|
EU US เจรจายุติข้อพิพาทการห้ามนำเข้าเนื้อวัวที่ใช้สารฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโตในสัตว์ |
|
|
|
Contributed by สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป
|
|
Thursday, 25 June 2009 |
|
ตามที่สหภาพยุโรป (EU) ได้ออกมาตรการในปี 2539 ห้ามนำเข้าเนื้อวัวที่ใช้สารฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต (growth promoting hormones) จากสหรัฐอเมริกา (US) โดย US ได้มีการฟ้องร้องต่อเวที WTO ว่าเป็นการกีดกันทางการค้า อันขัดต่อหลักการตามข้อตกลงของ GATT และต่อมาในปี 2541 WTO ได้ตัดสินให้ US ได้รับชัยชนะ เนื่องจากไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เพียงพอ ถือเป็นการกีดกันทางการค้า โดยลงโทษ EU ต้องชดใช้ค่าเสียให้ให้แก่ US เป็นจำนวนเงิน 116.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งการชดใช้ดังกล่าวอยู่ในรูปของบทลงโทษว่า EU ต้องจ่ายภาษีเพิ่มพิเศษ (retaliatory duties) ในการส่งสินค้าเกษตร-อาหารบางรายการไปจำหน่ายยัง US อาทิ แฮมจากเดนมาร์ก น้ำแร่จากอิตาลี และชีส Roquefort ของฝรั่งเศส เป็นต้นนั้น
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2552 ที่ผ่านมา ทางการ US และ EU ได้ตกลงร่วมกันที่จะยุติข้อพิพาทดังกล่าว โดยฝ่าย EU เสนอที่จะนำเข้าเนื้อวัวปลอดฮอร์โมน (non-hormone treated beef) ของ US โดยเพิ่มโควตาปลอดภาษีนำเข้า (duty-free access) ให้จำนวน 4 เท่า (quadurple) รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้นกว่า 76,500 ตันภายในระยะเวลา 4 ปีข้างหน้า โดยฝ่าย US แลกเปลี่ยนที่จะไม่เก็บภาษีเพิ่มพิเศษ หรือที่เรียกว่า « Carousel santions » กับสินค้าเกษตรและอาหาร ของ EU ในช่วง 3 ปีต่อจากนี้ (คิดเป็นมูลค่าถึง 79 ล้านเหรียญสหรัฐ หากแต่ยังคงเรียกเก็บภาษีเพิ่มพิเศษกับสินค้าเดิมที่เคยกำหนดไว้ อย่างไรก็ดี US ระบุ ยอมที่จะยกเลิกภาษีเพิ่มพิเศษดังกล่าวให้หมดไปภายในอีก 4 ปีข้างหน้าอย่างสิ้นเชิง
ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของสำนักงานฯ
ก) จากการยุติข้อพิพาทในครั้งนี้ จะเห็นได้ว่า EU ยังคงยืนยันไม่ยอมนำเข้าเนื้อวัวที่มีส่วนผสมของฮอร์โมนเข้าไปจำหน่ายใน EU แม้ว่าจะเคยถูกลงโทษโดย WTO ก็ตาม อย่างไรก็ดี US ก็ได้พยายามใช้วิธีแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ทางการค้าเข้าเกื้อหนุนให้ EU ต้องยอมรับเปิดตลาดนำเข้าเนื้อวัวเฉพาะที่ปลอดฮอร์โมนของ US เข้าไปจำหน่ายใน EU ภายใต้โควตาปลอดภาษี ถึงแม้ว่าปัญหาระหว่างกันในการห้ามนำเข้าเนื้อวัวที่มีส่วนผสมของฮอร์โมนและปัญหาการส่งออกไก่ของ US ที่ผ่านการชะล้างโดยคลอรีนยังคงดำเนินอยู่ต่อไป
ข) จากข้อตกลงในครั้งนี้ สังเกตได้ว่า ภาคอุตสาหกรรมผู้ผลิตอาหารและกลุ่มผู้บริโภคใน EU มีอำนาจต่อรองและสร้างแรงกดดันให้แก่รัฐสภายุโรปผ่านไปยังคณะกรรมาธิการยุโรปมาโดยตลอด ทำให้ EU ไม่สามารถเปิดตลาดให้แก่สินค้าที่ผลิตไม่ได้มาตรฐานเช่นเดียวกับที่ผลิตใน EU ได้ ดังเช่นในกรณีของเนื้อวัวที่มีส่วนผสมของฮอร์โมนและไก่ที่ผ่านการชะล้างโดยคลอรีน อย่างไรก็ดี ไทยควรดูตัวอย่างวิธีการแลกเปลี่ยนข้อตกลงทางการค้าของ EU และ US ในครั้งนี้ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการทำ FTA กับ EU ในบริบทของการแลกเปลี่ยนโควต้านำเข้า-ส่งออกสินค้าเกษตรเป้าหมายของประเทศคู่เจรจาดังเช่นในกรณีนี้
|
|
|