|
บัดนี้ หน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารประจำสหภาพยุโรป (European Food Safety Authority : EFSA) ได้ตีพิมพ์คู่มือการขอขึ้นทะเบียนวัสดุและบรรจุภัณฑ์ประเภท active และ intelligent ที่สัมผัสกับอาหารของสหภาพยุโรป เรียบร้อยแล้ว ตามเงื่อนไขที่ได้เคยมีการระบุไว้ในกฎระเบียบว่าด้วย วัสดุและบรรจุภัณฑ์ประเภท active และ intelligent ที่สัมผัสกับอาหาร ซึ่งตีพิมพ์ใน Official Journal L 135 Volume 3 ตาม Commission Regulation (EC) No 450/2009 of 29 May 2009 on active and intelligent materials and articles intended to come into contact with food ซึ่งระบุว่า EFSA จะต้องออกคู่มือดังกล่าวอย่างช้าสุดภายในเดือนธันวาคม 2552
1. ความเดิม : วัตถุประสงค์ของกฎระเบียบ Commission Regulation (EC) No 450/2009 คือ การออกข้อบังคับเฉพาะและการจัดทำบัญชีรายชื่อสารประกอบวัสดุและบรรจุภัณฑ์ประเภท active[1] และ intelligent[2] ที่สัมผัสกับอาหารเพื่อให้สอดคล้องกันทั้ง EU-27 ภายใต้ข้อกำหนดของกฎระเบียบ Regulation (EC) No 1935/2004 ทั้งนี้ เพื่อปกป้องความเสี่ยงทางกายภาพ ชีวภาพ และเคมีของบรรจุภัณฑ์หีบห่ออาหาร มิให้มีปฎิกิริยากับอาหาร (interaction) และหลีกเลี่ยงมิให้มีการถ่ายเทของสาร (migration) ไปยังอาหารในระดับต่ำสุด หรือแม้กระทั่งการส่งผ่านที่ไม่มีผลในการสัมผัสอาหารมากที่สุด (maximum inertness) รวมทั้งวัสดุที่ใช้บรรจุนั้นจะต้องไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะในทาง organoleptic
2. ขั้นตอนการอนุญาตขอขึ้นบัญชีรายชื่อสารประกอบวัสดุและบรรจุภัณฑ์ประเภท active และ intelligent ที่สัมผัสกับอาหาร ต้องยื่นคำร้องต่อ European Food Safety Authority : EFSA โดยสารดังกล่าวจะต้องมีความปลอดภัยตามคุณลักษณะที่กำหนดในมาตราที่ 3 และที่ 4 ของกฎระเบียบ Regulation (EC) No 1935/2004 ทั้งนี้ การยื่นคำร้องดังกล่าวจะต้องกระทำภายใน 18 เดือนหลังจากที่ EU ได้ออก « Guidelines of the European Food Safety Authority for the safety assessment of substances used in active and intelligent materials and articles » แล้ว
3. การยื่นคำร้อง : ผู้ยื่นคำร้อง (dossier) ต้องส่งมอบข้อมูลเพื่อให้ EFSA ประเมินผลความเสี่ยง โดยขอให้ส่งทั้งที่เป็นเอกสารแบบกระดาษและที่เป็นข้อมูลในแผ่น CD-ROM โดยต้องมีหนังสือกำกับว่า ข้อมูลทั้ง 2 รายการถูกต้องตามกัน ซึ่งข้อมูลในแผ่น CD-ROM ขอให้แยกเป็นข้อมูล 2 ประเภท กล่าวคือ ประเภทที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ในรูปของ Acrobat และประเภทที่สามารถแก้ไขได้โดยปกติ รวมทั้งต้องเตรียมข้อมูลต่างหาก อีก 1 ชุด ที่สามารถเปิดเผยได้ต่อสาธารณชนที่ยื่นคำร้องเช่นเดียวกันได้ ซึ่งทั้งนี้ หน่วยงานรับผิดชอบ (Competent authority) ของประเทศผู้ยื่นคำร้องจะต้องสามารถตรวจสอบข้อมูลทุกอย่างที่ทางผู้ยื่นคำร้องได้ส่งมอบให้แก่ทาง EFSA ด้วยเช่นกัน
4. ข้อมูลประกอบการยื่นคำร้อง : แยกเป็น
4.1 บทสรุปของเอกสาร (summary document) : ซึ่งได้แก่ บทสรุปในส่วนของข้อมูลด้าน เทคนิคและการประเมินผลความปลอดภัย อาทิ คุณลักษณะของวัสดุหรือบรรจุภัณฑ์ กระบวนการผลิตวัสดุหรือบรรุภัณฑ์ วัตถุประสงค์ในการใช้งาน ผลประเมินของพิษ/ผลเสียของสารเคมี (toxicological data) เป็นต้น
4.2 ข้อมูลทางการบริหารจัดการ (administrative part) : ซึ่งได้แก่ ชื่อของผู้ยื่นคำร้อง (ชื่อบริษัท/หน่วยงาน) ชื่อของบริษัทผู้ยื่นคำร้อง (หากแตกต่างจากชื่อของผู้ยื่นคำร้องโดยตรง) ชื่อของผู้รับผิดชอบต่อการยื่นคำร้อง เป็นต้น
