การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Print E-mail
Contributed by คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป   
Monday, 10 November 2008

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2551 สถาบัน Institute for European Environmental Policy (IES) มหาวิทยาลัย VUB ได้จัดการบรรยายในหัวข้อ “The EU and Adaptation to Climate Change: Internal and External Dimensions” โดยมีวิทยากรจากคณะกรรมาธิการยุโรป (DG Environment) (Ms. Aurore Maillet) และจาก International Institute for Environment and Development (IIED) ซึ่งเป็นสถาบัน Think-tank ในกรุงลอนดอน เน้นเรื่องผลกระทบของสิ่งแวดล้อมต่อประเทศกำลังพัฒนา (Mr. Saleemul Huq ชาวบังคลาเทศ)

 

การบรรยายดังกล่าวได้ทำให้เห็นความสำคัญและความจำเป็นของการปรับตัว (Adaptation) ต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งเป็นตัวแปรผกผันกับการบรรเทาผลกระทบ (Mitigation) การประเมินค่าใช้จ่ายสำหรับการปรับตัวทั้งในประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา แนวนโยบายการปรับตัวของอียูซึ่งจะออกนโยบายอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2009 และมุมมองของประเทศกำลังพัฒนา ตลอดจนความจำเป็นในการหาแหล่งเงินทุนใหม่ๆ เพื่อใช้ในการปรับตัว สาระสำคัญ สรุปได้ดังนี้

 

1.      การปรับตัว (Adaptation) คืออะไร 

   การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คือ การเตรียมการพัฒนาในด้านต่างๆ ไม่

ว่าจะเป็นด้านโครงสร้างสาธารณูปโภค การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การให้ความรู้เพื่อลดความอ่อนไหว (vulnerability) ที่คนจะได้รับจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

                     ในขณะที่การบรรเทาผลกระทบ (Mitigation) คือ การดำเนินการเพื่อพยายามลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น การควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การคิดค้นเทคโนโลยีเพื่อประหยัดพลังงาน อาจกล่าวได้ว่าการดำเนินการตามพิธีสารเกียวโตส่วนใหญ่เป็นการบรรเทาผลกระทบ

                     การปรับตัวและการบรรเทาผลกระทบมีความสัมพันธ์ในเชิงผกผัน กล่าวคือ หากการบรรเทาผลกระทบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมาก การปรับตัวก็จะมีความจำเป็นและใช้ทรัพยากรน้อยลง

 

2.      ผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศกำลังพัฒนา 

   การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้การดำเนินการตามเป้าหมายการพัฒนาแห่ง

สหัสวรรษ (Millennium Development Goals หรือ MDGs) มีข้อท้าทายมากขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพมนุษย์ ภาวะน้ำท่วมในพื้นที่ที่อยู่ในระดับต่ำ สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงซึ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรรม แหล่งน้ำ การเพาะปลูกและระบบนิเวศวิทยา

                     Ms. Maillet ให้ข้อมูลว่าแม้ค่าใช้จ่ายสำหรับการปรับตัวจะยังไม่เป็นที่ทราบแน่นอน แต่ได้มีการประเมินโดย United Nations Framework Convention on Climate Change หรือ UNFCCC ว่าจะมีค่าใช้จ่ายทั่วโลกประมาณ 49-179 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2030 โดยมีความจำเป็นสำหรับการลงทุนด้านการปรับตัวในประเทศกำลังพัฒนาประมาณ 28-67 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

 

3.      แนวนโยบายของอียูต่อการปรับตัว 

   Ms. Maillet แจ้งว่าการพัฒนา EU Framework สำหรับการปรับตัวเริ่มขึ้นตั้งแต่การจัดทำ

