แผนการด้านเศรษฐกิจของอียู Print E-mail
Contributed by คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป   
Thursday, 08 October 2009

เมื่อวันที่ 1-2 ต.ค. 52 ได้มีการประชุมรัฐมนตรีคลังประเทศสมาชิกอียูอย่างไม่เป็นทางการ (Informal ECOFIN Council) ซึ่งได้หารือกันในเรื่องการนำ exit strategies มาใช้ในช่วงเวลาที่เหมาะสมโดยขึ้นอยู่กับผลการคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจช่วงปี 2010-2011 ที่จะออกในช่วง พ.ย. 2009 แต่ยังไม่รับรองกรอบวงเงินที่จะใช้ในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหารการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เมื่อวันที่ 1-2 ต.ค. 52 ได้มีการประชุมรัฐมนตรีคลังประเทศสมาชิกอียูอย่างไม่เป็นทางการ (Informal ECOFIN Council) ในประเด็นต่างๆ สรุปสาระสำคัญได้ว่า

 

            1. exit strategies ด้านการคลัง ที่ประชุมเห็นว่ายังต้องดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปจนกว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจะมั่นคง แต่ควรเริ่มหารือเพื่อกำหนด exit strategies ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับ Stability and Growth Pact (แนวทางของอียูในการรักษาระดับการขาดดุลงบประมาณและหนี้สาธารณะ) โดยเน้นที่ปัจจัยต่อไปนี้

                (1) การถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในเวลาที่เหมาะสม

                (2) ปรับภาวะการคลังให้อยู่ในสภาพสมดุล (fiscal consolidation) ในระดับมากกว่า 0.5% ของ GDP ของ EU ต่อปี

                (3) ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ เน้นที่ตลาดแรงงาน ระบบการเกษียณอายุ การลงทุนด้านการวิจัยและ Green Technology

                (4) สร้างเสริมความเข้มแข็งในกรอบงบประมาณระดับชาติ ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งมีความเห็นว่าน่าจะนำ exit strategies มาใช้ในปี 2011 แต่บางประเทศ เช่น สวีเดน สหราชอาณาจักร เห็นว่าการกำหนดเวลาในขั้นนี้ยังลำบาก จะต้องมีการพิจารณาการคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจในปี 2010-2011 รวมทั้งสถานะของ public finance   สวีเดนในฐานะ EU Presidency จะเป็นผู้ร่างรายละเอียดยุทธศาสตร์เสนอแนะให้ทุกประเทศสมาชิกอียูปรับใช้อย่างสอดคล้องกันเพื่อลดการขาดดุลงบประมาณต่อไป

 

            2.  การสร้างเสถียรภาพให้การคลังและการควบคุมตรวจสอบ เน้นว่ามติจากที่ประชุม G-20 Pittsburgh Summit ควรนำมาปฏิบัติโดยเร็ว โดยเฉพาะเรื่องการจ่ายเงินโบนัสและค่าตอบแทนสำหรับผู้บริหารสถาบันการเงิน นอกจากนี้ โดยรวมที่ประชุม รมต. คลังเห็นด้วยกับข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรปในการจัดตั้ง European Systemic Risk Board (ESRB) โดยจะมีการหารืออีกครั้งในวันที่ 20 ต.ค. 52 นอกจากนี้ ที่ประชุมรับทราบผลการทำ stress test ธนาคารที่มีสาขาข้ามชาติในยุโรป 22 แห่ง ว่าสามารถมีเงินทุนพอแก้ไขปัญหา หากปัญหาเศรษฐกิจและการเงินแย่ลงไปอีก

 

            3. การสนับสนุนเงินทุนสำหรับการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เน้นว่าการระดมทุนจะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนและต้องมีความร่วมมือทั้งภายในอียูเองและในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ

 

