|
ตามที่สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศฯ ณ กรุงบรัสเซลส์ ได้รายงานข่าวคณะกรรมาธิการยุโรปเกี่ยวกับการคาดการณ์เศรษฐกิจว่า GDP ของ EU จะหดตัว 4% ในปี 2009 และจะทรงตัวในปี 2010 ตลาดแรงงานได้รับผลกระทบรุนแรง อัตราว่างงานจะเพิ่มเป็น 11% ในปี 2010 ฯลฯ นั้น
บัดนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปได้เผยแพร่รายงานการคาดการณ์เศรษฐกิจยุโรป ฉบับ Spring 2009 และสำนักงานฯ ขอรายงานสรุปข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาพรวม สถานการณ์ในแต่ละประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ประเทศ candidate countries ที่รอเข้าเป็นสมาชิกสหภาพฯ และประเทศนอกสหภาพฯ ดังนี้
ภาพรวม:
- เศรษฐกิจโลกกำลังอยู่ในภาวะถดถอยที่หยั่งรากลึกและแผ่ขยายวงกว้างที่สุดนับตั้งแต่หลังสงครามโลก
- มาตรการเยียวยาโดยภาครัฐและธนาคารกลางได้ช่วยป้องกันไม่ให้ระบบการเงิน ล่มสลาย และประสบความสำเร็จทำให้ระบบเศรษฐกิจมีเสถียรภาพในระดับหนึ่ง แต่ตลาดและสถาบันการเงินยังคงอยู่ในสภาวะการณ์ตึงเครียด
- ในปี 2009 คาดว่า GDP โลกจะหดตัว 1.5% โดยประมาณการว่า GDP สหรัฐฯ จะลดลง 3% ส่วนญี่ปุ่นลดลง 5.25% และอัตราเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวที่อัตราเกือบ 2% ในปี 2010
- ปีนี้คาดว่า GDP ทั้งของ EU และ euro area จะหดตัว 4% และจะทรงตัวในปี 2010 อัตราเงินเฟ้อจะลดลงต่อเนื่องอย่างรวดเร็วและจะเริ่มติดลบช่วงกลางปีนี้ ในขณะที่งบขาดดุลภาครัฐ ปี 2010 คาดว่าจะเพิ่มเป็นกว่า 7% ของ GDP ใน EU และหนี้สาธารณะจะเพิ่มเป็น 72.5% ของ GDP ในปี 2009 และ 79.5% ของ GDP ในปี 2010
- สถานการณ์ในแต่ละประเทศสมาชิก EU 27 ประเทศ ส่วนใหญ่ยังคาดการณ์ภาพลบในปี 2009-2010 ดังสรุปในเอกสารแนบท้าย
สถานการณ์ใน candidate countries
- โครเอเชีย: เศรษฐกิจกำลังตกต่ำ อัตราเติบโตของ GDP ชะลอตัวลงจาก 5.5% ในปี 2007 เหลือ 2.4% ในปี 2008 โดยจะลดต่ำลงอีกในปี 2009 สร้างความท้าทายต่อการดำเนินนโยบายการคลังภาครัฐ
- มาเซโดเนีย: อัตราเติบโตของ GDP ชะลอตัวลงจาก 6% ในปี 2007 เหลือ 5% ในปี 2008 แม้จะล่าไปบ้าง แต่ก็เริ่มเข้ามาอยู่ในแนวโน้มทั่วไปของผลจากเศรษฐกิจขาลง
- ตุรกี: เศรษฐกิจเริ่มชะลอตัวลงตั้งแต่ก่อนหน้าเกิดวิกฤตการเงินโลก อัตราเติบโตของ GDP ลดลงจาก 7.25% ในช่วงปี 2002-2006 เหลือ 4.67% ในปี 2007 และเหลือเพียง 1% ในปี 2008 ภาค อุตสาหกรรมเริ่มซวนเซ เนื่องจากการส่งออกลดลง โดยเฉพาะในยุโรปซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักของสินค้ารถยนต์ และของใช้ในครัวเรือนที่เป็นผ้า (white goods)
สถานการณ์นอกสหภาพฯ
- สหรัฐฯ: เศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอยรุนแรงในทุกภาคส่วน (all sectors) ระดับการหดตัวในปี 2008/2009 เป็นการลดลงของผลผลิตต่ำสุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง อัตราเติบโตของ GDP คาดว่าจะติดลบที่ -2.9% ในปี 2009 และฟื้นเป็นบวกที่ +0.9% ในปี 2010 โดยอัตราว่างงานจะสูงกว่า 10% ในปี 2010 ภาคเอกชนประหยัดการใช้จ่ายลง ความมั่นใจของผู้บริโภคลดลงมาอยู่ระดับต่ำสุด และภาครัฐออกมาตรการ/package เยียวยาเศรษฐกิจมหภาคที่สนับสนุนอุปสงค์โดยรวม
