|
กรีซประสบภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจ |
|
|
|
Contributed by สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเอเธนส์
|
|
Wednesday, 16 December 2009 |
|
ภายหลังจากที่รัฐบาลชุดใหม่ของกรีซได้แจ้งสหภาพยุโรปเพื่อปรับเปลี่ยนตัวเลขทางเศรษฐกิจ อาทิ ปี ค.ศ. 2009 ขาดดุลเพิ่มเป็น 12.7 % ของ GDP (เดิมรัฐบาลชุดเก่าประเมินไว้เพียง 3.7%) จนทำให้ผู้เกี่ยวข้องของสหภาพยุโรป ตำหนิกรีซอย่างตรงไปตรงมา เนื่องจากความไม่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับตัวเลขทางเศรษฐกิจของกรีซเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ดูเหมือนว่า ข่าวคราวและความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหา เศรษฐกิจของกรีซจะทวีความรุนแรงขึ้นตามลำดับ เริ่มจาก สหภาพยุโรปพบว่า ที่ผ่านมา กรีซไม่ได้ดำเนินมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาสถานะทางการเงิน/การคลังของประเทศตามที่ระบุใน Stability Programme ประจำปี ค.ศ. 2009 ซึ่งหากกรีซยังคงละเลย สหภาพยุโรปจะใช้มาตรการควบคุมที่เข้มข้นขึ้นตามลำดับ
จากนั้น Deutsche Bank ได้จัดทำรายงานวิเคราะห์ว่า เศรษฐกิจกรีซอยู่ในภาวะวิกฤต กล่าวคือ นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 รายจ่ายเพิ่มสูงขึ้นถึง 35.7% หรือ 3 เท่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่นใน eurozone ขาดดุล 12.7 % ของ GDP มีหนี้สาธารณสูงถึง 135% ของ GDP และต้องกู้เงินเพื่อใช้จ่ายมากถึง 47 พันล้านยูโรในปีหน้า ฯลฯ ดังนั้น หากไม่มีการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างจริงจัง กรีซอาจต้องขอรับความช่วยเหลือจาก IMF ในท้ายที่สุด
ต่อมา สถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Fitch ได้ปรับลดความน่าเชื่อถือหนี้ของกรีซ จาก A- เป็น BBB+ นับเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีที่หนี้ของกรีซต่ำกว่า investment grade A ซึ่งหมายความว่า กรีซจะมีค่าใช้จ่ายในการกู้เงิน/เสนอขายพันธบัตรสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ในขณะเดียวกัน สถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออื่นก็ประกาศว่า จะทบทวนความน่าเชื่อถือของกรีซเช่นกัน
ล่าสุด รัฐบาลกรีซได้เปิดเผยว่า มีภาระหนี้สินมากถึง 300 พันล้านยูโร (สามแสนล้านยูโร หรือ450 พันล้านเหรียญสหรัฐ) สูงที่สุดในยุโรป ซึ่งก็ยิ่งสร้างความตื่นตระหนกมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเพิ่งเกิดปัญหาที่ดูไบ
ตัวอย่างข่าวคราวด้านลบ และการเปิดเผยตัวเลขฐานะการคลังของกรีซดังกล่าว เริ่มทำให้มีการเปรียบเทียบว่า กรีซจะเป็น Iceland of the Aegean หรือเศรษฐกิจของประเทศอาจล้มละลาย ในการนี้ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของกรีซได้พยายามโต้ข่าวที่เกิดขึ้น พร้อมกับชี้แจงมาตรการแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น เพิ่มรายรับ และลดรายจ่ายของประเทศ รวมทั้งปรับลดการขาดดุลอย่างเร่งด่วน เป็นต้น ในขณะที่ผู้นำของสหภาพยุโรปได้ให้สัมภาษณ์ในเชิงแสดงความเป็นเอกภาพกับกรีซ พร้อมทั้งปฏิเสธว่า กรีซใกล้จะประสบภาวะล้มละลาย แต่ก็ยอมรับว่า เศรษฐกิจกรีซอยู่ในภาวะน่าเป็นห่วง และต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน
Related Items:
- กรีซให้เงินอุดหนุนผู้ซื้อเครื่องปรับอากาศประหยัดพลังงาน โอกาสผู้ส่งออกเครื่องปรับอากาศไทย
- การค้าไทย-กรีซ และเศรษฐกิจกรีซในรอบ 6 เดือนแรก ปี 51
- จัดแสดง "โจ หลุยส์" ฉลองครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ไทย-กรีซ
- ภาพรวมภาวะเศรษฐกิจกรีซปี 2552 และแนวโน้มเศรษฐกิจกรีซปี 2553
- สรุปการค้าไทย-กรีซ และส่วนแบ่งตลาดสินค้าไทยในกรีซประจำปี 2551
|
|
Last Updated ( Thursday, 17 December 2009 )
|