รายงานการประชุม REACH Competent Authorities Print E-mail
Contributed by คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป   
Friday, 09 January 2009

หลังจากที่ระเบียบ REACH ได้มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 51 และได้เปิดให้มีการจดทะเบียน pre-registration ระหว่าง 1 มิ.ย - 1 ธค. 51 นั้น ล่าสุด อียูได้ปิดการจดทะเบียบล่วงหน้าแล้ว และเมื่อวันที่ 15 - 16 ธค. ที่ผ่านมา ได้มีการจัดการประชุม REACH Competent Authorities (CA) Meeting ระหว่างประเทศสมาชิกสหภาพฯ เพื่อรายงานผล พร้อมแจ้งความเคลื่อนไหวในเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับระเบียบดังกล่าว

สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงบรัสเซลส์ ขอรายงานผลการประชุมดังกล่าว โดยได้รับแจ้งข้อมูลจากจากคณะผู้แทนสหรัฐฯ ประจำกรุงบรัสเซลส์ ที่เข้าร่วมประชุมในฐานะผู้สังเกตการณ์ สาระสำคัญสรุปได้ดังนี้

1. การจดทะเบียนสารเคมีล่วงหน้า (Pre-registration) 
- มากกว่า 65,000 บริษัท ได้สมัครเข้าร่วมระบบ REACH IT และจดทะเบียนสารเคมีล่วงหน้ารวมกว่า 2.6 คำขอ ครอบคลุมสารเคมี 150,000 สาร โดยครึ่งหนึ่งเป็นคำขอที่ส่งในช่วงสองสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤศจิกายน 2551
- Pre-registration จำนวนมาก ทำให้ภาคอุตสาหกรรมกังวลว่าการแลกเปลี่ยนข้อมูลภายใต้แผนงาน Substance Information Exchange Forum หรือ SIEFs จะมีมากถึง 150,000 SIEFs และการจดทะเบียนสารเคมีร่วมกันอาจทำลำบาก
- การแลกเปลี่ยนข้อมูลภายใต้ SIEFs สำหรับสารส่วนใหญ่มีผู้เข้าร่วมระหว่าง 1-9 ราย แต่มีสองรายการที่มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 5,000 ราย 
- การจดทะเบียนล่วงหน้าโดยตรงของบริษัทที่อยู่นอก EU จะไม่มีผล (invalid) ต้องจดทะเบียนผ่านบริษัทซึ่งมีที่ตั้งใน EU เท่านั้น (คือโดยผู้นำเข้า บริษัทที่เป็น subsidiary ใน EU หรือบริษัทที่เป็น Only Representative หรือ OR)
- มี 3 กรณีซึ่งเข้าใจว่าเป็น OR ได้สร้างบัญชีไว้ใน REACH IT ถึง 1,500 บัญชี
- รายชื่อสารเคมีจดทะเบียนล่วงหน้า ซึ่งประกาศทางเว็ปไซท์ ECHA เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2551 เป็นเพียง preliminary list โดย ECHA จะประกาศรายชื่อฉบับสมบูรณ์อีกครั้งหนึ่งหลังตรวจสอบความถูกต้องแล้ว  

2. การจดทะเบียนล่วงหน้าซ้ำ (Double pre-registration) 
- ข้อยกเว้นในการจดทะเบียนสารเคมีตามระเบียบ REACH มี 4 กรณีคือ (1) reimported substance มาตรา 2.7.c  (2) recovered substances มาตรา 2.7.d (3) โมโนเมอร์ในโพลิเมอร์ – monomers in polymers มาตรา 6.3 และ (4) สารเคมีในตัวสินค้า มาตรา 7.6  ซึ่ง ECHA ตีความข้อกำหนดในเรื่องนี้ว่า ข้อยกเว้นดังกล่าวไม่ใช้กับกรณีที่มีการจดทะเบียนล่วงหน้า แต่ไม่ได้มีการจดทะเบียนสารนั้น
- นอกจากนั้น ในช่วงเดือนตุลาคม 2551 ECHA ได้ประชาสัมพันธ์แนะนำให้บริษัทดำเนินการจดทะเบียนล่วงหน้า หากไม่แน่ใจว่าสารนั้นได้มีการจดทะเบียนภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2551 หรือไม่  จึงเป็นสาเหตุให้จำนวนการจดทะเบียนล่วงหน้าผ่าน supply chain เพิ่มขึ้นมาก (Double pre-registration)
- คณะกรรมาธิการฯ รายงานว่า ECHA’s Forum จะพิจารณาการบังคับใช้ข้อกำหนดเรื่องนี้ต่อไป    

