|
อียูกังวลผู้ผลิตย้ายโรงงานหนีโครงการ ETS ออกรายชื่อกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับการช่วยเหลือ |
|
|
|
Contributed by คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป
|
|
Friday, 25 September 2009 |
|
สืบเนื่องจากตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นไป อียูจะทบทวนโครงการ European Emission Trading Scheme (ETS) อันจะส่งผลครอบคลุมถึงภาคการผลิตไฟฟ้า ซึ่งจะต้องประมูลซื้อสัดส่วนการปล่อยก๊าซคาร์บอนทั้งหมดที่ตนปล่อยภายในปี 2020 ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมในยุโรปกังวลว่าจะมีต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และอาจหาทางย้ายฐานการผลิตไปประเทศที่สามที่ไม่มีโครงการเก็บภาษีคาร์บอน นั้น
เพื่อป้องกันไม่ให้มีการโยกย้ายฐานการผลิต (หรือที่เรียกกันว่า carbon leakage) อียูจึงได้มีการประชุมหารือเพื่อหาทางออกในเรื่องดังกล่าว ล่าสุด เมื่อวันที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศสมาชิกอียู 27 ประเทศได้เสนอรายชื่อภาคอุตสาหกรรมที่จะยังคงได้รับสัดส่วนของโควต้าในการปล่อยก๊าซคาร์บอนในระดับสูงต่อไป เพื่อนำไปชดเชยกับการที่ภาคการผลิตไฟฟ้าเข้าโครงการ ETS Scheme รายชื่อดังกล่าวประกอบด้วยภาคอุตสาหกรรม 164 สาขา ประกอบด้วยตั้งแต่อุตสาหกรรมหนัก เช่น เหล็ก โลหะ ซีเมนต์ สารเคมี พลาสติก ไปจนถึงอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น อาหารแปรรูป
อนึ่ง รายชื่อดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองจากสภายุโรปและคณะมนตรียุโรปเสียก่อน โดยคาดว่า จะผ่านภายในปลายปีนี้ และจะมีผลบังคับใช้ไปจนถึงปี 2014
อย่างไรก็ดี มีประเทศสมาชิกบางประเทศ เช่น ฝรั่งเศสและเยอรมนี เห็นว่ามาตรการช่วยเหลือดังกล่าวอ่อนเกินไป และสนับสนุนให้มีการเก็บภาษีคาร์บอนเป็นภาษีนำเข้า (carbon tax) ส่วนคณะกรรมธิการยุโรปจะมุ่งใช้เวที Copenhagen UN Climate Conference ที่จะประชุมในเดือนธันวาคมนี้ ผลักดันให้ประเทศอุตสาหกรรมอื่นๆ ตั้งเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในระดับเดียวกับอียู
ข้อมูลจาก
http://www.euractiv.com/en/climate-change/eu-lists-industries-exempted-carbon-trading/article-185632
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
http://europa.eu/rapid/pressReleasesAction.do?reference=IP/09/1338&format=HTML&aged=0&language=EN&guiLanguage=en
|
|
Last Updated ( Friday, 25 September 2009 )
|