การลดภาษีธุรกิจบริการภายในอียู Print E-mail
Contributed by คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป   
Friday, 13 March 2009

 เมื่อ 10 มี.ค. 52 รัฐมนตรีเศรษฐกิจและการคลังประเทศสมาชิกอียูบรรลุข้อตกลงทางการเมืองในการลดภาษีธุรกิจบริการได้สำเร็จ ซึ่งจะมีผลให้ธุรกิจบริการในบางสาขา รวมทั้งบริการร้านอาหาร สามารถลดภาษีได้เหลือต่ำสุด 5% โดยจะมีผลบังคับใช้ในปี 2011 อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ว่าทุกประเทศสมาชิกอียูจะดำเนินการตามข้อตกลงนี้ โดยบัลแกเรียน เดนมาร์ก เอสโตเนีย เยอรมนี และลิธัวเนียแจ้งว่าจะไม่ดำเนินการลดภาษีดังกล่าว

ที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจและการคลังของประเทศสมาชิกอียู (Ecofin Council) ได้มีมติเห็นชอบต่อการปรับแก้ร่างระเบียบเพื่อปรับปรุง Council Directive 2006/112/EC ซึ่งได้ประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 11 ธ.ค. 2006 ซึ่งจะมีผลทำให้การบริการบางสาขาในอียูสามารถลดภาษีได้เหลือต่ำสุด 5% ได้แก่

 

-          บริการซ่อมแซมรถจักรยาน รองเท้าและผลิตภัณฑ์หนัง เสื้อผ้าและผ้าที่ใช้ในครัวเรือน

-          บริการล้างหน้าต่างและทำความสะอาดในบ้านเรือน

-          บริการดูแลผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วย คนพิการในบ้านเรือน

-          บริการทำผม

-          บริการปรับปรุงซ่อมแซมที่พักอาศัย (ไม่รวมอุปกรณ์)

-          บริการร้านอาหาร

 

2.      ข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้ประเทศสมาชิกอียูบางประเทศที่ใช้อัตราภาษีน้อยกว่า 15% จะยังคงสามารถ

ใช้ภาษีระดับต่ำได้ต่อไปหลังจากปี 2010

 

3.      ระเบียบดังกล่าวไม่ได้มีผลบังคับใช้กับประเทศสมาชิกอียูทุกประเทศ โดยเป็นระเบียบที่ประเทศสมาชิกอียูสามารถ

เลือกที่จะดำเนินการหรือไม่ก็ได้ ซึ่งมีประเทศสมาชิกอียู 5 ประเทศที่ระบุว่าจะไม่ใช้การลดภาษีดังกล่าว ได้แก่ บัลแกเรีย เดนมาร์ก เอสโตเนีย เยอรมนี และลิธัวเนีย

 

4.      ระเบียบนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบการไทยที่ดำเนินธุรกิจบริการข้างต้นในประเทศสมาชิกอียูที่จะปรับ

ใช้การลด VAT rate ดังกล่าว โดยจะมีผลให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเปิดธุรกิจได้อย่างเปิดเผยและถูกต้อง

ตามกฎหมายมากขึ้น อาทิ บริการทำความสะอาดในบ้านเรือน บริการดูแลผู้ป่วย และส่งผลดีต่อผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร

ภูมิหลัง

        เมื่อ 7 ก.ค. 51 คณะกรรมาธิการยุโรปด้านภาษีได้เสนอร่างระเบียบเพื่อปรับปรุง Council Directive 2006/112/EC โดยมีสาระสำคัญ คือ

1.      โดยปกติสินค้าและบริการภายในสหภาพยุโรปจะถูกเรียกเก็บภาษีอย่างน้อย 15% แต่ประเทศสมาชิกบาง

ประเทศได้ขอลด VAT สำหรับบริการบางประเภทแต่ไม่น้อยกว่า 5% ทำให้อัตราภาษีของบริการบางสาขาไม่เท่าเทียมกัน (อาทิ ภาษีสำหรับร้านอาหาร) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้จนถึง ธ.ค. 2010

 

2.       การปรับระเบียบดังกล่าวจะทำให้ประเทศสมาชิกอียูบางประเทศได้ลดภาษี (VAT) บริการที่ใช้แรงงานเป็น

หลัก (labour intensive service) ได้อย่างถาวร

 

3.      ร่างระเบียบได้ขยายสาขาบริการที่สามารถลด VAT ได้เพิ่มเติม ดังนี้

-          บริการที่เกี่ยวกับอาคารบ้านพัก อาทิ การปรับปรุงซ่อมแซม การบำรุงรักษา การทำความสะอาด

-          ร้านอาหารและบริการ catering ที่ไม่รวมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

-          บริการซ่อมแซมยานพาหนะขนาดเล็ก การบำรุงรักษา ทำความสะอาด

-          บริการดูแลรับใช้ (Domestic care services) อาทิ บริการดูแลคนสูงอายุ คนป่วย คนพิการ

-          บริการส่วนตัวต่างๆ (Personal care services) อาทิ ช่างทำผม ดูแลความงาม

-          การทำสวน การปรับปรุงบำรุงรักษาสถานที่บูชา มรดกทางวัฒนธรรม และอนุสรณ์สถาน

 

4.      ข้อดีของการปรับระเบียบดังกล่าว คือ

        (1) การขจัดความแตกต่างให้ทุกประเทศมีสิทธิเท่าเทียมกันในการลดภาษี

        (2) คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ และขจัดการทำงานแบบมืด (black economic activities) ที่หลบเลี่ยงการเสียภาษีให้แก่รัฐ  

        (3) กระตุ้นการทำธุรกิจ SMEs  โดยหากร่างระเบียบดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากประเทศสมาชิกอียูจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นไป   

 

 

Add this page to your favorite Social Bookmarking websitesReddit! Del.icio.us! Mixx! Free and Open Source Software News Google! Live! Facebook! Yahoo!

Related Items:

  1. "นวัตกรรม" นำยุโรปสู่เศรษฐกิจบนพื้นฐานความรู้ ตอนที่ 1
  2. "นวัตกรรม" นำยุโรปสู่เศรษฐกิจบนพื้นฐานความรู้ ตอนที่ 2 : วิเคราะห์แผนยุทธศาสตร์
  3. "นวัตกรรม" นำยุโรปสู่เศรษฐกิจบนพื้นฐานความรู้ ตอนที่ 3 : กรองยุทธศาสตร์สู่ไทย
  4. EU ยังด้อยกว่าสหรัฐฯและญี่ปุ่นในด้านนวัตกรรม
  5. การขยายผลการวิจัยและพัฒนาสู่ภาคการผลิตในสหภาพยุโรป
Last Updated ( Tuesday, 24 March 2009 )
host by optimizeserver.com