|
เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 52 นาย Geert Dancet ผู้อำนวยการบริหารขององค์กรเคมีภัณฑ์ยุโรป (European Chemicals Agency หรือ ECHA) ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับปัญหาการปฏิบัติตามระเบียบ REACH ที่เกิดขึ้น โดยส่วนใหญ่บริษัทในยุโรปยื่นขอจดทะเบียนสารเคมีหลายชนิดในแฟ้มเดียวกัน ซึ่งมีผลกระทบต่อข้อมูลทางเทคนิค รวมทั้งไม่แต่งตั้งผู้นำในการจดทะเบียนสารเคมีในกรณีที่มีการจัดตั้งกลุ่มแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับสารเคมี
1. เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 52 สำนักข่าว EurActiv ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของนาย Geert Dancet ผู้อำนวยการบริหารขององค์กรเคมีภัณฑ์ยุโรป (European Chemicals Agency หรือ ECHA) ซึ่งเป็นหน่วยงานบริหารงานตามระเบียบ REACH (Registration, Evaluation, Authorization and Restriction of Chemicals) อาทิ การรับจดทะเบียนสารเคมี การประเมินข้อมูลทางเทคนิค การเผยแพร่คู่มือการปฏิบัติตามระเบียบ REACH แก่ภาคอุตสาหกรรม เป็นต้น โดยสรุปปัญหาในระบบการปฏิบัติตามระเบียบ REACH ได้ดังนี้
1.1 บริษัทยื่นขอจดทะเบียนสารเคมี (substance) หลายชนิดในแฟ้มเดียวกัน (registration
dossier) ซึ่งตามปกติการขอจดทะเบียนสารเคมีจะทำได้แฟ้มละหนึ่งชนิดเท่านั้น การยื่นขอจดทะเบียนสารเคมีหลายชนิดในแฟ้มเดียวทำให้ไม่สามารถระบุส่วนประกอบของสารเคมีได้ชัดเจนว่าเป็นส่วนประกอบของสารเคมีประเภทใด อีกทั้งยังให้ข้อมูลที่ไม่เพียงพอสำหรับ ECHA ในการประเมินสารเคมี ซึ่ง ECHA จะตีกลับการจดทะเบียนสารเคมีดังกล่าวไปยังบริษัทเพื่อปรับปรุงและยื่นขอจดทะเบียนอีกครั้ง (มีหลายกรณีที่ต้องยื่นขอจดทะเบียนถึงสามครั้ง)
1.2 ในเรื่องการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา (IPR) บริษัทอาจกังวลว่าหากให้รายละเอียดทั้งหมด
จะเป็นการเปิดเผยข้อมูลความลับของบริษัท ซึ่งนาย Dancet กล่าวว่าระเบียบ REACH มีการคุ้มครอง 12 ปี บริษัทที่จดทะเบียนสารเคมีสามารถแสดงความจำนงว่ารายละเอียดลักษณะสารเคมีเป็นข้อมูลลับ รวมถึงผลการศึกษาเกี่ยวกับคุณสมบัติเฉพาะบางอย่างของสารเคมี โดยบริษัทจะต้องแจ้งแก่ ECHA ซึ่งจะไม่เปิดเผยข้อมูลนี้แก่ผู้จดทะเบียนสารเคมีรายอื่น
1.3 ECHA กระตุ้นให้บริษัทรวมกันจัดตั้งกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลสารเคมี (Substance
Information Exchange Forum หรือ SIEFs) สำหรับสารเคมีที่มีอยู่แล้ว (ไม่ใช่สารเคมีใหม่) และสามารถใช้กลุ่มนี้
ในการหลีกเลี่ยงการทดลองสารเคมีที่ซ้ำซ้อนกัน และมีผู้นำของกลุ่ม (lead registrant) สำหรับการยื่นขอจดทะเบียน
สารเคมีร่วมกัน อย่างไรก็ดี ในกลุ่ม SIEFs ที่ได้จัดตั้งขึ้นมีเพียงจำนวนน้อยเท่านั้น (น้อยกว่า 10%) ที่ได้แต่งตั้ง lead registrant แล้ว สิ่งที่ภาคอุตสาหกรรมควรเตรียมการในปีนี้ คือ การเตรียมการตั้ง SIEFs (80% ของ SIEFs ประกอบ