- ญี่ปุ่น: วิกฤตการเงินโลกส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นอย่างรุนแรง คาดว่า GDP จะหดตัว 5.3% ในปี 2009 และขยายตัวเล็กน้อยที่ 0.1% ในปี 2010 ภาวะถดถอยจะลากยาวแม้ภาครัฐได้ออกมาตรการคลังมาเยียวยาอย่างมาก
- จีน: ยังคงมีเศรษฐกิจเข้มแข็ง GDP เติบโตที่อัตรา 9% ในปี 2008 และคาดว่าจะเติบโตต่อไปที่อัตรา 6.1% ในปี 2009 และ 7.8% ในปี 2010 ซึ่งส่งผลบวกฉุดการเติบโตของเศรษฐกิจโลก
- EFTA: เศรษฐกิจที่ดีต่อเนื่องมา 7 ปีได้สิ้นสุดลงแล้ว ประมาณการว่า GDP ของนอรเวย์จะหดตัว 3.4% ในปี 2009 และเติบโตเล็กน้อยในปี 2010 ขณะที่ GDP ของสวิตเซอร์แลนด์ จะติดลบที่ -3.2% ในปี 2009 และ -0.5% ในปี 2010 ส่วนไอซ์แลนด์กำลังเผชิญผลจากการล่มสลายของสกุลเงินเมื่อปี 2008 และวิกฤตเศรษฐกิจ และคาดว่าอัตราเติบโตของ GDP จะฟื้นตัวเป็นบวกในปี 2010
- รัสเซีย: รัสเซียกำลังเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งแรกในรอบสิบปี หลังจากประสบภาวะถดถอยล่าสุดเมื่อปี 1998 คาดว่า GDP จะหดตัวที่ -3.8% ในปี 2009 และฟื้นเป็นบวกที่ 1.5% ในปี 2010
สถานการณ์ในแต่ละประเทศสมาชิกสหภาพฯ
1. เบลเยี่ยม: การหดตัวอย่างมากของการค้าโลก จึงคาดว่าการส่งออกของเบลเยี่ยม จะลดลงประมาณ 13% ในปี 2009 อัตราการว่างงานจะเพิ่มเป็นตัวเลขสองหลัก (จาก 7% ในปี 2008 เป็นมากกว่า 10% ในปี 2010) และหนี้สาธารณะจะเพิ่มเป็นตัวเลขสามหลัก (จาก 90% ของ GDP ในปี 2008 เป็นมากกว่า 100% ของ GDP ในปี 2010)
2. บัลแกเรีย: ภาวะเศรษฐกิจซบเซา ทำให้เงินคงคลังภาครัฐหมดไป (งบเกินดุลที่ร้อยละ 1.5% ของ GDP ในปี 2008 จะกลายเป็นงบขาดดุลที่ 0.5% ของ GDP ในปี 2009 และขาดดุลที่ 0.25% ในปี 2010) และการขาดดุลการค้ายังคงสูงประมาณ 25% ของ GDP
3. สาธารณรัฐเชค: ผลผลิตลดลงมากเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่คาดว่าจะมีอัตราเติบโตติดลบที่ - 2.7% ในปี 2009 และอุปสงค์ที่ลดต่ำลงมากในประเทศคู่ค้า คาดว่าการส่งออกจะลดลง 11.5% ในปี 2009 ทำให้ดุลการค้าเกินดุลลดลง
4. เดนมาร์ก: อัตราว่างงานสูงขึ้นมากจากเดิมที่เคยอยู่ในระดับต่ำที่ 3.3% ในปี 2008 คาดว่าจะเพิ่มเป็นมากกว่า 6% ในปี 2010
5. เยอรมันนี: เนื่องจากเศรษฐกิจที่เคยรุ่งเรืองในเยอรมันนีพึ่งพิงการส่งออกเป็นหลัก จึงได้รับผลกระทบมาก จากยอดสั่งซื้อสินค้าออกที่ลดลงฮวบฮาบ และวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่แผ่ขยายต่อเนื่อง
6. เอสโตเนีย: คาดว่าเศรษฐกิจจะหดตัวอย่างมากประมาณ 10% ในปี 2009 และจะลดลงอีกเล็กน้อยในปี 2010 อย่างไรก็ดี การปรับโครงสร้างที่กำลังดำเนินการอยู่ (on-going) จะเป็นพื้นฐานรองรับการเติบโตในปีข้างหน้าต่อไปเมื่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจภูมิภาคฟื้นตัว
7. ไอร์แลนด์: เผชิญความถดถอยหยั่งลึกและลากยาว ภาวะการเงินที่ย่ำแย่ของภาครัฐ โดยงบขาดดุลที่ 7.1% ของ GDP ในปี 2008 คาดว่าจะเพิ่มเป็น 12% ของ GDP ในปี 2009 (อัตราสูงสุดใน euro area) และอาจสูงถึง 15.5% ของ GDP ในปี 2010 เนื่องจากอัตราว่างงานสูงขึ้น ทำให้ภาระค่าใช้จ่ายทางสังคมเพิ่มมากขึ้น ส่งผลต่อการปรับตัวของประเทศ
