พิธีเปิดงานปีดาราศาสตร์สากล 2009 ณ องค์การยูเนสโก Print E-mail
Contributed by สำนักงานที่ปรึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำกรุงบรัสเซลส์   
Monday, 26 January 2009

อทป. จันทร์เพ็ญ เมฆาอภิรักษ์ หัวหน้าสำนักงานที่ปรึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ณ กรุงบรัสเซลส์  ได้เป็นผู้แทนประเทศไทยเข้าร่วมการประชุม “International Year of Astronomy 2009 : Opening Ceremony” ณ องค์การยูเนสโก สาธารณรัฐฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 15 ถึง 16 มกราคม 2552 ซึ่งมีสาระโดยสังเขป ดังนี้

Mr. Koichiro Matsuura เลขาธิการยูเนสโกกล่าวเปิดการประชุม ได้กล่าวถึงความเป็นมาว่าใน ค.ศ. 1609 Galileo Galilei นักวิทยาศาสตร์ชาวอิตาลีได้ใช้กล้องส่องทางไกลดูดาวประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรกซึ่งเป็นหน้าต่างสู่จักรวาล องค์การสหประชาชาติได้มีมติเห็นชอบให้สถาปนา ค.ศ. 2009 เป็นปีดาราศาสตร์สากล ในวาระครบ 400 ปี เพื่อน้อมรำลึกถึง Galileo และเป็นการสนับสนุนการศึกษาค้นคว้าทางด้านดาราศาสตร์ ในปีนี้จะมีโครงการระดับโลกซึ่งมีประเทศที่เข้าร่วมถึง 130 ประเทศ ในเดือนกรกฎาคม 2552 จะเกิดสุริยปราคาที่ยาวนานที่สุดในศรรตวรรษ ซึ่งจะมีการใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่ชื่อว่า “Kizuna” ในการแพร่ภาพผ่านอินเทอร์เน็ตให้แก่ผู้ที่สนใจทั่วโลกด้วย ปีแห่งดาราศาสตร์สากลจึงเป็นโอกาสที่ดีในการเผยแพร่วิทยาศาสตร์ให้แก่เยาวชน ซึ่งในการสนับสนุนดาราศาสตร์นั้นต้องใช้ทั้งวิทยาศาสตร์ การศึกษาและวัฒนธรรม