เอกสารนโยบาย (Green Paper) เมื่อ มิ.ย. 2007 เพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและภาคประชาสังคมได้ให้ความคิดเห็น โดยมีหลักสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ (1) การดำเนินการอย่างเร่งด่วน (2) การบูรณาการนโยบายการปรับตัวในกิจกรรมและนโยบายด้านอื่นๆ ของอียู (3) ลดความไม่แน่นอนโดยขยายการวิจัยด้านสภาพภูมิอากาศ (4) เพิ่มการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมในยุโรป

         ทั้งนี้ จะมีการออกเอกสารนโยบายอย่างเป็นทางการ (White Paper) ในช่วงไตรมาสแรกของ

ปี 2009 โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ ได้แก่ (1) ปรับปรุงความยืดหยุ่น (2) ลดความอ่อนไหว (3) รับประกันแนวนโยบายที่สำคัญ อาทิ ความมั่นคงด้านอาหาร แหล่งพลังงาน

                     เนื้อหาที่อาจจะอยู่ใน White Paper ดังกล่าว ได้แก่ การระบุปัญหา ผลประโยชน์จากการดำเนินการอย่างเร่งด่วนทั้งในระดับอียู ในระดับชาติ และภูมิภาค การหลีกเลี่ยงแนวทางการปรับตัวที่ผิดพลาด (Maladaptation) สร้าง Capacity building รวบรวมองค์ความรู้ และกระตุ้นการวิจัยสำหรับการปรับตัว ตอดจนแนวทางในการผลักดันเรื่องนี้ในระดับระหว่างประเทศ

         ซึ่งในเรื่องนี้นาย Huq ได้ให้ข้อคิดเห็นว่าประเทศพัฒนาแล้วเริ่มหันมาให้ความสำคัญ

กับนโยบายการปรับตัวช้าเกินไป ทั้งที่ ได้มีผลการศึกษาที่จัดทำโดย Intergovernmental Panel on Climate Change หรือ IPCC เมื่อปี 1990 ได้รายงานผลทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับผลกระทบของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยชี้ว่าจะเกิดสภาวะโลกร้อนภายใน 50 ปี และเห็นว่าประเทศกำลังพัฒนาได้เห็นความสำคัญและเริ่มดำเนินนโยบายการปรับตัวก่อนประเทศพัฒนาแล้ว

 

  

4.      ข้อเสนอสำหรับการปรับตัวที่อียูจะผลักดันสำหรับการดำเนินหลังพิธีสารเกียวโต 

สิ้นสุดลง (Post 2012)

                   Ms. Maillet ให้ข้อมูลว่าอียูจะผลักดันประเด็นสำคัญ ดังนี้

-          การปรับตัวควรได้รับความสำคัญควบคู่ไปกับการบรรเทาผลกระทบ โดยการรวม

นโยบายการปรับตัวในกระบวนการตัดสินใจของผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบาย

-          UNFCCC ควรมีบทบาทเพิ่มขึ้น (catalytic role) ในการสร้างแผนงานที่เป็นรูปธรรม

เพื่อการปรับตัว

-          การปรับตัวอย่างมีประสิทธิภาพเป็นความรับผิดชอบของทุกประเทศ และควรมีการ

แบ่งปันความรู้และแนวทางการปรับตัวระหว่างกัน การวางแผนงานและงบประมาณ

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายเรื่อง Adaptation ของอียูได้ที่

http://www.ies.be/files/repo/Aurore%20Maillet%20051108.pdf

 

5.      แนวคิดของ IIED ต่อการปรับตัว 

   นาย Huq ให้ความเห็นว่าการปรับตัวมักถูกมองข้ามโดยการบรรเทาผลกระทบได้รับความ

สนใจมากกว่า ในขณะที่การปรับตัวยังต้องการงบประมาณและการสนับสนุนด้านเทคนิค ซึ่งในด้านงบประมาณได้มีกลไกที่ดีในการระดมทุนคือ ภายใต้พิธีสารเกียวโต ได้มีการจัดตั้ง Adaptation Fund โดยหักจำนวนเงิน 2% ของโครงการ CDM ที่จะโอนกลับไปประเทศพัฒนาแล้วมาอยู่ในกองทุนดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะระดมทุนได้ประมาณ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2012

