|
เมื่อ 17 ก.พ. 52 คณะกรรมาธิการด้านสิ่งแวดล้อม สภายุโรป ได้ให้ความเห็นชอบร่างข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรปเรื่องการขยายระเบียบ Eco design ให้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ที่มีผลในการประหยัดพลังงาน (Energy related products แม้ว่าจะไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้พลังงานโดยตรง อาทิ อุปกรณ์เกี่ยวกับน้ำ หน้าต่าง) โดยเสนอให้คณะกรรมาธิการยุโรปจัดทำร่างข้อเสนอเกี่ยวกับการขยายระเบียบ Ecodesign ให้ครอบคลุมสินค้าดังกล่าว เฉพาะประเภทที่มีศักยภาพอย่างเพียงพอในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดช่วงวงจรของผลิตภัณฑ์ภายในปี 2012
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้คัดค้านข้อเสนอของนาย Magor Imre Csibi ซึ่งเป็น Rapporteur ในเรื่องนี้ที่เสนอให้ขยายการบังคับใช้ระเบียบ Ecodesign กับสินค้าทุกประเภท (ยกเว้นสินค้าที่เกี่ยวกับการขนส่ง)
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้สนับสนุนข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรปในเรื่องต่างๆ ดังนี้
1. สนับสนุนเรื่องการยกเลิกการใช้หลอดไฟประเภทที่มีลวดเส้นเล็กๆ อยู่ภายในหลอด (incandescent light bulb) อย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่ ก.ย. 2009 - 2012 โดยมีหลอดประหยัดไฟ หรือหลอดไฟฮาโลเจนมาแทนที่ โดยคาดว่าการกำหนดให้ใช้หลอดประหยัดไฟจะช่วยลดการปล่อยก๊าซ CO2 ได้ 15 ล้านตันต่อปี และช่วยให้ประชาชนสามารถประหยัดค่าไฟได้ประมาณ 25-50 ยูโรต่อปี
2. สนับสนุนเรื่องการลดขั้นตอนทางราชการในการขอติดฉลากรักษาสิ่งแวดล้อม (EU Flower Ecolabel) และต้องการให้คณะกรรมาธิการยุโรปและประเทศสมาชิกอียูให้เงินทุนอย่างเพียงพอในการสนับสนุนการใช้ Ecolabel และสร้างความสนใจโดยเฉพาะในหมู่ SMEs อีกทั้งเสนอเรื่องการไม่ทดลองในสัตว์ และความสามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (อาทิ ลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การใช้พลังงานและทรัพยากร การก่อของเสีย) เป็นคุณสมบัติเพิ่มเติมสำหรับสินค้าที่จะขอรับ Ecolabel นอกจากนี้ ประเทศสมาชิกอียูควรตั้งเป้าหมายการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี Eco-label ในการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐด้วย
อย่างไรก็ดี ที่ประชุมได้คัดค้านการใช้ Ecolabel กับสินค้าอาหาร สินค้าประมง (เห็นว่า คณะกรรมาธิการยุโรปควรพิจารณาก่อนว่าจะสามารถกำหนดหลักเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เชื่อถือได้สำหรับสินค้าดังกล่าวได้หรือไม่) และสินค้าที่มีสารเคมีที่เป็นพิษหรือสารก่อมะเร็ง (carcinogenic)
3. การปรับระบบการบริหารจัดการสำหรับบริษัท/องค์กรในการรักษาสิ่งแวดล้อม (Eco-Management and Audit Scheme หรือ EMAS ซึ่งช่วยองค์กรของยุโรปในการกำหนด ติดตาม ดำเนินมาตรการและรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม) ให้ง่ายขึ้น เพื่อดึงดูดองคก์รให้เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.europarl.europa.eu/news/expert
ข้อสังเกต
การที่คณะกรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อม สภายุโรป ได้คัดค้านข้อเสนอที่จะขยายการบังคับใช้ระเบียบ Ecodesign ให้ครอบคลุมสินค้าทุกประเภทนับเป็นการช่วยลดข้อบังคับในการปฏิบัติตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสำหรับสินค้าอื่นๆ มิฉะนั้นสินค้าทุกประเภทที่จำหน่ายในอียูจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมทั้งหมด ซึ่งจะเป็นภาระแก่ผู้ประกอบการทั้งในอียูและประเทศที่ส่งออกสินค้าไปตลาดอียูด้วย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าประเภทอาหาร เสื้อผ้า ของเล่น เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ
อย่างไรก็ดี ภาคเอกชนในยุโรปโดยเฉพาะ SMEs เป็นกลุ่มที่จะได้รับแรงกระตุ้นและเงินทุนสนับสนุนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่รักษาสิ่งแวดล้อม ในขณะที่บริษัทขนาดใหญ่มีแนวโน้มให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยพิจารณาในแง่ของการเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ การลดต้นทุน การเสริมภาพลักษณ์องค์กร คาดว่าในอนาคตสินค้าแทบทุกประเภทในอียูจะต้องมีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมในระดับหนึ่งและมีตัวชี้วัดให้ผู้บริโภคสามารถเห็นได้ชัดเจนว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาสิ่งแวดล้อมเพียงใด
ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ของไทยที่ส่งออกไปจำหน่ายในอียูควรเตรียมปรับแผนการผลิตให้ทันต่อความต้องการของผู้บริโภคและผู้ค้าในอียูที่มีแนวโน้มในการรักษาสิ่งแวดล้อมเช่นกันเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในอียูในระยะยาว
Related Items:
- ความคืบหน้าเรื่องการขยายระเบียบ Ecodesign ให้ครอบคลุมสินค้าที่มีส่วนในการประหยัดพลังงาน
- ประเทศอียูรับข้อเสนอ Eco-Design สำหรับผลิตภัณฑ์ให้แสงสว่างและเครื่องแปลงสัญญาณโทรทัศน์
- อียูประกาศข้อกำหนด ecodesign สำหรับ external power supplies
- อียูรับฉลากประหยัดพลังงานรุ่นใหม่ พร้อมออกข้อกำหนดระดับการใช้พลังงานของสินค้าในครัวเรือน
|