Mrs. Catherine Cesarsky ประธาน International Astronomical Union ได้กล่าวถึงจุดมุ่งหมายของปีดาราศาสตร์สากล ค.ศ. 2009 เพื่อจัดเตรียมภาพวิทยาศาสตร์และนักวิทยาศาสตร์ที่จะช่วยสร้างเสริมความเชื่อมโยงระหว่างการศึกษาวิทยาศาสตร์กับอาชีพวิทยาศาสตร์ ที่จะช่วยการกระตุ้นให้เยาวชนเลือกศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น กิจกรรมที่ดำเนินการใน ค.ศ. 2009 ครอบคลุมถึงโครงการระดับโลก 11 โครงการในด้านต่างๆ ประกอบด้วย 1) 100 Hours Of Astronomy: an event 400 years in the making เป็นการเผยแพร่ข้อมูลงานการวิจัย 2) The Galileoscope: millions looking at the sky สนับสนุนให้คนมีความสนใจดาราศาสตร์สำหรับเป็นงานอดิเรก 3) Cosmic Diary: the life of an astronomer เพื่อเผยแพร่ชีวิตนักดาราศาสตร์ทั่วโลก 4) The Portal to the Universe: a one-stop universe of news เพื่อให้เป็นแหล่งสารัตถะทางด้านดาราศาสตร์และสร้างเครือข่ายดาราศาสตร์กับผู้ที่เกี่ยวข้อง 5) She is an Astronomer: breaking down misconceptions เพื่อส่งเสริมสตรีให้เข้ามามีส่วนร่วมทางด้านดาราศาสตร์ 6) Dark Skies Awareness: seeing in the dark เพื่อพิทักษ์บริเวณที่เป็นลานวัฒนธรรมและแหล่งสังเกตทางด้านดาราศาสตร์ที่สำคัญสำหรับการสนับสนุนให้ดาราศาสตร์เป็นสมบัติโลก 7) IAU/UNESCO Astronomy and World Heritage: universal treasures เพื่อสร้างความเชื่อมโยงระหว่างวิทยาศาสตร์กับวัฒนธรรมโดยอิงงานวิจัยที่เกี่ยวกับคุณค่าของทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับดาราศาสตร์ 8) Galileo Teacher Training Program: teaching the teachers มีเป้าหมายที่จะสร้างเครือข่าย “ทูตกาลิเลโอ” ทั่วโลกภายในปี ค.ศ. 2012 โดยจะมีการฝึกอบรมครูต้นแบบที่มีประสิทธิภาพในการถ่ายทอดการศึกษาดาราศาสตร์สู่หลักสูตรในชั้นเรียน 9) Universe Awareness: one place in the Universe ให้เด็กได้สัมผัสความงามของจักรวาลเพื่อกระตุ้นให้เด็กเกิดความอยากรู้อยากเห็น 10) From Earth to the Universe: the beauty of science พยายามให้บุคคลทั่วไปได้เห็นภาพทางด้านดาราศาสตร์ที่มหัศจรรย์ 11) Developing Astronomy Globally: astronomy for all เน้นการเสริมสร้างความรู้ในสังคมอ่อนด้อยทางด้านดาราศาสตร์ นอกจากนี้ ยังมีโครงการพิเศษ อาทิ The World at Night: one people, one sky ซึ่งเป็นการเผยแพร่ภาพดาราศาสตร์ 400 Years of the Telescope เป็นการจัดทำสารคดีทางด้านดาราศาสตร์ The mutual phenomena of the Galilean satellites of Jupiter เป็นการร่วมเครือข่ายผู้ที่สนใจ Around the World Around the Sky เป็นภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับความเป็นมาของการสำรวจทางดาราศาสตร์ และ The Sky - Yours to Discover ซึ่งเป็นการเชิญชวนเด็กและเยาวชนชมดาว เป็นต้น ดาราศาสตร์มีความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมและความเชื่อของมนุษย์ตั้งแต่อดีตกาล

ประเทศมายามีหลักฐานการสร้างรูปแบบวิธีการคำนวณหาตำแหน่งและเงาของอุปราคาที่ถูกต้อง ซึ่งปรากฎในเอกสาร Dresden Codex มาตั้งแต่โบราณกาล รวมทั้งมีการใช้คณิตศาสตร์ในการคำนวณเวลารอบปฏิทินได้อย่างถูกต้องและใช้มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในอดีตประเทศมายาได้กำหนดไว้ 2 แบบ คือตามสุริยคติมี 365 วัน และตามประเพณีที่สอดคล้องกับเกษตรกรรมมี 260 วัน (365X52 = 260x73) เดิมทีการจัดทำปฏิทินในยุคใช้ทาสก็เพื่อการกำหนดกิจกรรมที่จะต้องดำเนินการช่วงฤดูฝนและฤดูแล้งของแต่ละปี นอกจากนี้ ประเทศมายายังคำนวณหาตำแหน่งดาวศุกร์และดาวพุธที่สัมพันธ์กับโลกและดาวอื่นๆ ด้วย

จักรวาลและการกำเนิดโลกยังต้องมีการศึกษาค้นคว้าอีกมาก แม้ว่าปัจจุบันได้มีการศึกษาทั้งในภาคพื้นดิน มีการส่งยานอวกาศแล้วมากกว่า 200 ลำเพื่อการสำรวจรอบโลก รวมทั้งการเดินทางไปยังดวงจันทร์ และความพยายามที่จะศึกษาดาวดวงอื่นๆ ทั้งในระบบสุริยะและในกาแลกซี ตลอดจนการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมของระบบสุริยะกับปัญหาโลก อาทิ สภาวโลกร้อน พลังงาน น้ำ วัตถุดิบ ภูมิอากาศ ภูเขาไฟระเบิด เป็นต้น ในการค้นหาระบบสิ่งมีชีวิตจะอิงการวิเคราะห์ทางด้านเคมีคาร์บอนและการปรากฏของน้ำ รวมถึงการศึกษาระบบการสังเคราะห์กรดอะมิโนในช่วงก่อนชีวภาพ ซึ่งจะใช้ในการค้นหาสิ่งมีชีวิตที่อาจจะมีอยู่ในดาวดวงอื่นของจักรวาล

