CEO บริษัทชั้นนำของยุโรปเสนอแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแบบรายสาขา Print E-mail
Contributed by คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป   
Friday, 17 July 2009

เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 52 กลุ่มอุตสาหกรรมชั้นนำของยุโรปได้เสนอรายงานเรื่องพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเสนอแนวทางดำเนินนโยบายระดับระหว่างประเทศรวมถึงการพัฒนาและดำเนินนโยบายพลังงานในสหภาพยุโรป โดยในส่วนของประเทศกำลังพัฒนาควรมีมาตรการเร่งให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และควรมีการใช้เทคโนโลยีสะอาดโดยการพัฒนาความสามารถและการสนับสนุนทางการเงินเพื่อนำไปสู่การตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อไป

 

European Round Table of Industrialists หรือ ERT เป็นเวทีหารืออย่างไม่เป็นทางการของกลุ่มบริษัทชั้นนำของยุโรปจำนวนประมาณ 45 บริษัท อาทิ Shell, Nokia, Total, BT, Solvay, Nestle, Siemens ซึ่งได้เริ่มการหารือในเรื่องพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมาตั้งแต่ปี 1992 ได้นำเสนอรายงานเรื่อง “Energy & Climate Change: Securing Europe’s Energy Future, Maintaining Competitiveness and Tackling Climate Change” โดยมีเนื้อหาแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่

 

1.      แนวทางการดำเนินนโยบายระดับระหว่างประเทศในการแก้ไขการ 

เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งนำเสนอแนวคิดในการบรรลุความตกลงระหว่างประเทศเพื่อทดแทนพิธีสารเกียวโตซึ่งจะสิ้นสุดในปี 2012 โดยเห็นว่าความตกลงฯ ควรมีเป้าหมายที่แน่ชัดในการตั้งเป้าหมายการบริหารจัดการ และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสำหรับประเทศต่างๆ ไม่เฉพาะสหภาพยุโรป อเมริกาเหนือ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ รัสเซียและประเทศ CIS เท่านั้น โดยประเด็นที่ควรอยู่ในความตกลงฯ ประกอบด้วย

 

-          แนวทางการลดการปล่อยก๊าซในระยะยาว ตั้งแต่ช่วงปี 2010 – 2050 โดยจัด

ตั้งเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซสำหรับประเทศพัฒนาแล้ว และให้ประเทศกำลังพัฒนามีแนวทางความพยายามที่เหมาะสมในระดับชาติ

 

-          การจัดตั้งตลาดคาร์บอนเครดิต ตลาด cap and trade ในระดับชาติและ

ระดับภูมิภาคควรเชื่อมโยงกัน โดยใช้ ICT ในการบริหารจัดการและการดำเนินธุรกรรม รวมทั้งทบทวนกลไก Clean Development Mechanism ในประเทศกำลังพัฒนาซึ่งสามารถแปรเป็นคาร์บอนเครดิตในระบบ cap and trade

 

-          การจัดตั้งกลไกสำหรับประเทศกำลังพัฒนาเพื่อเร่งมาตรการการใช้พลังงาน 

อย่างมีประสิทธิภาพ และใช้เทคโนโลยีสะอาดสำหรับอุตสาหกรรมรายสาขา อาทิ การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากถ่านหิน ปูนซีเมนต์ เหล็ก โดยการสร้างศักยภาพและทางออกด้านงบประมาณ เพื่อนำไปสู่การตั้งเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อไป ซึ่งจะต้องใช้การหารือที่ครอบคลุมรอบด้านกับประเทศกำลังพัฒนา

 

-          ทบทวนกลไก Clean Development Mechanism (CDM) ให้มีการ

ดำเนินการโดยลดค่าใช้จ่ายมากที่สุด โดยให้ประเทศกำลังพัฒนาสามารถมีงบประมาณเพียงพอในการดำเนินโครงการ CDM ได้เอง

 

-          ควรมีการดำเนินการใช้เทคโนโลยีสะอาดสำหรับการผลิตไฟฟ้า โดยได้รับ

งบประมาณสนับสนุนจากระบบ cap and trade ในประเทศสมาชิก OECD นอกจากนี้ ควรมีงบประมาณสนับสนุนเพิ่มเติมในขั้นตัวอย่าง

 

-          สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีกักเก็บคาร์บอน Carbon Capture Storage

(CCS) โดยมีกระบวนการออกใบรับรองสำหรับทุกๆ 1 ตัน ของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่สามารถกักเก็บได้ และให้การสนับสนุนทางการเงินสำหรับโรงงาน CCS ขนาดใหญ่ ที่เป็นตัวอย่างก่อนทำการเชิงพาณิชย์ในระดับภูมิภาคหรือระดับชาติ

 

-          การใช้คุณสมบัติด้านความยั่งยืนในการใช้และนำเข้าเชื้อเพลิงชีวภาพ  

(biofuel) ซึ่งคุณสมบัตินี้จะรวมถึงการลดการทำลายป่า การใช้พื้นที่ และปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อย่างไรก็ดี มาตรฐานดังกล่าวอาจไม่จำเป็นต้องมาจากกระบวนการหารือในการประชุม UNFCCC ที่กรุงโคเปนเฮเกนในเดือน ธ.ค. นี้

 

-          การใช้ยุทธศาสตร์การปรับตัวและการสนับสนุนเงินทุน โดยเน้นการแก้ไข

ผลกระทบสำหรับผู้ที่สามารถปรับตัวได้น้อยที่สุด  

 

