|
เมื่อ 10 มี.ค. 52 รัฐมนตรีเศรษฐกิจและการคลังประเทศสมาชิกอียูบรรลุข้อตกลงทางการเมืองในการลดภาษีธุรกิจบริการได้สำเร็จ ซึ่งจะมีผลให้ธุรกิจบริการในบางสาขา รวมทั้งบริการร้านอาหาร สามารถลดภาษีได้เหลือต่ำสุด 5% โดยจะมีผลบังคับใช้ในปี 2011 อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ว่าทุกประเทศสมาชิกอียูจะดำเนินการตามข้อตกลงนี้ โดยบัลแกเรียน เดนมาร์ก เอสโตเนีย เยอรมนี และลิธัวเนียแจ้งว่าจะไม่ดำเนินการลดภาษีดังกล่าว
ที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจและการคลังของประเทศสมาชิกอียู (Ecofin Council) ได้มีมติเห็นชอบต่อการปรับแก้ร่างระเบียบเพื่อปรับปรุง Council Directive 2006/112/EC ซึ่งได้ประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 11 ธ.ค. 2006 ซึ่งจะมีผลทำให้การบริการบางสาขาในอียูสามารถลดภาษีได้เหลือต่ำสุด 5% ได้แก่
- บริการซ่อมแซมรถจักรยาน รองเท้าและผลิตภัณฑ์หนัง เสื้อผ้าและผ้าที่ใช้ในครัวเรือน
- บริการล้างหน้าต่างและทำความสะอาดในบ้านเรือน
- บริการดูแลผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วย คนพิการในบ้านเรือน
- บริการทำผม
- บริการปรับปรุงซ่อมแซมที่พักอาศัย (ไม่รวมอุปกรณ์)
- บริการร้านอาหาร
2. ข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้ประเทศสมาชิกอียูบางประเทศที่ใช้อัตราภาษีน้อยกว่า 15% จะยังคงสามารถ
ใช้ภาษีระดับต่ำได้ต่อไปหลังจากปี 2010
3. ระเบียบดังกล่าวไม่ได้มีผลบังคับใช้กับประเทศสมาชิกอียูทุกประเทศ โดยเป็นระเบียบที่ประเทศสมาชิกอียูสามารถ
เลือกที่จะดำเนินการหรือไม่ก็ได้ ซึ่งมีประเทศสมาชิกอียู 5 ประเทศที่ระบุว่าจะไม่ใช้การลดภาษีดังกล่าว ได้แก่ บัลแกเรีย เดนมาร์ก เอสโตเนีย เยอรมนี และลิธัวเนีย
4. ระเบียบนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบการไทยที่ดำเนินธุรกิจบริการข้างต้นในประเทศสมาชิกอียูที่จะปรับ
ใช้การลด VAT rate ดังกล่าว โดยจะมีผลให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเปิดธุรกิจได้อย่างเปิดเผยและถูกต้อง
ตามกฎหมายมากขึ้น อาทิ บริการทำความสะอาดในบ้านเรือน บริการดูแลผู้ป่วย และส่งผลดีต่อผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร
ภูมิหลัง
เมื่อ 7 ก.ค. 51 คณะกรรมาธิการยุโรปด้านภาษีได้เสนอร่างระเบียบเพื่อปรับปรุง Council Directive 2006/112/EC โดยมีสาระสำคัญ คือ
1. โดยปกติสินค้าและบริการภายในสหภาพยุโรปจะถูกเรียกเก็บภาษีอย่างน้อย 15% แต่ประเทศสมาชิกบาง
ประเทศได้ขอลด VAT สำหรับบริการบางประเภทแต่ไม่น้อยกว่า 5% ทำให้อัตราภาษีของบริการบางสาขาไม่เท่าเทียมกัน (อาทิ ภาษีสำหรับร้านอาหาร) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้จนถึง ธ.ค. 2010
2. การปรับระเบียบดังกล่าวจะทำให้ประเทศสมาชิกอียูบางประเทศได้ลดภาษี (VAT) บริการที่ใช้แรงงานเป็น
หลัก (labour intensive service) ได้อย่างถาวร
3. ร่างระเบียบได้ขยายสาขาบริการที่สามารถลด VAT ได้เพิ่มเติม ดังนี้
- บริการที่เกี่ยวกับอาคารบ้านพัก อาทิ การปรับปรุงซ่อมแซม การบำรุงรักษา การทำความสะอาด
- ร้านอาหารและบริการ catering ที่ไม่รวมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- บริการซ่อมแซมยานพาหนะขนาดเล็ก การบำรุงรักษา ทำความสะอาด
- บริการดูแลรับใช้ (Domestic care services) อาทิ บริการดูแลคนสูงอายุ คนป่วย คนพิการ
- บริการส่วนตัวต่างๆ (Personal care services) อาทิ ช่างทำผม ดูแลความงาม
- การทำสวน การปรับปรุงบำรุงรักษาสถานที่บูชา มรดกทางวัฒนธรรม และอนุสรณ์สถาน
4. ข้อดีของการปรับระเบียบดังกล่าว คือ
(1) การขจัดความแตกต่างให้ทุกประเทศมีสิทธิเท่าเทียมกันในการลดภาษี
(2) คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ และขจัดการทำงานแบบมืด (black economic activities) ที่หลบเลี่ยงการเสียภาษีให้แก่รัฐ
(3) กระตุ้นการทำธุรกิจ SMEs โดยหากร่างระเบียบดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากประเทศสมาชิกอียูจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นไป
Related Items:
- "นวัตกรรม" นำยุโรปสู่เศรษฐกิจบนพื้นฐานความรู้ ตอนที่ 1
- "นวัตกรรม" นำยุโรปสู่เศรษฐกิจบนพื้นฐานความรู้ ตอนที่ 2 : วิเคราะห์แผนยุทธศาสตร์
- "นวัตกรรม" นำยุโรปสู่เศรษฐกิจบนพื้นฐานความรู้ ตอนที่ 3 : กรองยุทธศาสตร์สู่ไทย
- EU ยังด้อยกว่าสหรัฐฯและญี่ปุ่นในด้านนวัตกรรม
- การขยายผลการวิจัยและพัฒนาสู่ภาคการผลิตในสหภาพยุโรป
|