|
ความคืบหน้าท่าทีอียูในการเจรจา UNFCCC ที่กรุงโคเปฮาเกน |
|
|
|
Written by คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป
|
|
Tuesday, 24 November 2009 |
|
เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2552 นาย Yvo de Boer เลขาธิการ UNFCCC (United
Nations Framework Convention on Climate Change) ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน
ณ กรุงบรัสเซลส์ เกี่ยวกับการเจรจา UNFCCC หรือ COP15
ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 7-18 ธ.ค. 2552 ณ กรุงโคเปเฮเกน และให้ความมั่นใจว่าการเจรจา COP15 จะสำเร็จลุล่วงไปได้
หากอียูซึ่งเป็นผู้มีบทบาทนำในนโยบายสิ่งแวดล้อมและการต่อสู้กับสภาวะโลกร้อนมาโดยตลอดสามารถกำหนดท่าทีที่ชัดเจนในการเจรจาดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องเงินทุนสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนา ทั้งนี้ข้อเสนอของสหรัฐฯ และจีนจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อท่าทีของอียู
นาย Yvo de Boer เลขาธิการ UNFCCC เรียกร้องให้อียูกำหนดข้อผูกพันที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับเป้าหมายของอียูในการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ลง 30% ภายในปี ค.ศ. 2020 (หากประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ ตกลงยอมรับข้อผูกพันเช่นกัน) และเกี่ยวกับการสนับสนุนทางการเงินของอียูเพื่อช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาในการบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปรับตัว (mitigation and adaptation) ที่ชัดเจนกว่านี้ กล่าวคือต้องมีการกำหนดตัวเงินที่แน่นอนและมีการกำหนดว่าประเทศพัฒนาแล้วประเทศใดจะรับผิดชอบเป็นตัวเงินเท่าไร มีการกำหนดระยะเวลาและวิธีการใช้เงินสนับสนุนที่ชัดเจน อาทิ จะผ่านองค์การใด ซึ่งอาจผ่านทั้ง World Bank และ UNFCCC
นาย de Boer ย้ำว่าเงินสนับสนุนระยะเริ่มแรกสำหรับปี 2010-2012 กำหนดไว้ที่อย่างน้อย 10 พันล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐฯ แต่ประเทศกำลังพัฒนานั้นต้องการเงินทุนสำหรับสนุนประมาณ 200 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ สำหรับการบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และอีก 100 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐฯ สำหรับการปรับตัว ซึ่งประเด็นเรื่องเงินสนับสนุนดังกล่าวเป็นกุญแจสำคัญในความสำเร็จของการเจรจา COP15 ที่กำลังจะมีขึ้น
ท่าทีของสหรัฐฯ และจีน
ในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศสมาชิกอียู เมื่อ วันที่ 23 พ.ย. 2552 นาง Andreas Carlgren รัฐมนตรีด้านสิ่งแวดล้อมของสวีเดน ประธานสหภาพยุโรปสำหรับช่วงครึ่งปีหลังของปี 2552 ย้ำว่าอียูได้กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนในการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ลง 20% ภายในปี 2020 แต่พร้อมจะลดลง 30% หากประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ ยอมรับข้อผูกเดียวกัน
นาง Carlgren เปิดเผยอีกว่าอียูใกล้จะตกลงข้อเสนอในการลด 30% ได้แล้ว แต่ยังไม่พร้อมที่จะวางข้อเสนอใหม่ดังกล่าว ทั้งนี้ อียูยังต้องการดูท่าทีของสหรัฐฯ และของประเทศพัฒนาแล้วขนาดใหญ่ อาทิ จีนให้ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ลง 15-30% ซึ่งข้อเสนอของสหรัฐฯ และจีนจะมีผลต่อข้อเสนอของอียูอย่างมาก
รมต. คลังของประเทศสมาชิกอียูพบกันในการประชุมสุดยอดผู้นำอียู เพื่อหารือประเด็นดังกล่าวอีกครั้งในวันที่ 10-11 ธ.ค. 2552 ในช่วงเดียวกับการประชุม COP15 ที่กรุงโคเปฮาเกน
กรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อมย้ำอียูควรยื่นข้อเสนอลด 30%
นาย Stavros Dimas กรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อมได้เปิดเผยต่อ นสพ. International Herald Tribune ว่าอียูควรยื่นข้อเสนอในลักษณะ unilateral สำหรับการเจรจา UNFCCC โดยกำหนดเป้าหมายในการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ลง 30% เพื่อแสดงบทบาทความเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งน่าจะดีกว่าข้อเสนอปัจจุบันที่กำหนดไว้ที่การลด 20% เพราะจะเป็นตัวแปรสำคัญว่าการเจรจาจะสำเร็จหรือไม่
ล่าสุด ผู้นำจาก 65 ประเทศยืนยันการเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว โดยผู้นำของยุโรป ได้แก่ นาย Nicolas Sarkozy ปธน. ฝรั่งเศส นาง Angela Merkel นรม. เยอรมนี และนาย Gordon Brown นรม. สหราชอาณาจักร อย่งไรก็ดี ผู้นำของจีน อินเดีย และสหรัฐฯ ยังไม่ได้ยืนยันการเข้าร่วม นาย Yvo de Boer เลขาธิการ UNFCCC มั่นใจว่าการเจรจา COP15 จะสำเร็จลุล่วงไปได้ แม้อาจจะยังไม่มีการกำหนดเป็นตัวบทกฎหมายทันทีทันใด แต่ไม่ควรใช้ระยะเวลาเกิน 2 เดือน
|
|
Last Updated ( Wednesday, 25 November 2009 )
|