|
เศรษฐกิจรัสเซียมีสัญญาณว่าจะเริ่มฟื้นตัว |
|
|
|
Contributed by สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก
|
|
Wednesday, 15 April 2009 |
|
หนังสือพิมพ์ Moscow Times ฉบับวันที่ 9 เมษายน 2552 ได้ลงพิมพ์บทความของนาย Lev Freinkman นักวิเคราะห์จาก Institute for the Economy in Transition ในหัวข้อ Were Close to Hitting Bottom ซึ่งวิเคราะห์ว่าเศรษฐกิจรัสเซียมีสัญญาณว่ากำลังจะเข้าสู่จุดต่ำสุดและฟื้นตัวในไม่ช้านี้
บทความมีสาระสำคัญดังนี้
- ธนาคารโลกได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์อัตราเติบโตของรัสเซียลงเหลือ -4.5% ในปี 52 และ OECD คาดการณ์ตัวเลขที่ -5.6 % แต่เศรษฐกิจรัสเซียมีสัญญาณว่าตัวเลขจะไม่ตกต่ำตามคาดการณ์ดังกล่าว
- ผลการสำรวจของ Institute for the Economy in Transition พบว่าเจ้าของกิจการต่าง ๆ คาดว่าอุปสงค์สำหรับสินค้าของตนจะเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดการณ์ได้ว่าผลผลิตทางอุตสาหกรรมที่ตกต่ำลงมีแนวโน้มจะยุติ แต่ทั้งนี้ มิได้เป็นหลักประกันว่าเศรษฐกิจจะเริ่มเติบโต เนื่องจากสถานภาพทางเศรษฐกิจที่ตกต่ำในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้อาจทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยเป็นเวลาหลายเดือน
- อย่างไรก็ตาม มีเหตุผลบางประการที่ทำให้คาดได้ว่าเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงปลายปีนี้ ดังนี้
(1) เศรษฐกิจรัสเซียมีโอกาสอย่างดียิ่งที่จะเติบโต เนื่องจากเงินรูเบิลอ่อนค่าลงและมีการผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้า
(2) อุปสงค์ภายในมีแนวโน้มสูงขึ้นเนื่องจากการใช้จ่ายภาครัฐบาล เดิมรัฐบาลรัสเซียมุ่งให้ความช่วยเหลือระบบการธนาคารของประเทศ แต่มีเม็ดเงินเพียงส่วนน้อยที่กระจายไปถึงภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง ขณะนี้รัฐบาลจึงปรับปรุงมาตรการโดยการใช้จ่ายสำหรับภาคเศรษฐกิจในวงกว้าง
(3) ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ลดลงอย่างรุนแรงเมื่อช่วงปลายปี 2551 เป็นผลมาจากสภาพการณ์ของตลาดภายในและภายนอกที่ย่ำแย่ และจากภาวะตื่นตระหนกเกินกว่าเหตุ ซึ่งเป็นแนวโน้มระยะสั้น ในขณะที่การลดลงของผลผลิตไม่สอดคล้องกับเศรษฐกิจมหภาคของรัสเซียซึ่งมีความมั่นคง โดยเฉพาะทุนสำรองระหว่างประเทศที่มีมหาศาล และดุลการค้าที่แข็งแกร่ง
(4) สมมุติฐานของรัฐบาลซึ่งกำหนดราคาน้ำมันที่ระดับ 41 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล เป็นการประเมินในระดับต่ำ ในขณะที่มีแนวโน้มว่าราคาน้ำมันจะสูงขึ้นกว่าระดับ 45 ดอลลาร์สหรํฐ/บาร์เรล ในช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4
- แนวโน้มอื่น ๆ ที่ดี ได้แก่ สภาพคล่องของธนาคารที่มั่นคงขึ้น และการปรับปรุงมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาล จากในระยะแรกที่เน้นความช่วยเหลือกิจการขนาดใหญ่ มาเป็นการให้ความสำคัญต่อการเพิ่มอุปสงค์ผู้บริโภค ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการเพิ่มรายได้บุคคล ทั้งนี้ ความสามารถของรัฐบาลในการกระตุ้นอุปสงค์จะขึ้นอยู่กับการดำเนินการของรัฐบาลในการจัดสรรเงินทุนได้ตามกำหนด และการป้องกันคอร์รัปชันที่จะขัดขวางการจัดสรรเงินทุนไปยังเป้าหมายที่ต้องการ โดยรัฐบาลจะต้องปรับปรุงกระบวนการจัดสรรเงินให้มีความโปร่งใสทุกขั้นตอน
|
|
Last Updated ( Wednesday, 15 April 2009 )
|