ESO (European Organisation for Astronomical Research in the Southern Hemisphere) เป็นองค์กรระหว่างประเทศในยุโรปทางด้านดาราศาสตร์ภาคพื้นดินที่จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1962 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสาธารณัฐเชค สาธารณรัฐออสเตรีย ราชอาณาจักรเบลเยียม ราชอาณาจักรเดนมาร์ก สาธารณรัฐฟินแลนด์ สาธารณรัฐฝรั่งเศส สาธารณรัฐอิตาลี ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ สาธารณรัฐโปรตุเกส ราชอาณาจักรสเปน ราชอาณาจักรสวีเดน สมาพันธรัฐสวิส สหราชอาณาจักร และเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการประสานงาน International Year of Astronomy 2009 ทั่วโลก ESO ได้ดำเนินการที่สำคัญ อาทิ 1) สร้างหอดูดาว La Silla Paranal Observatory ขึ้นในประเทศชิลี 2) โครงการ ALMA (Atacama Large Millimeter Array) เป็นความร่วมมือระหว่าง ESO อเมริกาเหนือและเอเชียตะวันออก ซึ่งเริ่มดำเนินการใน ค.ศ. 2003 และคาดว่าจะแล้วเสร็จใน ค.ศ. 2012 เป็นกล้องดูดาวที่มีเสารับสัญญาณความเที่ยงตรงสูง อันจะทำให้นักดาราศาสตร์สามารถศึกษาจักรวาล รวมทั้งการกำเนิดสิ่งมีชีวิต 3) โครงการ European Extremely Large Telescope (E-ELT) จะเป็นกล้องดูดาวอินฟาเรดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 42 เมตร ที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการใน ค.ศ. 2018 ซึ่งจะช่วยในการสร้างเสริมความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับจักรวาลวิทยา โดยการวัดคุณสมบัติของดาวและกาแลกซีกลุ่มแรกๆ รวมทั้งการค้นหาธรรรมชาติของสสารและพลังงานมืด

European Space Agency (ESA) เป็นองค์กรที่ดำเนินการเกี่ยวกับการสังเกตโลกและอวกาศโดยไม่เกี่ยวข้องกับการทหาร มีห้องปฏิบัติการวิจัยและการศึกษาดาราศาสตร์ และเป็นผู้นำทางด้านต่างๆ อาทิ solar-terrestrial physics, comet science, infrared and X-ray astronomy และ star mapping รวมทั้งสนับสนุนนวัตกรรมการประยุกต์ใช้งานอวกาศเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศแห่งยุโรป มีการดำเนินงานที่สำคัญ อาทิ 1) ใน ค.ศ. 2005 ยานอวกาศ Mars Express ได้ข้อมูลที่เป็นหลักฐานว่ามีน้ำและน้ำแข็งบนพื้นผิวของดาวอังคาร 2) โครงการ ExoMars ซึ่งจะไปเก็บข้อมูลบนดาวอังคารเพื่อค้นหาคำตอบว่ามีสิ่งมีชีวิตอยู่บนดาวอังคารหรือไม่ 3) Venus Express เน้นการศึกษาบรรยากาศของดาวศุกร์ และศึกษาผลกระทบของก๊าซเรือนกระจก 4) ยานอวกาศ COROT (Convection, Rotation and planetary Transits) ใช้สำรวจนอกระบบสุริยะ 5) ราวเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2013 จะปล่อยยานอวกาศ BepiColombo ไปยังดาวพุธ โดยจะใช้เวลาในการเดินทาง 6 ปี ถึงดาวพุธใน ค.ศ. 2019 และจะใช้เวลาเก็บข้อมูล 1 ปี หรืออาจต่อจนถึงเดือนกันยายน ค.ศ. 2021 เพื่อศึกษาการกำเนิดและวิวัฒนาการ โครงสร้างและองค์ประกอบ การเกิดสนามแม่เหล็กของดาวพุธ รวมทั้งพิสูจน์ทฤษฎีสัมพันธภาพของ Einstein ด้วย นอกจากนี้ยังมีแผนงานศึกษาความรู้พื้นฐานที่เกี่ยวกับการกำเนิดดาวเคราะห์ การกำเนิดสิ่งมีชีวิต การทำงานของระบบสุริยะ และจุดกำเนิดของระบบจักรวาลและองค์ประกอบ

