|
ทีมประเทศไทยประจำเบลเยียมได้ดำเนินโครงการเสริมสร้างความเชื่อมั่นผลิตภัณฑ์ประมงไทยคุณภาพในตลาดโลก ในช่วงงาน European Seafood Exhibition ดังนี้
1. การจัด Thai Pavillion ในงาน European Seafood Exposition 2009

- European Seafood Exhibition (ESE) เป็นงานแสดงผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคยุโรป จัดเป็นประจำทุกปี ณ ศูนย์แสดงสินค้า Brussels Expo โดยเริ่มจัดมาตั้งแต่ปี 2536 มีผู้ประกอบการเข้าร่วมออกบูธแสดงสินค้ากว่า 1600 ราย จาก ปท.ต่างๆ มากกว่า 77 ปท. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้นำเข้า ผู้ส่งออกจาก ปท.ต่างๆ ทั่วโลก ได้มาพบปะและหารือข้อธุรกิจการค้ากัน ในแต่ละปี มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 24,000 คน โดยในปีนี้ งาน ESE มีขึ้นระหว่างวันที่ 28-30 เม.ย.52
- กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ กรมประมง กระทรวงเกษตรฯ สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย และสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบรัสเซลส์ ได้ร่วมกันจัด Thai Pavillion เพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลการผลิตสินค้าประมงคุณภาพ ส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้า รวมถึงชี้แจงให้ผู้นำเข้า ผู้บริโภค และผู้ที่สนใจมีทัศนคติและความเข้าใจที่ถูกต้องต่อกระบวนการผลิตสินค้าประมงของไทย โดยในปีนี้ ได้รับเกียรติจาก ม.จ.ภีศเดช รัชนี องค์ประธานมูลนิธิโครงการหลวง ทรงตัดริบบิ้นเปิดงาน ร่วมกับนายวีระศักดิ์ จินารัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
- ในงานดังกล่าว มีการจัดคูหาเป็น 2 ส่วน คือ คูหาของภาคเอกชน เนื้อที่ประมาณ 300 ตารางเมตร โดยสมาคมอาหารแช่เยือกแข็ง และผู้ประกอบการส่งออกสินค้าประมงของไทย ประมาณ 20 ราย นำสินค้าอาหารทะเลมาจัดแสดง เพื่อประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้กับผู้นำเข้าที่มาเข้าร่วมงาน ส่วนที่สอง เป็นคูหาของภาครัฐ เนื้อที่ประมาณ 70 ตารางเมตร ใช้เป็นพื้นที่สำหรับประชาสัมพันธ์ข้อมูลของกรมประมง กรมส่งเสริมการส่งออก ในมิติของการผลิตสินค้าอาหารทะเลที่ปลอดภัย มีคุณภาพและมาตรฐาน ปราศจากสารตกค้าง รวมถึงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเผยแพร่ข้อมูลรายชื่อผู้ส่งออกของไทยให้ผู้นำเข้าที่สนใจทราบ
- สถานเอกอัครราชทูตฯ และสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตร/บรัสเซลส์ยังได้สนับสนุนการจัดทำของที่ระลึกแจกภายในงาน ได้แก่ Mousepad ซึ่งสามารถใช้เป็นสมุดจดบันทึก Memory Stick สำหรับบันทึกข้อมูล และแผ่นซีดีสารคดีด้านการประมงของไทยความยาวประมาณ 10 นาที ซึ่งได้เปิดฉายในคูหาของภาครัฐตลอดระยะเวลาการจัดนิทรรศการ ซึ่งตลอดทั้ง 3 วัน มีผู้เข้าเยี่ยมชมคูหาของประเทศไทยเป็นจำนวนมาก โดยได้สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหารทะเลของไทย ซักถามถึงมาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ มาตรฐานการผลิตสินค้าประมงของไทย รวมถึงสอบถามข้อมูลเพื่อติดต่อซื้อขายสินค้าประมงของไทยหลายรายการ อาทิ กุ้ง ปลา และผลิตภัณฑ์ประมงแปรรูปอื่นๆ