                    ประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะประเทศที่ยากจนมีปัญหาความแห้งแล้งหรือมีพื้นที่เกาะ เป็นกลุ่มที่มีความอ่อนไหวที่จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากกว่าประเทศกำลังพัฒนาแล้วแม้จะมีอัตรการปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าประเทศพัฒนาแล้วมาก ทั้งนี้ ได้มีผลการศึกษาภัยพิบัติในช่วง 100 ปีที่ผ่านมาพบว่า มีภัยพิบัติรุนแรง อาทิ พายุเฮอร์ริเคน น้ำท่วม คลื่นความมร้อน อย่างหนาแน่นในช่วง 10 ปีสุดท้าย ซึ่งสะท้อนให้เห็นผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น

                    นาย Huq เห็นด้วยที่การประชุม UNFCCC ครั้งล่าสุดที่ Bali อินโดนีเซีย ได้มีการจัดทำ Bali Action Plan โดยมีการแยกเรื่องการปรับตัวออกมาอย่างชัดเจน เพิ่มเติมจากการบรรเทาผลกระทบ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการหาแหล่งเงินทุนใหม่ๆ

                    ในเรื่องการหาแหล่งเงินทุนใหม่ๆ มีความจำเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากงบประมาณสำหรับการปรับตัวในปัจจุบันไม่เพียงพอ ทั้งนี้ การประชุม UNFCCC ครั้งที่ 14 ในเดือน ธ.ค. 2008 ที่ Poznan โปแลนด์ ควรทำความตกลงในเรื่องนี้อย่างจริงจัง แทนที่จะรอถึงการจัดทำความตกลงด้านสิ่งแวดล้อมที่จะมีขึ้นในการประชุมครั้งที่ 15 ที่ Copenhagen เดนมาร์กในเดือน ธ.ค. 2009

              

สรุป 

            การบรรเทาผลกระทบ (Mitigation) มักได้รับความสำคัญมากกว่าการปรับตัว (Adaptation) เนื่องจากเป็นวิธีการที่คาดว่าจะนำไปสู่การชะลอการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิโลก แต่ในขณะเดียวกันการปรับตัวของมนุษย์ต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก็มีความสำคัญยิ่งเช่นกันต่อความอยู่รอด จึงเป็นที่น่ายินดีว่าเรื่องการปรับตัวได้รับความสนใจอย่างจริงจังเพิ่มขึ้นทั้งในกรอบองค์การระหว่างประเทศ (UNFCCC) รวมทั้งกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วอย่างอียู ซึ่งน่าติดตามว่าการหารือเรื่องนี้ในการประชุม UNFCCC ครั้งที่ 14 ที่โปแลนด์ และแนวนโยบายของอียูที่จะออกในช่วงต้นปี 2009 จะเป็นเช่นใด และจะสอดคล้องกับความต้องการงบประมาณในประเทศกำลังพัฒนาหรือไม่  

Add this page to your favorite Social Bookmarking websitesReddit! Del.icio.us! Mixx! Free and Open Source Software News Google! Live! Facebook! StumbleUpon! Yahoo! Free Joomla PHP extensions, software, information and tutorials.

Related Items:

  1. CEO บริษัทชั้นนำของยุโรปเสนอแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแบบรายสาขา
  2. การเจรจาเรื่องสิ่งแวดล้อมระดับโลกที่ Poznan โปแลนด์ 1-12 ธ.ค. 51
  3. ความคืบหน้าเรื่องการพิจารณาระเบียบอียูเรื่องพลังงานทดแทน
  4. ท่าทีของอียูในการเจรจาความตกลงระหว่างประเทศด้านสิ่งแวดล้อม (UNFCCC) ธ.ค. 51
  5. ท่าทีของอียูในการเจรจาความตกลงสิ่งแวดล้อมโลกที่โคเปนเฮเกนปลายปีนี้
host by colorpack.net