ด้วยบริษัทตั้งแต่ 10-99 บริษัท) สำหรับการขอจดทะเบียนสารเคมีร่วมกันและแจ้ง ECHA ว่าใครเป็น lead registrant
นอกจากนี้ จะมีการจัดการสัมมนาปฏิบัติการเพื่อให้ lead registrant ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การขอจดทะเบียนสารเคมีระหว่างกัน
1.4 ปัญหาในการบังคับใช้ระเบียบ (enforcement law) กฎหมายที่เกี่ยวกับการบังคับใช้ระเบียบ
REACH เป็นกฎหมายภายในของแต่ละปท.สมาชิกอียู ซึ่งปท.สมาชิกอียูอาจตีความไม่เหมือนกัน อาทิ ในกรณีเกิดการกระทำผิด บางปท. อาจตีความว่าเป็นความผิดร้ายแรงในขณะที่บางปท.อาจตีความว่าเป็นการปฏิบัติที่ไม่สอดคล้องกับระเบียบ REACH บางปท. มีเพียงโทษปรับแต่บางปท.อาจมีโทษขั้นจำคุก ทำให้ขั้นตอนการบังคับใช้กม. ถือเป็นขั้นที่ลำบากมากประการหนึ่ง นอกจากนี้ ยังมีหลายปท.สมาชิกอียูที่ยังไม่ได้ประกาศใช้ enforcement law อาทิ ออสเตรีย เบลเยียม สเปน อิตาลี ลักเซมเบิร์ก ลัตเวีย และโปรตุเกส
2. ได้มีการยื่นขอจดทะเบียนสารเคมีล่วงหน้า (ช่วง 1 มิ.ย. 1 ธ.ค. 51) มากกว่า 2.7 ล้านรายสำหรับ
สารเคมี 146,000 ชนิด ซึ่งถือเป็นปริมาณ 20 เท่ามากกว่าที่คณะกรรมาธิการยุโรปได้คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ ECHA คาดว่าจะมีสารเคมีได้รับการจดทะเบียน 55,000 ชนิดภายในปี ค.ศ. 2010
ข้อสังเกต
บทสัมภาษณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นปัญหาในทางปฏิบัติของบริษัทในการยื่นขอจดทะเบียนสารเคมีหลักๆ สืบเนื่องจากบริษัทยังไม่เข้าใจกฎระเบียบนี้ และบริษัทในยุโรปเห็นว่าการปฏิบัติตามระเบียบ REACH มีความซับซ้อน มีเวลาที่จำกัด บริษัทจะต้องเป็นผู้พิจารณาสถานะของตนว่าเป็นผู้ผลิต ผู้ใช้ หรือผู้นำเข้าสารเคมี และพิจารณาว่าสารเคมีคืออะไร เช่น กาวไม่ใช่สารเคมี แต่ส่วนประกอบที่อยู่ในกาวเป็นสารเคมี และผู้ผลิตต้องจดทะเบียนสารเคมีดังกล่าวที่เป็นองค์ประกอบของกาว เป็นต้น ทั้งนี้ ECHA กำลังทบทวนปัญหาในการจดทะเบียนสารเคมีของบริษัทอยู่ ดังนั้น บริษัทของไทยที่ต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบ REACH นอกจากจะดูได้ที่เวบไซต์ของ ECHA http://echa.europa.eu/home_en.asp แล้ว สามารถดูได้ที่เวบไซต์ของสหรัฐฯ http://www.buyusa.gov/europeanunion/reach.html ซึ่งมีการจัดระบบที่สามารถสืบค้นได้โดยสะดวกเช่นกัน
Related Items:
- Only Representatives อีกหนึ่งปัญหาในการปฏิบัติตามระเบียบ REACH
- การปรับปรุงข้อกำหนดเกี่ยวกับ Only Representative ในการปฏิบัติตามระเบียบ REACH ของ EU
- ECHA จะลงพิมพ์เผยแพร่ข้อมูลการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัยสำหรับประชาชน
- ECHA จัดกิจกรรม Stakeholders' day ครั้งที่สาม
- ECHA เผยแนวทางปฏิบัติใหม่สำหรับการหลีกเลี่ยงการทดลองสัตว์
|