2.       การพัฒนายุทธศาสตร์และนโยบายพลังงานของสหภาพยุโรป โดยสนับสนุน

การใช้พลังงานนิวเคลียร์เป็นส่วนหนึ่งของแหล่งพลังงานในยุโรป และการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับพลังงานทดแทน

 

            นอกจากนี้ ERT เห็นว่า ยุโรปควรเน้นการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างงานซึ่งสามารถดำเนินการได้ทันทีและมีผลโดยตรงในการกระตุ้นเศรษฐกิจ

 

ข้อเสนอแนะสำหรับประเทศกำลังพัฒนา 

            ERT เสนอว่าประเทศกำลังพัฒนาควรเริ่มต้นด้วยการสร้างศักยภาพองค์กรและความสามารถทางเทคนิคสำหรับการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก โดยดำเนินการเป็นรายสาขา ซึ่งจะทำให้สามารถเน้นในบางสาขาที่เป็นผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายสำคัญก่อนได้ และขยายโครงสร้างไปสู่ประเทศอื่นในสาขาที่คล้ายคลึงกัน โดยการจัดทำความตกลงรายสาขาควรประกอบด้วยสาระสำคัญ ดังนี้

 

            - แผนปฏิบัติการในการลดผลกระทบและการปรับตัวที่สามารถวัดได้และบริหารจัดการได้ โดยมีโครงการที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

 

            - การเจรจาในแต่ละสาขาควรแยกกันโดยจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมเจรจา อาทิ ในสาขาพลังงานไฟฟ้าจากถ่านหินควรมีจีน อินเดีย และแอฟริกาใต้

 

            - ความตกลงในแต่ละสาขาควรมีวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ชัดเจน และสามารถนำไปสู่การได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุน หรือสร้างคาร์บอนเครดิต (CERs) หรือสร้างศักยภาพในการติดตาม การรายงาน และการตรวจสอบ (MRV) ได้

 

            - ความตกลงในแต่ละสาขาควรรวมการดำเนินมาตรการที่นำไปสู่การตั้งพันธกรณีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว

 

            - ความตกลงรายสาขาควรมีประสิทธิภาพในการลดความพยายามปกป้องอุตสาหกรรมในยุโรปจากการใช้ระบบ EU Emission Trading Scheme (ETS) โดยควรมีเงื่อนไข ดังนี้

              (1) เป็นการรวมการผลิตสินค้าในสาขานั้น 80% ของปริมาณการผลิตโลก

              (2) มีพันธกรณี

              (3) นำไปสู่การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่สามารถเทียบเคียงได้กับของสหภาพยุโรปในสาขานั้น ในช่วงระยะเวลาเดียวกัน

              (4) จัดตั้งระบบ MRV โดยการใช้มาตรการบังคับ

           

ทั้งนี้ กลุ่มประเทศที่ถือเป็นประเทศกำลังพัฒนาควรมีการกำหนดให้ชัดเจน รวมทั้งประเทศที่มี GDP มากกว่า 5,000 เหรียญสหรัฐต่อปี ซึ่งประเทศเหล่านี้ควรใช้ระบบ MRV การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศตนภายในปี 2011 และทำให้ปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอยู่ในอัตราคงที่โดยการดำเนินการที่เหมาะสม และมีพันธกรณีในระยะต่อไป

 

ข้อสังเกต

  

            - แนวคิดของ ERT โดยรวมมีความคล้ายคลึงกับนโยบายของคณะกรรมาธิการยุโรปสำหรับการเจรจา UNFCCC ธ.ค. นี้ โดยสนับสนุนการทบทวนและปรับปรุงกลไก CDM และการสร้างตลาดคาร์บอนเครดิตที่เชื่อมโยงกันในระดับภูมิภาคและระดับชาติ แต่ไม่ได้เรียกร้องให้ประเทศกำลังพัฒนายอมรับพันธกรณีในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยทันที

 

            - ERT เน้นการจัดทำความตกลงเพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายสาขา ซึ่งคาดว่าเป็นเพราะภาคอุตสาหกรรมในยุโรปสามารถมีบทบาทในการช่วยเสนอแนะแนวทางดำเนินการ และสามารถติดตามมาตรการ/พัฒนาการการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของอุตสาหกรรมรายสาขาในประเทศอื่นๆ ได้สะดวกและชัดเจน และไม่ก่อให้เกิดการโยกย้ายถิ่นฐานจากยุโรปไปสู่ภูมิภาคอื่น เนื่องจากจะต้องมีเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ใกล้เคียงกัน

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายงานดังกล่าวได้ที่ http://www.ert.be/DOC%5C09112.pdf

 

Add this page to your favorite Social Bookmarking websitesReddit! Del.icio.us! Mixx! Free and Open Source Software News Google! Live! Facebook! StumbleUpon! Yahoo! Free Joomla PHP extensions, software, information and tutorials.

Related Items:

  1. EU จะออกกฎระเบียบใหม่มุ่งลดก๊าซเรือนกระจกกลุ่มก๊าซเอฟ
  2. Green week 2009 กับท่าทีของอียูในการเจรจาความตกลงสิ่งแวดล้อมแทนพิธีสารเกียวโต
  3. การเจรจาเรื่องสิ่งแวดล้อมระดับโลกที่ Poznan โปแลนด์ 1-12 ธ.ค. 51
  4. การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  5. ความคืบหน้าเรื่องการพิจารณาระเบียบอียูเรื่องพลังงานทดแทน
host by colorpack.net