3. เครื่องสำอาง
- เรื่องนี้มีความสับสนและไม่ชัดเจนเกี่ยวกับกำหนดเส้นตายในการจดทะเบียนสารเคมีที่เป็นสารใหม่ ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ จะต้องให้ความกระจ่างต่อไป

4. Candidate List
-  มีการประกาศรายชื่อสาร Candidate List ชุดแรก เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2551 จำนวน 15 สารที่มีความน่าห่วงกังวลสูง   ขั้นตอนต่อไปคือการจัดเตรียมข้อเสนอสำหรับ Annex XIV เป็น authorization list ซึ่งต้องรอการพิจารณาให้ความเห็นของประเทศสมาชิก EU ภายใน 3 เดือนนับตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2552
- คณะกรรมาธิการฯ ได้ขอให้ ECHA จัดเตรียม Annex XV dossiers 5 รายการ ซึ่งจะพิจารณาร่วมกับแฟ้มข้อมูลที่ส่งเข้ามาใหม่ภายในวันที่ 15 พฤษภาคม หากเข้าข่ายสารที่มีความน่าห่วงกังวลสูง (SVHCs)ก็จะรวมในรายชื่อสาร Candidate List ชุดต่อไปในเดือนตุลาคม 2552     
- ระยะเวลาในการปรับเพิ่มรายชื่อสาร Candidate List ต่อๆ ไป จะหารือกันในที่ประชุม ECHA Workshop ระหว่างวันที่ 21-22 มกราคม 2552  ซึ่งผู้มีส่วนได้เสียสามารถส่งข้อคิดเห็นไปที่นาย Jack de Bruijn ทาง e-mail:

5. การบังคับใช้ (Enforcement) 
- คณะกรรมาธิการฯ รายงานว่ามีประเทศสมาชิกเพียง 15 ประเทศที่แจ้งข้อกำหนดในการไม่ปฏิบัติตามระเบียบ REACH ทันกำหนดเส้นตายเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2551 
- คณะกรรมาธิการฯ จะทำการศึกษาเปรียบเทียบบทลงโทษในประเทศสมาชิกต่างๆ โดยนำเสนอผลศึกษาชั้นแรกในการประชุม CA เดือนมิถุนายน 2552 และจะทำรายงานฉบับสมบูรณ์เสร็จปลายปีนี้

6. คู่มื่อ (Guidance)  
- มีการปรับคู่มือในหัวข้อ Only Representative เผยแพร่ทางเว็ปไซท์ ECHA เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2551
- คณะกรรมาธิการฯ ได้พิมพ์ร่างคู่มือ สำหรับ Annex V เรื่อง Exemptions from Registration และเรื่อง Waste and Recovered Substances เผยแพร่ทางเว็ปไซท์แล้ว 
- โครงการจ้างศึกษาเพื่อทบทวนคู่มือเรื่องสารเคมีที่อยู่ในสินค้า (Substances in Articles) ซึ่งเน้นชิ้นส่วนอะไหล่และสินค้าซับซ้อน (spare parts and complex articles) จะเริ่มเดือนมกราคมและสิ้นสุดเดือนตุลาคม 2552 โดยจะเผยแพร่คู่มือเรื่องนี้อย่างย่อในเว็ปไซท์ ECHA ก่อนในช่วงต้นปี 2552

7. ระเบียบ REACH และวัสดุนาโน (REACH and nanomaterials)
- เอกสาร “Nanomaterials in REACH” (เอกสารแนบ 2) อธิบายว่าจะใช้ระเบียบ REACH กับวัสดุนาโนอย่างไร ซึ่งคณะกรรมการ REACH CA ได้เห็นชอบแล้ว และคณะกรรมาธิการฯ จะนำลงเผยแพร่ทางเว็ปไซท์ต่อไป

