่เทียบท่าในอียู Print E-mail
Contributed by คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป   
Tuesday, 29 December 2009

อียูได้ประกาศระเบียบปริมาณซัลเฟอร์ในน้ำมันที่ใช้กับเรือเมื่อปี 2005 โดยกำหนดให้มีผลบังคับใช้กับเรือที่เทียบท่าในท่าเรือของอียูตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2010 เป็นต้นไป อย่างไรก็ดี คณะกรรมาธิการยุโรปได้แนะนำให้ประเทศสมาชิกอียูผ่อนผันความเข้มงวดในเรื่องดังกล่าวได้หากตรวจพบว่าเรือมีแผนการปรับปรุงทางเทคนิค (เช่น การติดตั้ง boiler ที่รองรับน้ำมันที่มีปริมาณซัลเฟอร์ต่ำ) ที่มีกรอบระยะเวลาที่แน่นอนและได้รับการรับรองจากองค์กรที่เกี่ยวข้อง

ระเบียบดังกล่าวได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2005 โดยปรับจากระเบียบเดิมที่ 1999/32/EC 

มีเป้าหมายเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) จากเรือเดินทะเลเป็นจำนวน  500,000 ตันต่อปี ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นไป และได้กะระยะเวลาให้อุตสาหกรรมเดินเรือ (สำหรับเรือที่ใช้เส้นทางเดินเรือภายในประเทศ และเรือเดินทะเลที่จอดเทียบท่าที่ท่าเรือภายในอียู) สามารถปรับตัวทางเทคนิคได้ทันโดยกำหนดให้ใช้ระเบียบนี้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2010

 

ระเบียบนี้มีข้อกำหนดปริมาณซัลเฟอร์ในน้ำมันที่ใช้สำหรับเรือประเภท

 

(1) เรือบรรทุกผู้โดยสาร

 

(2) เรือในเส้นทางเดินเรือภายในประเทศ

 

(3) เรือที่จอดเทียบท่าที่ท่าเรือภายในอียู (ดังปรากฏใน Article 4a และ 4b ของระเบียบ) โดย

มิได้ระบุขนาดระวางเรือ อย่างไรก็ดี เรือที่ติดธงชาติของประเทศสมาชิกอียูที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ในการลดการปล่อยก๊าซ (Emission abatement technologies) ตาม Article 4c ของระเบียบสามารถได้รับข้อยกเว้น แต่ประเด็นสำคัญ คือ ประสิทธิภาพในการลดการปล่อยก๊าซ  SO2  จะต้องเทียบเท่ากับการใช้น้ำมันที่มีปริมาณซัลเฟอร์ต่ำ

 

เรือที่จอดเทียบท่าภายในอียูแต่ได้ปิดเครื่องยนต์และใช้พลังงานไฟฟ้าจากแหล่งไฟฟ้าบริเวณ

ชายฝั่ง ไม่อยู่ภายใต้ระเบียบนี้ (เรือที่จอดเทียบท่าภายในอียู หมายถึง เรือที่ทอดสมอที่ท่าเรือในช่วงระยะเวลาที่มีการขนถ่ายสิ่งของ หรือเป็นที่พัก รวมทั้งระยะเวลาที่มิได้ใช้ในการดำเนินการด้าน cargo ดังปรากฏใน article 3i)

 

เรือที่อยู่ในเอกสารแนบของระเบียบ (ซึ่งเป็นเรือของกรีซ และเดินเรือภายในเขตแดนของกรีซ)

ได้รับการขยายเวลาในการปฏิบัติตามระเบียบนี้ไปจนถึงวันที่ 1 ม.ค. 2012 โดยมีเหตุผลเกี่ยวกับปัญหาทางเทคนิคที่ไม่สามารถปฏิบัติได้ทันภายในวันที่ 1 ม.ค. 2010

 

คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรปได้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากคณะกรรมาธิการยุโรป

ได้รับแจ้งว่า

 

-          เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2009 คกธ.ยุโรปได้ประกาศเอกสารข้อเสนอแนะ

