|
สเปน ซึ่งจะเข้ารับตำแหน่งเป็นประธานสหภาพยุโรปในเดือนมค. 53 นี้ เปิดเผยถึง 4 นโยบาย ที่จะผลักดันเป็นพิเศษในช่วงวาระดังกล่าว คือ เรื่องเศรษฐกิจ ความเป็นพลเมืองยุโรป การต่างประเทศ และการนำสนธิสัญญาลิสบอนมาปฏิบัติใช้จริง หลังจากที่มีผลบังคับใช้ไปเมื่อเดือนธันวาคม 52 ที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 8 ธค. นาย Diego López Garrido, Secretary of State for EU Affairs ของสเปนได้ประกาศถึงรายละเอียดของแต่ละนโยบายที่สเปนจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษว่ามีดังนี้
1)ด้านเศรษฐกิจ
เน้นฟื้นฟูเศรษฐกิจและสร้างงาน ที่สำคัญ จะมุ่งผลักดันให้มีแนวทางในการตรวจตราและดูแลระบบการเงินของโลก
2) การนำสนธิสัญญาลิสบอนมาใช้ในเชิงปฏิบัติ
สเปนตั้งใจที่จะเป็นตัวอย่างถึงแนวทางในการนำสนธิสัญญาลิสบอนมาปฏิบัติจริง โดยจะพยายามช่วยส่งเสริมนาย Herman van Rompuy ประธานคณะมนตรียุโรป ซึ่งจะเป็นประธานในการประชุมสุดยอดต่างๆที่จะจัดในช่วงสเปนดำรงตำแหน่งประธาน โดยสเปนตั้งใจที่จะไม่ไปบดบัง แต่จะพยายามส่งเสริมบทบาทของนาย van Rompuy
3) การให้ความสำคัญกับ "พลเมืองยุโรป"
สเปนตั้งใจที่จะ "ลดช่องว่างระหว่างยุโรปและประชาชน" ด้วยการมุ่งผลักดันนโยบายทางสังคมให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพัฒนาแผนปฎิบัติการในการนำ 'Stockholm Programme' ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือในด้านตำรวจ ศุลกากร หน่วยกู้ภัย ความร่วมมือในด้านกฏหมายแพ่งและอาญา นโยบายผู้อพยพและผู้ลี้ภัย และเรื่องวีซ่า สำหรับปี 20102014 โดยกรอบความร่วมมือดังกล่าวพึ่งได้รับการรับรองไปในการประชุมสุดยอดสหภาพยุโรปเมื่อวันที่ 10-11 ธค. ที่ผ่านมา ในช่วงที่สวีเดนดำรงตำแหน่งประธานคณะมนตรียุโรป นอกจากนี้ สเปนยังให้ความสำคัญในการผลักดันระเบียบในเรื่องการต่อต้านความรุนแรงต่อผู้หญิงอีกด้วย
4) นโยบายการต่างประเทศ
สเปนให้ความสำคัญกับนโยบายต่างประเทศของอียูมาก และตั้งใจที่จะเปลี่ยนอียูให้กลายเป็นผู้นำในเวทีโลก หน้าที่สำคัญของสเปนคือการพัฒนาโครงสร้างและตัวองค์กรของหน่วย European External Action Service (EEAS) ซึ่งจัดตั้งขึ้นมาในสนธิสัญญาลิสบอน เพื่อรองรับนโยบายการต่างประเทศของสหภาพยุโรป และอยู่ภายใต้การดูแลของผู้แทนระดับสูงของนโยบายต่างประเทศและความมั่นคง (High Representative for Foreign Affairs and Security) ซึ่งเทียบได้เป็น "รัฐมนตรีต่างประเทศ" โดยสเปนตั้งใจที่จะให้มีข้อสรุปในเรื่องดังกล่าวภายในเดือนเมษายน
สำหรับประเทศไทยแล้ว ช่วงวาระที่สเปนดำรงตำแหน่งประธานสหภาพยุโรปจะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ต้องจับตามอง เพราะจะเป็นประเทศแรกที่ดำรงตำแหน่งประธานสหภาพยุโรปหลังจากที่สนธิสัญญาลิสบอนมามีผลบังคับใช้ หมายความว่าความสัมพันธ์ระหว่างสเปน ในฐานะ Council presidency กับ EU High Representative for Foreign Affairs and Security Policy (ซึ่ง Baroness Ashton ดำรงตำแหน่ง) และ the permanent President of the European Council (ซึ่งนาย van Rompuy ดำรงตำแนห่ง) จะเป็นตัวอย่างแนวทางในการปฏิบัติให้ประเทศอียูอื่นๆที่จะเข้าดำรงตำแหน่งประธานฯ ต่อไปในอนาคต
ที่สำคัญ ในช่วงที่สเปนดำรงตำแหน่งประธานฯ จะมีการนำเสนอโครงสร้างและขอบเขตของนโยบายต่างประเทศของอียู (external policy) ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนใหม่ รวมไปถึงนโยบายที่อาจมีผลกระทบต่อไทย เช่น นโยบายการค้า การลงทุน และขอบเขต หน้าที่ และความรับผิดชอบของหน่วย EEAS ซึ่งจะตั้งขึ้นมาใหม่ (ทีมงาน thaieurope.net จะเสนอรายงานพิเศษเรื่อง Treaty of Lisbon ต่อไป)
Related Items:
- การสัมมนา The Making of a Presidency The EU Agenda
- แง้มแผนงานของฟินแลนด์ เจ้าภาพอาเซม ครั้งที่ 6
- เช็กเป็นประธาน EU ชูนโยบาย "3 E" เน้นเศรษฐกิจ พลังงาน และการต่างประเทศ
- ถึงคราอินทรีเหล็กนำอียู: พร้อมที่จะสร้างปาฏิหาริย์หรือไม่
- ทิศทางยุทธศาสตร์อียู ในช่วงวาระที่ออสเตรียดำรงตำแหน่งประธานสหภาพยุโรป
|