|
ตามที่คณะกรรมาธิการยุโรปได้มีการจัดทำการทบทวนระเบียบ WEEE โดยคาดว่า คณะกรรรมาธิการฯ จะยื่นข้อเสนอการทบทวนระเบียบดังกล่าวในปลาย ตค. 51 นั้น กลุ่มธุรกิจต่างๆ ในยุโรปได้ออกความเห็นเกี่ยวกับระเบียบ WEEE ซึ่งน่าสนใจติดตาม เพราะน่าจะเป็นจุดยืนที่เอกชนยุโรปได้นำไปล้อบบี้อียู
โดยสรุปแล้ว ปัญหาสำคัญที่กลุ่มธุรกิจต่างๆประสบหลังจากที่ได้มีการบังคับใช้ระเบียบ WEEE ในประเทศต่างๆคือ เรื่องการนำระเบียบดังกล่าวไปบังคับใช้ เนื่องจากระเบียบ WEEE กำหนดไว้แต่เป้าหมาย แต่ไม่ได้ระบุถึงแนวทางการนำไปปฏิบัติ ทำให้การปฏิบัติในแต่ละประเทศสมาชิกแตกต่างกันไป สร้างความสับสนและยากลำบากให้แก่บริษัทเอกชน
ประเด็นที่ภาคเอกชนกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่ม WEEE Forum (ซึ่งเป็นเวทีให้องค์กรที่เป็นศูนย์การเก็บและการจัดการซากขยะ WEEE ในแต่ละประเทศสมาชิกแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน) และกลุ่ม Orgalime (กลุ่มวิศวอุตสาหกรรมแห่งยุโรป) ออกมาชี้ว่าเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับเอกชนในการปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าวมีอาทิเช่น
- เรื่องคำจำกัดความของระเบียบ: ตามที่ระเบียบ WEEE ระบุว่า ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปจะต้องมีเป้าหมายให้มีอัตราการแยก WEEE ออกจากขยะประเภทอื่นๆ โดยเฉลี่ยอย่างน้อย 4 kg ต่อประชากร 1 รายนั้น ระเบียบฯไม่ได้ระบุถึงคำจำกัดความของ material, recycling, energy recovery หรือ landfill disposal และวิธีคำนวณให้ได้มาซึ่งเป้าหมาย 4 kg ดังกล่าว การปฏิบัติในแต่ละประเทศสมาชิกจึงแตกกต่างกันไป
- เรื่องการกำหนดเป้าหมาย: ตามที่ระเบียบกำหนดให้เก็บขยะ WEEE ให้ได้อย่างน้อย 4 kg ต่อประชากร 1 รายในทุกประเทศประเทศสมาชิก 27 ประเทศทั่วยุโรปนั้นไม่สมเหตุสมผลในทางปฏิบัติ เพราะแต่ละประเทศมีสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป
- เรื่องขั้นตอนระเบียบราชการ: การที่แต่ละประเทศสมาชิก 27 ประเทศ มีขั้นตอนระเบียบราชการในการบังคับใช้ระเบียบ WEEE ที่แตกต่างกันนั้น สร้างความลำบากและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นให้แก่ภาคเอกชนในการปฏิบีติตาม
- เรื่องความรับผิดชอบของผู้ผลิต: การที่ประเทศสมาชิกส่วนใหญ่ยังคงใช้ระบบ collective responsibility (คือการให้บริษัทรับผิดชอบซากผลิตภัณฑ์ร่วมกัน) นั้น [1] บริษัทธุรกิจใหญ่ๆอย่างบริษัท Hewlett-Packard เห็นว่าระบบดังกล่าวไม่ส่งเสริมให้บริษัทมีแรงจูงใจที่จะลงทุนเพื่อพัฒนาออกแบบสินค้าให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะบริษัทที่ลงทุนในเรื่องดังกล่าวก็ต้องรับผิดชอบเท่ากับบริษัทที่ไม่ได้ทำในเรื่องดังกล่าว
โดยสรุปแล้ว ภาคธุรกิจเรียกร้องให้มีการปรับแนวทางการนำระเบียบ WEEE ไปปฏิบัติในแต่ประเทศสมาชิกให้ไปในแนวทางเดียวกันมากขึ้น และสนับสนุนหลักการ individual responsibility
ทางฝ่ายประเทศสมาชิกอียูนั้น ดูมีท่าทีไม่เห็นด้วยที่จะให้มีระเบียบที่มีข้อกำหนดที่เข้มงวดขึ้น
สำหรับคณะกรรมาธิการยุโรปนั้น ในขั้นตอนของการทบทวนระเบียบ WEEE ได้เปิดเวทีหารือให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับระเบียบ (และปิดไปเมื่อ 5 มิถุนายน 2551) ซึ่งได้เปิดใน 4 หัวข้อด้วยกัน คือ (1) เรื่องปริมาณของเป้าหมายซาก WEEE ที่ประเทศสมาชิกอียูต้องรวบรวม (2) เรื่องขอบเขตของระเบียบ (3) เรื่องความรับผิดชอบของผู้ผลิต (4) การดำเนินการกับ WEEE กระตุ้นการพัฒนาวิธีการและเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการจัดการกับ WEEE (อ่านรายละเอียด ที่ http://news.thaieurope.net/content/view/3059/224/)
นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปเสริมว่า จะมีการทบทวนเป้าหมายใหม่ ซึ่งอาจให้ผู้ผลิตต้องมีปริมาณรีไซเคิลซาก WEEE ตามสัดส่วนยอดขายสินค้า พร้อมกับจะพยายามหาทางสนับสนุนให้ประเทศสมาชิกแลกเปลี่ยนข้อมูลในเรื่อง best practice ซึ่งอาจช่วยให้แนวทางในการนำระเบียบ WEEE เป็นไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น
ดูที่ติดต่อหน่วยงานในแต่ละประเทศสมาชิกที่รับผิดชอบเรื่อง WEEE
http://ec.europa.eu/environment/waste/weee/pdf/weee_faq.pdf
ที่มา
European Voice, Unwanted Directive for Unwanted Goods, 2 October 2008
--------------------------------------------------------------------------
[1] รายงานในปี 2006 โดยองค์กร European Environmental Bureau, Friend of the Earth และ Green Peace ระบุว่ามีเพียง 3 ประเทศที่กำลังเปลี่ยนมาใช้ระบบ individual responsibility (ซึ่งให้ผู้ผลิตรับผิดชอบในการจัดการสิ่งเหลือใช้เฉพาะกับผลิตภัณฑ์ของตน)
Related Items:
- Electrolux ยุโรปชี้ผลกระทบร่างทบทวน WEEE & RoHS พร้อมแนะธุรกิจไทยควรจับตาระเบียบอียู
- กฎระเบียบ RoHS และ WEEE ของสหภาพยุโรป
- แจ้งเตือน: อียูเปิดรับฟังความเห็นการทบทวน WEEE
- ทบทวนระเบียบ WEEE
- รายงานความเคลื่อนไหวกฎระเบียบสิ่งแวดล้อมสหภาพยุโรป ต.ค. 52
|