            รมต. คลังประเทศสมาชิกอียูบางประเทศสนับสนุนการเก็บ carbon tax เพื่อลดการปล่อยก๊าซในสาขาที่ไม่ได้อยู่ในระบบ EU Emission Trading Scheme โดยสนับสนุนให้คณะกรรมาธิการยุโรปทบทวน Energy Taxation Directive (ระเบียบที่กำหนดภาษีต่อพลังงานเชื้อเพลิง อาทิ น้ำมันเชื้อเพลิงประเภทต่างๆ ก๊าซธรรมชาติ LPG) ให้รวม carbon emission ในการเก็บภาษีผลิตภัณฑ์พลังงาน

 

            4. การจ้างงาน แสดงความกังวลต่อภาวการณ์ว่างงานในยุโรปที่เพิ่มขึ้นสูงมาก (จากสถิติของ Eurostat ส.ค. 52 อียูมีอัตราการว่างงาน 9.1% หรือ 21.872 ล้านคน) และเน้นการแก้ไขปัญหาโดยเร่งปฏิรูประบบโครงสร้าง เพื่อเพิ่มความต้องการแรงงาน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.se2009.eu

           

 ข้อมูลเพิ่มเติม 

-          แม้ว่ามติที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการ exit strategy อย่างสอดคล้องกัน โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์

ของแต่ละประเทศและคณะกรรมาธิการยุโรปได้พยายามกำหนดช่วงเวลาในการเริ่ม exit strategy ภายในปี 2011 หากอียูมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นบวก (ขึ้นอยู่กับการคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจสำหรับช่วงปี 2010-2011 ที่จะออกในเดือน พ.ย. 52) แต่ประเทศสมาชิกอียูบางประเทศได้เริ่มลดการใช้จ่ายภาครัฐ อาทิ สเปน สหราชอาณาจักร เยอรมนี แต่ในส่วนของฝรั่งเศส คาดว่าจะยังคงใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปอีก โดยภาวะขาดดุลจะเพิ่มขึ้นเป็น 8.5% ในปี 2010 (อัตราการขาดดุล 8.2% ในปี 2009)

 

-          ในเรื่องเกี่ยวกับภาษีและการรักษาสิ่งแวดล้อม การเสนอแนวทางภายในอียูแบ่งออกเป็น 3 แนวทาง

            (1) การเสนอ carbon tax เพื่อเรียกเก็บภาษีสำหรับผู้ใช้พลังงานซึ่งมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในอียู (ที่อยู่นอกเหนือจากระบบ EU ETS)

            (2) การเสนอลดภาษีสำหรับ green goods โดยหาแนวร่วมกับสหรัฐฯ ประเทศสมาชิก OECD และจีนในการผลักดันเรื่องนี้ในการประชุม UNFCCC

            (3) การเสนอใช้ carbon adjustment tax ซึ่งเสนอโดยฝรั่งเศสและเยอรมนี เพื่อลดข้อเสียเปรียบระหว่างอุตสาหกรรมภายในอียูและนอกอียู

 

-           ที่ประชุมรมต. คลังมิได้แสดงความชัดเจนว่าเห็นด้วยกับกรอบงบประมาณเพื่อสนับสนุนการแก้ไข

ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่คกธ.ยุโรปเสนอไว้หรือไม่ (2-15 พันล้านยูโรต่อปี) โดยคาดว่าสวีเดนจะพยายามผลักดันให้มีท่าทีที่ชัดเจนในการประชุมผู้นำอียูระหว่างวันที่ 29-30 ต.ค. 52

 

 

Add this page to your favorite Social Bookmarking websitesReddit! Del.icio.us! Mixx! Free and Open Source Software News Google! Live! Facebook! StumbleUpon! Yahoo! Free Joomla PHP extensions, software, information and tutorials.

Related Items:

  1. CEO บริษัทชั้นนำของยุโรปเสนอแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแบบรายสาขา
  2. การเจรจาเรื่องสิ่งแวดล้อมระดับโลกที่ Poznan โปแลนด์ 1-12 ธ.ค. 51
  3. การปฏิรูประบบการควบคุมตรวจสอบสถาบันการเงินในอียู
  4. การประชุมรัฐมนตรีคลังของ EU
  5. การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
host by colorpack.net