เวียดนามนำระบบบาร์โค้ดมาใช้กับสินค้าสัตว์น้ำ Print E-mail
Contributed by สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ/สหภาพยุโรป   
Thursday, 08 October 2009

ตามที่สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป ได้ติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับตลาดสินค้าสัตว์น้ำใน EU โดยได้รายงานให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทราบมาตามลำดับแล้วนั้น สำนักงานฯ ขอรายงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการที่เวียดนามนำระบบบาร์โค้ดมาใช้กับสินค้าสัตว์น้ำ โดยสรุปประเด็นสำคัญได้ ดังนี้

1. ปัญหาคุณภาพและความปลอดภัย เวียดนามเป็นประเทศผู้ส่งออกปลา Tra และปลา Basa ที่สำคัญของโลก (หรือรวมเรียกว่า ปลา Pangasius) ซึ่งเป็นสินค้าที่สร้างรายได้มหาศาล โดยเฉพาะการส่งออกไปจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาและ EU ซึ่งการทำฟาร์มปลา Pangasius ของเวียดนามส่วนใหญ่จะอยู่ในแถบสามเหลี่ยมลุ่มแม่น้ำโขง โดยผู้ประกอบการขนาดกลางหรือเล็กจะมุ่งเน้นการเลี้ยงปลาเพื่อจำหน่ายเพียงอย่างเดียว แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการจดบันทึกข้อมูลของฟาร์ม ทำให้เมื่อสินค้าสัตว์น้ำที่ส่งออกมีปัญหาก็ไม่สามารถสืบหาแหล่งที่มาได้ อันเป็นเหตุให้ในปี 2551 ถึงต้นปี 2552 สินค้าสัตว์น้ำของเวียดนาม (ทั้งปลา Pangasius และกุ้ง) ต้องเผชิญกับมาตรการกีดกันทางการค้าจากหลายประเทศ เช่น อียิปต์ สเปน สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส อิตาลีและนิวซีแลนด์ เนื่องจากมีปัญหาด้านคุณภาพและความปลอดภัย ทำให้หลายประเทศขาดความเชื่อมั่นและส่งผลกระทบต่อปริมาณการส่งออก

2. แนวทางแก้ไขปัญหาสำหรับการส่งออกปลา Pangasius รัฐบาลและบริษัทผู้ส่งออกของเวียดนามพยายามหาทางเรียกความเชื่อมั่นในเรื่องคุณภาพสินค้าจากประเทศผู้นำเข้ากลับคืนมา จึงเห็นว่าควรนำระบบรหัสบาร์โค้ดมาใช้กับพื้นที่เพาะเลี้ยงปลา Pangasius ซึ่งจะช่วยให้การตรวจสอบย้อนกลับ (traceability) ทำได้ง่ายขึ้น โดยฟาร์มที่จะได้รับการติดรหัสบาร์โค้ดได้นั้นจะต้องมีความน่าเชื่อถือ นั่นคือ มีการจัดทำข้อมูลของแหล่งที่มาของพันธุ์ปลา บันทึกระบบการเพาะเลี้ยง การให้อาหาร ข้อมูลการใช้ยาและสภาพสุขอนามัยของบ่อเลี้ยงปลา ในกรณีที่ปลา Pangasius ถูกตรวจพบว่ามีปัญหาสุขอนามัยหรือคุณภาพ บริษัทผู้ส่งออกก็จะสามารถสืบค้นข้อมูลย้อนกลับถึงฟาร์มหรือผู้เพาะเลี้ยงได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทางกระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบทของเวียดนามคาดการณ์ว่าแผนการติดรหัสบาร์โค้ดในปลา Pangasius และแนวทางในการนำมาใช้น่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2555 (ค.ศ.2512)

3. ประโยชน์ของการใช้ระบบรหัสบาร์โค้ด เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพและสุขอนามัยของอาหารมากขึ้น รวมถึงต้องการทราบเกี่ยวกับแหล่งที่มาของสินค้า ส่งผลให้การนำระบบรหัสบาร์โค้ดมาใช้จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เพาะเลี้ยงและบริษัทส่งออกปลา Pangasius ของเวียดนาม ดังนี้ • เสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันในตลาดโลกและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า • ผู้เพาะเลี้ยงปลา Pangasius จะไม่ถูกผู้แปรรูปหรือบริษัทผู้ส่งออกกดราคาสินค้าเพราะเป็นปลาที่มีบันทึกข้อมูลอย่างชัดเจนและผ่านการรับรอง • หากเกิดกรณีที่ปลา Pangasius ถูกตรวจพบว่ามีปัญหาการปนเปื้อน รหัสบาร์โค้ดจะช่วยในการตรวจสอบย้อนกลับเพื่อหาต้นเหตุของปัญหาว่ามาจากในขั้นตอนใด รวมถึงป้องกันข้อกล่าวหาที่ผิดพลาดอันส่งผลกระทบต่อการส่งออกสัตว์น้ำและการถูกกีดกันทางการค้า • ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือด้านคุณภาพและความปลอดภัยให้กับสินค้ามากขึ้น นอกจากนี้ ระบบรหัสบาร์โค้ดซึ่งแสดงข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำยังสามารถนำมาใช้บ่งบอกให้ผู้แปรรูปและผู้บริโภคทราบว่า แหล่งเพาะเลี้ยงนั้นมีการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างอย่างยั่งยืน (sustainable resource) หรือมีการผลิตที่ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม (eco-friendly) หรือไม่

 

 

Add this page to your favorite Social Bookmarking websitesReddit! Del.icio.us! Mixx! Free and Open Source Software News Google! Live! Facebook! StumbleUpon! Yahoo! Free Joomla PHP extensions, software, information and tutorials.

Related Items:

  1. EU ลงนามในข้อตกลงประมงร่วมของ UN ครอบคลุมมหาสมุทรอินเดียทางตอนใต้
  2. ความเคลื่อนไหวการปฏิรูปนโยบายประมงร่วมของสหภาพยุโรป
  3. เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการตรวจสอบและเก็บรักษาสินค้าประมงของนอร์เวย์
  4. แนวโน้มตลาดปลาเนื้อขาว (Whitefish) ปี 2553
  5. มาตรฐาน Global Ggasius ของประเทศเวียดนาม
Last Updated ( Thursday, 08 October 2009 )
host by colorpack.net