8. กรีซ: คาดว่าอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจจะติดลบในปี 2009 (เป็นครั้งแรกนับจากปี 1993) ความไม่สมดุลทางโครงสร้างที่ใหญ่และยืดเยื้อมายาวนานเริ่มส่งผลต่อเศรษฐกิจ เนื่องจากปริมาณการค้าระหว่างประเทศหดตัวลงและความสามารถทางการแข่งขันแย่ลง
9. สเปน: คาดว่าอัตราเติบโตของ GDP จะลดลง 3.25% ในปี 2009 เนื่องจากการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่ลดลงมาก ความกลัวตกงานทำให้ลดการจับจ่ายใช้สอย ความสามารถในการแข่งขันยังคงอ่อนแอ ความไม่สมดุลจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัว
10. ฝรั่งเศส: การบริโภคของครัวเรือนเริ่มฟื้นตัว แต่ยังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน งบการเงินสาธารณะยังย่ำแย่ลงอย่างรวดเร็ว
11. อิตาลี: อุตสาหกรรมได้รับผลกระทบอย่างหนักหน่วงจากการล้มสลายของอุปสงค์โลก งบขาดดุลภาครัฐที่เพิ่มขึ้นจาก 1.5% ของ GDP ในปี 2007 เป็น 2.7% ของ GDP ในปี 2008 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกเป็น 4.5% ของ GDP ในปี 2009 และเพิ่มเป็นประมาณ 4.75% GDP ในปี 2010
12. ไซปรัส: คาดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงมากในปี 2009 หนี้สาธารณะแย่ลง และขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้น
13. ลัตเวีย: หลังจากความไม่สมดุลที่สะสมมาในช่วงปี 205-2007 ตัวเลข GDP แท้จริงในปี 2008 ได้หดตัวลง 4.6% อุปสงค์ภายในและการค้าหดตัว และคาดว่าเศรษฐกิจโดยรวมยังอยู่ในช่วงขาลง ประมาณการว่า GDP จะลดลง 13% ในปี 2009 และลดลงอีก 3% ในปี 2010
14. ลิทัวเนีย: ภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะหยั่งรากลึกและหดตัวลงมากที่ประมาณ 11% ในปี 2009 เศรษฐกิจขาลงหนักหน่วงขึ้นเนื่องจากปัญหาข้อจำกัดด้านการคลัง ส่งผลให้การขาดดุลภาครัฐเพิ่มสูงขึ้น
15. ลักเซมเบอร์ก: ตกอยู่ในภาวะยากลำเค็ญเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมซึ่งส่งออกผลผลิตส่วนใหญ่ และคาดว่าอาจจะเริ่มฟื้นคืนประมาณปลายปี 2009 หลังจากเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัวบ้างแล้ว
16. ฮังการี: วิกฤตการเงินภายในทำให้ภาวะถดถอยขยายตัว ภาคการเงินและภาคอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบหนักสุด เนื่องจากความต้องการการส่งออกที่ลดลง
17. มอลต้า: การท่องเที่ยวได้รับผลกระทบหนัก แต่การลงทุนยังทรงตัวเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายต้นทุนภาครัฐตามแผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจ และการลงทุนภาคเอกชนที่สนับสนุนแผนงานก่อสร้างตามโครงการ ICT business park
18. เนเธอร์แลนด์: คาดว่า GDP จะลดลง 3.5% ในปี 2009 และลดลงอีก 0.4% ในปี 2010 โดยเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากการค้าโลกที่หดตัวลง
19. ออสเตรีย: เศรษฐกิจได้เติบโตอย่างเข้มแข็งเฉลี่ยที่อัตรา 3.1% ในช่วงปี 2005-2007 แต่ได้เสียพลวัตไปในปี 2008 คาดว่าตัวเลข GDP แท้จริงจะหดตัวลงประมาณ 4% ในปี 2009 และคงที่ในปี 2010 การบริโภคภาคภาคเอกชนและมาตรการสนับสนุนทางการคลังได้ช่วยบรรเทาภาวะถดถอย