2. การจัดงาน Cocktail Reception ในวันที่ 29 เม.ย. 52
- สถานเอกอัครราชทูตฯ และสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ/บรัสเซลส์ร่วมจัดงาน Cocktail Reception โดยในปีนี้ใช้ชื่องานว่า Thai Tasty Night ซึ่งได้มีการเชิญผู้ส่งออกของไทย ผู้นำเข้าของ EU สถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้อง ผู้สื่อข่าวสายสินค้าอาหารทะเล มาเข้าร่วมงาน กว่า 200 คน วัตถุประสงค์หลักของการจัดงานในครั้งนี้ คือ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการผลิตสินค้าอาหารทะเลไทยคุณภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมสินค้าประงคุณภาพรายการใหม่ๆ ที่ประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิต อาทิ ปลานิล และกุ้งอินทรีย์ รวมถึงจัดให้ผู้ร่วมงานได้รับฟังมุมมองและประสบการณ์จริงในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ได้มาตรฐานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจากกผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยเป็นผู้แทนจากฟาร์มเลี้ยงปลานิล และฟาร์มกุ้งอินทรีย์ นอกจากนี้ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทยได้กล่าวสนับสนุนการผลิตและส่งออกสินค้าประมงคุณภาพของไทย เพื่อเป็นการตอกย้ำให้ผู้ร่วมงานเข้าใจถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงในมาตรฐานการผลิตและการส่งออกสินค้าประมงคุณภาพจากประเทศไทยสู่สหภาพยุโรป
- ภายในงาน จัดให้มีการสาธิตการทำอาหารไทย โดยใช้วัตถุดิบอาหารทะเลที่ส่งตรงมาจากประเทศไทยโดยได้รับการสนับสนุนจากผู้ประกอบการของไทย อาทิ ปลานิล กุ้งอินทรีย์ กุ้งกุลาดำคุณภาพ โดยรายการอาหารที่จัดให้ชิม ได้แก่ พล่ากุ้ง ปลาช่อนทะเลซาซมิ ปลานิลชุบแป้งทอด ปลานิลราดซ้อส อีกทั้งยังมีการให้ชิมเปรียบเทียบระหว่างกุ้งอินทรีย์กับกุ้งธรรมดาซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก
- หลังจากเสร็จสิ้นงานเลี้ยงดังกล่าว ได้มีของที่ระลึกแจกจ่ายให้ผู้เข้าร่วมงานได้แก่ หนังสือสูตรอาหารไทย โบรชัวร์แผ่นพับ mouse pad memory stick ปากกา และถุงกระดาษ ที่ระลึก ซึ่งผู้เข้าร่วมงานต่างบอกว่ารู้สึกว่าประทับใจในการจัดงานเลี้ยงของประเทศไทยเป็นอย่างมาก
3. กิจกรรมนำเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งที่มีศักยภาพ จำนวน 5 คน เข้าร่วมงาน ESE

- สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้เชิญผู้แทนผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงสัตว์จากประเทศไทย จำนวน 5 คน โดยเป็นผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงปลานิล 1 ราย ผู้ประกอบการเลี้ยงกุ้งอินทรีย์ 1 ราย ผู้ประกอบการเลี้ยงกุ้งจากภาคตะวันออก 1 ราย และผู้ประกอบการเลี้ยงกุ้งภาคใต้ ฝั่งอันดามัน 1 ราย และผู้ประกอบการเลี้ยงกุ้งภาคใต้ ฝั่งอ่าวไทย 1 ราย โดยผู้ประกอบการทั้ง 5 ราย ได้มีโอกาสเข้าชมงาน Seafood และได้พบปะกับผู้นำเข้าจากประเทศต่างๆ รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นทั้งในเชิงการค้า และแนวโน้มของสินค้าอาหารทะเลในปัจจุบัน