4.3 ข้อมูลทางเทคนิค (technical dossier) : ซึ่งได้แก่
- คุณลักษณะ/บทบาทของวัสดุและบรรจุภัณฑ์ สารประกอบที่ใช้ผลิต เงื่อนไขการใช้งาน
- ชื่อของสารที่ใช้ผลิตวัสดุและบรรจุภัณฑ์ (ชื่อทางเคมี ชื่อทางการค้า ชื่อย่อ เป็นต้น)
- คุณลักษณะทางกายภาพและทางเคมีของสารที่ใช้ผลิตวัสดุและบรรจุภัณฑ์
- กระบวนการผลิตวัสดุและบรรจุภัณฑ์
- วัตถุประสงค์ในการใช้งานของวัสดุและบรรจุภัณฑ์
- ข้อมูลการอนุญาตให้ใช้สารดังกล่าวในประเทศสมาชิก EU หรือในประเทศอื่นๆ อาทิ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น
- ข้อมูลการถ่ายเทของสารสู่อาหาร หรือวัสดุและบรรจุภัณฑ์
- ข้อมูลของพิษ/ผลเสียของสารเคมีที่ใช้
หากผู้ยื่นคำร้องมีข้อมูลสนับสนุนทางด้านวิทยาศาสตร์ ก็ต้องส่งมอบเพื่อให้พิจารณาในคราเดียวกัน อย่างไรก็ดี EFSA มีสิทธิที่จะขอข้อมูลเพิ่มเติมจากทางผู้ยื่นคำร้องได้
5. ทั้งนี้ รายละเอียดของ Guideline ดังกล่าว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็ปไซด์ดังต่อไปนี้
http://www.efsa.europa.eu/EFSA/efsa_locale-1178620753812_1211902781209.htm
ในเรื่องนี้ สำนักงานฯ มีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ ดังนี้
ก) สำนักงานฯ ได้เคยติดต่อ Mrs. Annette Schaefer เจ้าหน้าที่ EU ผู้รับผิดชอบด้าน Food Contact Material ประจำ DG-SANCO ต่อประเด็นการขอขึ้นบัญชีรายชื่อสารประกอบวัสดุและบรรจุภัณฑ์ประเภท active และ intelligent ที่สัมผัสกับอาหาร เพื่อให้อยู่ใน Community List โดยได้รับคำตอบว่า ผู้ผลิตสารประกอบวัสดุและบรรจุภัณฑ์ประเภท active และ intelligent ในประเทศไทย มีสิทธิเท่าเทียมผู้ผลิตสารประกอบใน EU กล่าวคือ สามารถยื่นคำร้องขอขึ้นบัญชีรายชื่อสารได้เช่นเดียวกับผู้ผลิตใน EU โดยทั้งนี้ ขอให้ศึกษาแนวทางการขอขึ้นบัญชีจาก Guidelines ของ EFSA ฉบับนี้ และขอให้ยื่นคำร้องภายในสิ้นเดือนธันวาคม ค.ศ. 2010 (พ.ศ. 2553)
ข) จากกฎระเบียบข้างต้น ชี้ให้เห็นว่า ขณะนี้ EU กำลังเตรียมยกระดับมาตรฐานของภาชนะและบรรจุภัณฑ์ประเภท active และ intelligent ที่สัมผัสกับอาหารให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากประเด็นดังกล่าวยังคงเป็นปัญหาที่มีผลเชื่อมโยงโดยตรงกับสุขอนามัยผู้บริโภค
ค) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข และผู้ประกอบการภาคเอกชนผู้ผลิตสารประกอบวัสดุและบรรจุภัณฑ์ประเภท active และ intelligent ที่สัมผัสกับอาหารควรเตรียมกระบวนการขอยื่นคำร้องขึ้นบัญชี Community List ดังกล่าวให้ทันต่อกรอบเวลาที่กำหนดไว้ รวมทั้งเวียนข้อมูลให้แก่ผู้ส่งออกทราบด้วย เนื่องจากเมื่อ EFSA ได้พิจารณาคำร้องทั้งหมดและได้จัดทำ Community List และประกาศใช้ List ดังกล่าวอย่างเป็นทางการแล้ว สินค้าอาหารที่บรรจุโดยวัสดุและบรรจุภัณฑ์ประเภท active และ intelligent ที่สัมผัสกับอาหารจะสามารถวางจำหน่ายใน EU ได้ก็แต่เฉพาะวัสดุและบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากสารที่ได้รับการอนุญาตให้อยู่ใน Community List แล้วเท่านั้น
[1] วัสดุ/บรรจุภัณฑ์ active ใช้เพื่อให้เกิดปฎิกิริยาต่ออาหารในด้านการถนอมรักษา หรือปรับคุณภาพอาหารในช่วงการจัดเก็บหรือยืดอายุการวางจำหน่าย
[2] วัสดุ/บรรจุภัณฑ์ intelligent ควบคุมเงื่อนไขการจัดเก็บอาหาร หรือสิ่งแวดล้อมโดยรอบของอาหาร |