ซุปเปอร์โนวา (supernova) ซึ่งเชื่อว่าเกิดขึ้นในช่วงสุดท้ายของอายุดาว เมื่อพลังงานนิวเคลียร์อ่อนแรงลง ซึ่งหากดาวมีขนาดใหญ่จะทำให้แกนกลางพังทลายและจะมีการปลดปล่อยพลังงานจำนวนมาก และในบางกรณีจะเป็นดาวนิวตรอนประเภท radio pulsar ซุปเปอร์โนวาที่มีชื่อเสียง คือ Tycho's Supernova Remnant ซึ่งมีองค์ประกอบเป็นก๊าซที่มีอุณหภูมิสูงมาก สำหรับไฮเปอร์โนวา (Hypernovae) เชื่อว่าเกิดในช่วงแรกๆ จากการระเบิดของดาวที่มีขนาดใหญ่มากๆ ซึ่งหมุนอย่างรวดเร็ว หรือเป็นการหลอมรวมของดาวในระบบสุริยะ ผลลัพธ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งคือการเกิดหลุมดำที่ปลดปล่อยพลังงานมหาศาลซึ่งส่วนใหญ่คือรังสีแกมมา สำหรับคัวซาร์ (Quasi-Stellar Radio Source:Quasars) เชื่อว่ามีหลุมดำในทุกแหล่ง ซึ่งรับผิดชอบการปลดปล่อยมวลความเร็วสูง ค้นพบในช่วงทศวรรษที่ 1960 ซึ่งมีกำลังแผ่รังสีถึงล้านล้านเท่าของดวงอาทิตย์

พัลซาร์ (pulsar) ค้นพบใน ค.ศ. 1967 เป็นดาวนิวตรอนที่หมุนเร็ว ซึ่งเราจะสามารถเห็นได้เมื่อลำแสงส่องมาในทิศทางเดียวกับโลก เชื่อว่าพัลซาร์สามารถจะใช้เป็นนาฬิกาสำหรับการพิสูจน์ทฤษฎีสัมพันธภาพของ Einstein ได้

เนบูลา (Nebula) เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มฝุ่นหมอกควันที่เสมือนเป็นดาวที่หมดอายุ ซึ่งเนบูลาที่อยู่ในระบบสุริยะที่มีความสวยงาม อาทิ Abell39 NGC7009 IC418 NGC6751 และ NGC2346 เป็นต้น

ดาราศาสตร์มีส่วนช่วยในการพัฒนาด้านต่างๆ อาทิ จะช่วยกระตุ้นนักเรียนให้มีความสนใจวิทยาศาสตร์มากขึ้นโดยเฉพาะทางด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ช่วยพัฒนางานวิจัยทางด้านคณิตศาสตร์จนถึงเทคโนโลยีนิวเคลียร์ การพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศ รวมทั้งการพัฒนางาน ที่สำคัญคือการท่องเที่ยว ผู้ที่สนใจ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “International Year of Astronomy 2009” ได้ที่เว็ปไซต์ http://www.astronomy2009.org

โดย ดร. จันทร์เพ็ญ เมฆาอภิรักษ์ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี)

สำนักงานที่ปรึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์

e-mail:

Add this page to your favorite Social Bookmarking websitesReddit! Del.icio.us! Mixx! Free and Open Source Software News Google! Live! Facebook! StumbleUpon! Yahoo! Free Joomla PHP extensions, software, information and tutorials.

Related Items:

  1. ค.ศ. 2009 ปีแห่งดาราศาสตร์สากล
Last Updated ( Tuesday, 27 January 2009 )
host by colorpack.net