20. โปแลนด์: ภาวะถดถอยเริ่มคืบคลานเข้ามาใกล้ คาดว่าตัวเลข GDP จะหดตัวลง 1.4% ในปี 2009 และจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยประมาณ 0.8% ในปี 2010 เนื่องจากเศรษฐกิจโปแลนด์พึ่งพิงตลาดต่างประเทศในระดับต่ำ เน้นเทคโนโลยีระดับกลางและการผลิตสินค้าราคาต่ำ และการลงทุนภาครัฐ
21. โปรตุเกส: กิจกรรมเศรษฐกิจเริ่มอ่อนแอลงตั้งแต่ช่วงต้นปี 2008 เป็นต้นมา ภาวะถดถอยเริ่มขยายตัว คาดว่า GDP จะลดลง 3.75% ในปี 2009 และจะลดลงอีก 0.75% ในปี 2010
22. โรมาเนีย: อัตราเติบโตของ GDP ที่ 7.1% ในปี 2008 ได้ลดลงมากและคาดว่าจะติดลบที่ -4.0% และคงที่ประมาณ 0% ในปี 2010
23. สโลวีเนีย: การส่งออกที่เคยสูงในอัตราตัวเลขสองหลักในปี 2007 ได้ลดลงเหลือ 3.3% ในปี 2008 และคาดว่าตัวเลข GDP แท้จริงจะหดตัว 3.4% ในปี 2009 และเพิ่มเป็นอัตราบวกที่ 0.7% ในปี 2010 ซึ่งคาดว่าการส่งออกจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นในปี 2010 ตามผลคาดการณ์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจระหว่างประเทศ การลงทุนลดต่ำลงมาก จากสาเหตุ การขาดความเชื่อมั่นในภาคก่อสร้างและอุตสาหกรรม ซึ่งท้าทายความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
24. สโลวาเกีย: อัตราเติบโตของ GDP ที่ 10.4% ในปี 2007 ได้ลดลงมาอยู่ที่ 6.4% ในปี 2008 และคาดว่าจะหดตัวติดลบที่ -2.5% ในปี 2009 และกระเตื้องเป็นบวกเล็กน้อยที่อัตรา 0.75% ในปี 2010 ซึ่งภาวะถดถอยของเศรษฐกิจโลกได้ส่งผลกระทบต่อการส่งออก
25. ฟินแลนด์: พลวัตการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ชะลอตัวลงตลอดปี 2008 โดย GDP ขยายตัวเพียง 0.9% ในปี 2008 ผลผลิตอุตสาหกรรมและการส่งออกมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจฟินแลนด์ ซึ่งได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจขาลง
26. สวีเดน: กิจกรรมเศรษฐกิจในสวีเดนชะลอตัวลงอย่างมาก โดยตัวเลข GDP หดตัว 0.2% ในปี 2008 และคาดว่าจะหดตัวลงอีก -4% ในปี 2009 และฟื้นตัวที่ประมาณ 0.75% ในปี 2010 อัตรว่างงานสูงขึ้นมาอยู่ที่อัตรา 8% ของแรงงานในเดือนกุมภาพันธ์ 2009 และคาดว่าจะเกินกว่า 10% ในปี 2010 งบการเงินภาครัฐที่เคยเกินดุลในช่วงปีก่อนหน้านี้จะกลายเป็นงบขาดดุลที่ประมาณ 2.75% และ 4% ของ GDP ในปี 2009 และ 2010 ตามลำดับ
27. สหราชอาณาจักร: เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยครั้งแรกหลังจากผลผลิตได้ขยายตัวต่อเนื่องมาเป็นเวลา 17 ปี ซึ่งภาวะถดถอยได้หยั่งรากลึก โดยคาดว่าเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรจะหดตัว 3.75% ในปี 2009 และจะทรงตัวเกือบหยุดนิ่งอยู่กับที่ในปี 2010 สร้างความท้าทายต่องบการเงินสาธารณะซึ่งคาดว่าจะสูงถึง 7.2% ของ GDP ในปีงบประมาณ 2008/2009 และจะเพิ่มเป็นประมาณ 13% ของ GDP ในปีงบประมาณ 2009/2010 และ 2010/2011
Related Items:
- การปฏิรูประบบการควบคุมตรวจสอบสถาบันการเงินในอียู
- การประชุม Brussels Economic Forum ในหัวข้อเรื่อง Beyond the crisis: a changing economic landscape
- ท่าทีของภาคธุรกิจยุโรปต่อการแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจ
- ไทยพร้อมเป็นหุ้นส่วนอียูในการพัฒนาด้านการเกษตรในภูมิภาคแอฟริกา
- นักวิเคราะห์ชี้เศรษฐกิจอียูพ้นสภาวะวิกฤต แต่ปี 53 ยังไม่สดใส คงมีปัญหาหนี้รัฐและการว่างงาน
|