8. การทบทวน  Annex XIII 
-  ระเบียบ REACH กำหนดให้คณะกรรมาธิการทบทวน Annex XIII เกี่ยวกับเกณฑ์สำหรับคำจำกัดความของสารพิษ ที่คงทน และสะสมทางชีวภาพ (PBTs) ภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2551 ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาถกเถียงร่างข้อเสนอของคณะกรรมาธิการฯ ในเรื่องนี้กันมากว่าจะให้ความยืดหยุ่นและความแน่นอนทางกฎหมายในการกำหนดว่าสารใดคือ PBT อย่างเพียงพอหรือไม่ และคณะกรรมาธิการฯ จะได้หารือกับ legal service เพื่อหาข้อยุติต่อไป 

9. ระเบียบใหม่ว่าด้วยการจัดจำแนกและปิดฉลากสารเคมี  (CLP regulation)
- ระเบียบใหม่ว่าด้วยการจัดจำแนกและปิดฉลากสารเคมีและบรรจุหีบห่อสารเคมีจะลงพิมพ์ใน Official Journal วันที่ 31 ธันวาคม 2551 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้หลังประกาศ 20 วัน

สามารถดูทางเว็ปไซท์:  http://eur-lex.europa.eu/LexUriServ/LexUriServ.do?uri=OJ:L:2008:353:0001:1355:EN:PDF) และ  http://eur-lex.europa.eu/LexUriServ/LexUriServ.do?uri=OJ:L:2008:354:0060:0061:EN:PDF

กำหนดเส้นตายคือวันที่ 1 ธันวาคม 2553 สำหรับการจัดจำแนกสารเคมี และวันที 1 มิถุนายน 2558 สำหรับ preparations
- คาดว่าการปรับแก้ไขระเบียบใหม่ตามความก้าวหน้าทางเทคนิคครั้งแรก (1st ATP: Adaption to technical progress) จะประกาศปลายเดือนมีนาคม 2552 โดยจะรวมสารทั้งหมดตามประกาศ ATP ครั้งที่ 30 และ 31ของคำสั่งว่าด้วยสารเคมีอันตราย (Dangerous substance directive: DSD)
- มาตรา 44 ของระเบียบนี้ กำหนดให้ประเทศสมาชิก EU จัดตั้ง helpdesk ให้ความช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรม และ ECHA จะจัดทำเอกสารคำถาม-ตอบที่พบบ่อย (FAQ) และ webpage เผยแพร่ข่าวสารเรื่องนี้ด้วย  

10.   เรื่องอื่นๆ
- มีการยกประเด็นที่ ECHA ให้การตอบสนองไม่เพียงพอแก่ผู้ประกอบการนอก EU ขึ้นหารือในที่ประชุม และ ECHA ขอทราบตัวอย่างคำตอบซึ่งไม่เป็นที่พอใจ แต่ยอมรับว่าเนื่องจากปริมาณงานมาก จึงให้ความสำคัญแก่ผู้ประกอบการใน EU ก่อน   

- ECHA เพิ่งแต่งตั้งนาย Andreas Herdina เป็น Director of Cooperation ซึ่งเป็นตำแหน่งใหม่ รับผิดชอบด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ติดต่อทาง e-mail ได้ที่

 

Add this page to your favorite Social Bookmarking websitesReddit! Del.icio.us! Mixx! Free and Open Source Software News Google! Live! Facebook! StumbleUpon! Yahoo! Free Joomla PHP extensions, software, information and tutorials.

Related Items:

  1. Only Representatives อีกหนึ่งปัญหาในการปฏิบัติตามระเบียบ REACH
  2. การปรับปรุงข้อกำหนดเกี่ยวกับ Only Representative ในการปฏิบัติตามระเบียบ REACH ของ EU
  3. REACH – แนวคิดและแนวปฏิบัติของภาคเอกชนในยุโรป
  4. REACH ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนและค่า charges อื่นๆ
  5. REACH: ระเบียบ EU ที่ภาคอุตสาหกรรมต้องเตรียมการรับมือ