(Commission Recommendation) ไปถึงประเทศสมาชิกอียู เกี่ยวกับการใช้น้ำมันซัลเฟอร์ต่ำกว่า 0.1% สำหรับเรือที่เทียบท่าที่ท่าเรือภายในประชาคมยุโรป ที่จะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2010 โดยมีแนวคิดพื้นฐานว่า การใช้น้ำมันประเภทซัลเฟอร์ต่ำจะต้องมีการปรับเทคนิคสำหรับ boiler ภายในเรือ ซึ่งยังมีเรืออีกจำนวนมากที่ไม่สามารถติดตั้ง boiler ประเภทใหม่ได้ทัน อย่างไรก็ดี มีทางออกด้านเทคนิคที่สามารถลดความเสี่ยงดังกล่าวโดยการปรับเปลี่ยนด้านเทคนิคสามารถดำเนินการได้เสร็จไม่เกิน 8 เดือน  จึงขอให้ผ่อนผันได้หากเรือมีหลักฐานที่ระบุถึงแผนการในการปรับเปลี่ยนทางเทคนิคให้สอดคล้องกับระเบียบดังกล่าว ซึ่งควรประกอบด้วย การทำสัญญากับผู้ผลิต boiler ประเภทที่รองรับน้ำมันซัลเฟอร์ต่ำ และแผนการปรับเปลี่ยนด้านเทคนิคจะต้องได้รับการรับรองโดยองค์กรที่มีหน้าที่รับผิดชอบ โดยแผนการดังกล่าวจะต้องระบุวันที่จะดำเนินเสร็จสิ้น และประเทศสมาชิกอียูอาจใช้แผนการปรับเปลี่ยนทางเทคนิคในการพิจารณามาตรการลงโทษกับเรือที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบนี้

 

-          เรือจำนวนมากในยุโรปได้รับผลกระทบจากระเบียบดังกล่าว ซึ่งคณะกรรมาธิการ

ยุโรปมิได้มีมาตรการช่วยเหลือใดเป็นการเฉพาะ เพียงแต่ได้แนะนำให้ประเทศสมาชิกอียูผ่อนผันการบังคับใช้ระเบียบนี้อย่างเข้มงวดออกไป แต่มิได้กำหนดเวลาว่าการผ่อนผันข้างต้นจะสิ้นสุดเมื่อใด

 

            เรือเดินทะเลของไทยที่จอดเทียบท่าที่ท่าเรือในอียูจะต้องปฏิบัติตามระเบียบนี้เช่นกัน ซึ่งจะต้องใช้การปรับปรุงทางเทคนิคเพื่อรองรับน้ำมันที่มีปริมาณสารซัลเฟอร์ต่ำ

 

(สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระเบียบดังกล่าวได้ที่ Official Journal ฉบับ L191 ลงวันที่ 22.7.2005 Directive 2005/33/EC of 6 July 2005 as regards the sulphur content of marine fuels)

Add this page to your favorite Social Bookmarking websitesReddit! Del.icio.us! Mixx! Free and Open Source Software News Google! Live! Facebook! StumbleUpon! Yahoo! Free Joomla PHP extensions, software, information and tutorials.

Related Items:

  1. 2007 : ปีแห่งโอกาสที่เท่าเทียมกัน
  2. EU กำหนดเงื่อนไขสุขภาพสัตว์และข้อกำหนดของเอกสารรับรองสำหรับปลาสวยงามนำเข้าจากประเทศที่สาม
  3. EU กำหนดชนิดของยาฆ่าแมลงภายใต้การสุ่มตรวจเข้ม 50% สินค้าผักนำเข้าจากไทย
  4. EU แก้ไขแบบฟอร์มใบรับรองนำเข้าสัตว์มีชีวิต น้ำเชื้อ คัพภะ และเซลล์สืบพันธุ์ของสัตว์เพศเมีย
  5. EU งัดข้อกันเองเรื่องมาตรการปรับรถยนต์ที่ปล่อยก๊าซเกินกำหนด
Last Updated ( Tuesday, 29 December 2009 )
host by colorpack.net