|
ในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีเกษตรอียูเมื่อวันที่ 14-16 ธ.ค. 52 ที่ประชุมมีมติเกี่ยวกับร่างข้อบังคับเพื่อกำหนดข้อบังคับแก่ผู้ประกอบการในวางจำหน่ายไม้ผลิตภัณฑ์ไม้ภายในอียู กำหนดให้เฉพาะผู้ประกอบการที่วางจำหน่ายไม้และผลิตภัณฑ์ไม้เป็นครั้งแรกในตลาดอียูต้องแสดงหลักฐานว่าได้ดำเนินการเพื่อลดความเสี่ยงในการนำไม้ผิดกฎหมายเข้าไปจำหน่ายภายในอียู ซึ่งเป็นท่าทีที่แตกต่างจากสภายุโรปและจะต้องมีการหารือต่อไปในช่วงต้นปีหน้า
สรุปสาระสำคัญในเรื่องดังกล่าวจากผลการประชุม รมต. เกษตรอียูเมื่อวันที่ 14-16 ธ.ค. 52 ดังนี้
1. ได้มีการรับรอง (Qualified Majority Voting) ร่างข้อบังคับเพื่อกำหนดข้อบังคับแก่ผู้ประกอบการในการ
วางจำหน่ายไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ภายในอียู โดยกำหนดให้เฉพาะผู้ประกอบการที่วางจำหน่ายไม้และผลิตภัณฑ์ไม้เป็นครั้งแรกในตลาดอียูที่ต้องแสดงหลักฐานว่าได้ดำเนินการเพื่อลดความเสี่ยงในการนำไม้ผิด กม. เข้ามาจำหน่ายภายในอียู ซึ่งต่างจากความเห็นของสภายุโรปที่ต้องการให้ผู้ประกอบการทุกรายมีความรับผิดชอบในการชี้ว่าแหล่งที่มาของไม้มาจากแหล่งที่ถูกกฎหมายโดยมีระบบตรวจสอบย้อนกลับ (ซึ่งรัฐบาลปท. สมาชิกอียูเห็นว่าเป็นการเพิ่มภาระอย่างหนักให้กับอุตสาหกรรม)
2. การรับรองว่าไม้มาจากแหล่งที่ถูก กม. ใช้ระบบการตรวจสอบข้อเท็จจริง (due diligence system) โดย
มีองค์ประกอบที่สำคัญ 3 ประการ ได้แก่
(1) การมีมาตรการและระเบียบพิธีการที่ทำให้ตรวจสอบย้อนกลับไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ไปถึงแหล่งกำเนิดได้
(2) การเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติตาม กม. ในเรื่องนี้ และ
(3) การบริหารจัดการความเสี่ยงว่าไม้มิได้มาจากแหล่งที่ผิด กม. ทั้งนี้ due diligence system ดังกล่าวจะเป็นข้อกำหนดทาง กม.ซึ่งจะอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการไม้ การเก็บเกี่ยวผลผลิตจากป่า และการค้าไม้ ของประเทศที่เป็นแหล่งผลิตไม้
ผู้ประกอบการสามารถเลือกวิธีในการจัดตั้งระบบ due diligence system ของตนได้ 2 วิธี ได้แก่
(1) สร้างระบบของตนเอง หรือ
(2) ใช้ระบบที่พัฒนาโดยองค์กรตรวจสอบที่ได้รับการยอมรับ
3. ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ที่มีใบอนุญาต FLEGT (เป็นความตกลงโดยสมัครใจระหว่างอียูกับประเทศที่สาม) และ
CITES ถือว่าเป็นไม้ที่ถูก กม.
4. จะต้องมีการกำหนด implementing measures เกี่ยวกับระบบ due diligence ต่อไปด้วย โดยเฉพาะ
การจัดทำหลักเกณฑ์ที่เป็นตัวกำหนดการมีอยู่ของความเสี่ยงในการนำเข้าไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ที่ผิด กม. ว่าอยู่ในระดับสูงหรือต่ำ ดังนั้น จะนำข้อบังคับนี้ไปใช้ได้ต่อเมื่อมีการกำหนด implementing measures ขึ้นแล้ว
อย่างไรก็ดี ร่างข้อบังคับนี้ยังต้องผ่านการพิจารณาสามฝ่าย (คณะกรรมาธิการยุโรป/คณะมนตรียุโรป/สภายุโรป) ต่อไป
ภายในช่วงครึ่งแรกของปีหน้า
Related Items:
- ความคืบหน้าเกี่ยวกับการพิจารณาระเบียบสิ่งแวดล้อมอียู
- ความคืบหน้าร่างข้อบังคับอียูเพื่อป้องกันการนำเข้าไม้ที่ผิดกฎหมาย
- มาเลเซียและอียูจะเจรจาเรื่องการค้าไม้ซุงที่ผิดกฎหมาย
- ร่างกฎหมายใหม่ของอียูเพื่อป้องกันการค้าไม้ที่ผิดกฎหมาย
- สภายุโรปเรียกร้องให้อียูเข้มงวดเรื่องการตัดไม้เถื่อน
|