- นอกจากนี้ ผู้ประกอบการทั้ง 5 ราย ยังได้มีโอกาสเดินทางไปศึกษาการทำงานของตลาดประมูลปลาที่เมือง Zeebrugge ซึ่งเป็นตลาดประมูลปลาผ่านระบบคอมพิวเตอร์ Real time โดยผู้ประมูลสามารถเดินทางไปที่ตลาดปลา หรือว่านั่งประมูลอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่บ้านได้ การประมูลจะมีลักษณะพิเศษ คือประมูลจากราคาสูงลงมาที่ราคาต่ำ ทำให้ผู้ซื้อที่ต้องการปลาจริงๆ จะรีบซื้อเมื่อราคายังสูงอยู่ ทำให้เกษตรกรขายปลาได้ในราคาที่ค่อนข้างสูง นอกจากนี้ ตลาดปลายังมีการจัดการที่ดีมาก มีการคัดเกรดของปลา และใช้ครื่องจักรที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยคัดแยกขนาดของปลา ทำให้ปลามีสภาพที่สมบูรณ์ ขายได้ราคามากยิ่งขึ้น ซึ่งต่างจากตลาดปลาของไทย ภายหลังจากการศึกษาดูงานที่ตลาดประมูลปลาแล้ว กลุ่มผู้ประกอบการได้ไปเยี่ยมชมโรงงานแปรรูปสินค้าอาหารทะเลอีกด้วย
สรุป
- การนำผลิตภัณฑ์ประมงใหม่ๆ ของไทย เช่น กุ้งอินทรีย์และปลานิล รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่นๆ พร้อมเทคโนโลยีการผลิตใหม่ของไทย การจัด Thai Pavillion ในงาน ESE เป็นการแสดงให้เห็นภาพรวมของผลิตภัณฑ์ประมงไทย รวมทั้งตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน
อุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำของไทย และเป็นการเปิดช่องทางธุรกิจผ่านผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่นำเสนอ นอกจากนี้ การจัดงานแถลงข่าว Organic Thailand ล่วงหน้า 1 วัน การจัด Thai Pavillion ในงาน ESE การประชาสัมพันธ์แบบ Cocktail Reception ในวันที่ 29 เม.ย. ซึ่งมีสาธิตการปรุงอาหาร รวมถึงการจัดทำของที่ระลึกแจกในงานต่างๆ ดังกล่าว เป็นการเพิ่มสีสรรและดึงดูดผู้เข้าร่วมงานให้สนใจประเทศไทยและสินค้าไทยได้เป็นอย่างมาก
- การนำเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งที่มีศักยภาพ จำนวน 5 คน เข้าร่วมงาน ESE นอกจากจะเป็นประโยชน์ในการเปิดโอกาสให้ผู้นำเข้าได้หารือซักถามข้อมูลด้านสินค้าประมงใหม่ๆ ของไทย
วิธีการเลี้ยงจากเกษตรกรโดยตรงแล้ว ยังเป็นประโยชน์ในการเปิด/หรือขยายช่องทางธุรกิจแก่ เกษตรกรดังกล่าว นอกจากนี้ ยังได้รับความรู้ที่เป็นประโยชน์จากการร่วมงาน Expo การศึกษาดูงานที่ตลาดปลา และโรงงานแปรรูปสินค้าทะเล ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการมีมุมมองที่เปิดกว้างในเรื่องของ ตลาดสินค้าอาหารทะเลที่แข่งขันกันอย่างรุนแรงในตลาดต่างประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการมีความคิดที่จะหาลู่ทางและแนวโน้มในการพัฒนาและปรับปรุงวิธีการผลิต รวมถึงวิธีการทางการตลาด เพื่อนำไปสู่การเพิ่มศักยภาพให้สามารถเข้าสู่ตลาดโลกได้ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังมีแนวคิดที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ของ ตนเองให้มีโอกาสในการแข่งขันสู่ตลาดโลกได้มากยิ่งขึ้น
- อ่านเพิ่มเติมงาน Organic Thailand ได้ที่นี่
- อ่านเพิ่มเติมงาน European Seafood Exposition 2009 ได้ที่นี่
------------------------------
สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศประจำสหภาพยุโรป/
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์
|