โปรตุเกสเปิดสถานีพลังงานคลื่นทะเลแห่งแรกของโลก Print E-mail
Contributed by สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลิสบอน   
Saturday, 04 October 2008

 รัฐบาลโปรตุเกสจับมือกับบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีพลังงาน  เปิดตัว สถานีผลิตพลังงานไฟฟ้าจากคลื่นทะเลเชิงพาณิชย์แห่งแรกของโลก  มูลค่าการลงทุน 9 ล้านยูโร  โดยโปรตุเกสหวังจะเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำด้านพลังงานทดแทนของโลกต่อไป 

            

 

สถานีผลิตไฟฟ้าดังกล่าวได้เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2551  โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง บริษัท Energias de Portugal - EDP (รัฐวิสาหกิจโปรตุเกส)  บริษัท EFACEC (ผู้ผลิตเครื่องจักรอุตสาหกรรมรายที่ใหญ่ที่สุดในโปรตุเกส)  บริษัท  Enersis  (บริษัทด้านพลังงานทดแทน  ซึ่งเป็นของ Babcock&Brown  กองทุนด้านการบริหารสินทรัพย์เพื่อการลงทุนที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นออสเตรเลีย)  และบริษัท Pelamis Wave Power (บริษัทวิศวกรรมของสก๊อตแลนด์  ซึ่งเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากคลื่นทะเล)

หลักการทำงานของเครื่องผลิตพลังงานไฟฟ้า 

อุปกรณ์เปลี่ยนพลังงานคลื่นเป็นพลังงานไฟฟ้าที่เรียกว่า Pelamis Wave Energy Converter (PWEC) มีรูปทรงกระบอกขนาดใหญ่สีแดง คล้ายงูทะเล ขนาด 142 X 3.5 ม. ผลิตจาก carbon steel จำนวน 700 ตัน  จำนวน 3 เครื่อง ถูกติดตั้งให้ลอยตัวอยู่กลางมหาสมุทรห่างจากชายฝั่งทะเลเมือง   Agucadoura  ตอนเหนือของโปรตุเกส  ออกไปประมาณ 3 ไมล์  (Pelamis เป็นคำศัพท์โบราณที่แปลว่า งูทะเล)

PWEC  1  เครื่องแบ่งออกเป็น  4  ท่อน  โดยแต่ละท่อนถูกทำให้ยึดติดกันด้วยข้อต่อไฮโดรลิคที่มีลักษณะเป็นก้านกระทุ้งที่เชื่อมต่อไปยังอุปกรณ์คล้ายลูกสูบที่บรรจุอยู่ใน  PWEC  แต่ละท่อน  เมื่อคลื่นทะเลไหลผ่าน  PWEC  อุปกรณ์ทั้ง  4  ท่อนจะไหวตามแรงคลื่น     และส่งผลให้ข้อต่อไฮโดรลิคดันก้านกระทุ้งให้เคลื่อนไหวขึ้นลงในลูกสูบและส่งพลังงานผ่านไปยังเครื่องกำเนิดไฟฟ้า พลังงานที่ผลิตได้จะถูกลำเลียงผ่านสายเคเบิ้ลใต้ทะเลไปยังสถานีย่อยที่เมือง  Agucadoura  ซึ่งจะทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานที่ผลิตได้ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า  แล้วส่งต่อไปยังเครือข่ายสายไฟฟ้าของโปรตุเกสต่อไป

ในระยะแรก   PWEC  3  เครื่อง มีกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าสูงสุด  2.25  เมกะวัตต์/ปี  เพียงพอต่อการใช้ใน 1,500  ครัวเรือน  มูลค่าการลงทุนประมาณ  9  ล้านยูโร (รัฐบาลโปรตุเกสสนับสนุน 1.25  ล้านยูโร)   และหากโครงการประสบผลสำเร็จ  ในระยะที่ 2 จะมีการติดตั้งอุปกรณ์  PWEC  เพิ่มขึ้นอีก 25  เครื่อง  และจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าเพิ่มเป็น  21  เมกะวัตต์/ปี  เพียงพอต่อการใช้ 15,000  ครัวเรือน  และจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ได้ถึง 60,000  ตัน/ปี  เมื่อเปรียบเทียบกับกระบวนการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากถ่านหิน

รัฐบาลโปรตุเกสได้ประกันการรับซื้อกระแสไฟฟ้าจากสถานีผลิตพลังงานไฟฟ้าจากคลื่นทะเลในอัตรา 25 เซนต์/กิโลวัตต์  ซึ่งสูงกว่าราคาในตลาด 

ทั้งนี้  รัฐบาลโปรตุเกสให้ความสำคัญต่อการลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานทดแทนไปแล้วกว่า  325 ล้านยูโร  โดยโปรตุเกสต้องการเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำด้านพลังงานทดแทน  เช่นเดียวกับเดนมาร์กและญี่ปุ่น  คาดว่าโปรตุเกสจะสามารถผลิตพลังงานจากแหล่งพลังงานสะอาด ได้ถึงร้อยละ  31  ของความต้องการใช้พลังงานทั้งหมดในประเทศภายในปี  2020   ดังนั้น  โปรตุเกสจะต้องเพิ่มการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานทดแทนจากเดิมร้อยละ  20  ในปี  2005  เป็นร้อยละ  60  ในปี  2020 โดยปัจจุบัน  โปรตุเกสมีสถานีผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก  ที่เมือง  Moura  ทางตอนใต้ของประเทศ  มีกำลังการผลิต 45 เมกะวัตต์/ปี  และมีการเพิ่มกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานอื่น ๆ  เช่น พลังงานน้ำ  และพลังงานลม  โดยมีสถานีกังหันลมกว่า 130 ตัว ทางตอนเหนือของประเทศ  ซึ่งเป็นสถานีที่ใหญ่ที่สุดในโลกเช่นกัน   

 


Related Items:

  1. การกระตุ้นนวัตกรรมในภาคพลังงานทดแทน
  2. การวิจัยพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของเยอรมนี
  3. ความคืบหน้าเรื่องการพิจารณาระเบียบอียูเรื่องพลังงานทดแทน
  4. บริษัท Shell สร้างแท่งขุดเจาะก๊าซธรรมชาติพลังลมเป็นแห่งแรกของโลก
  5. โปรตุเกสเปิดประมูลสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังลม
Last Updated ( Monday, 06 October 2008 )

 

ThaiEurope

Syndicate

จำนวนผู้เข้าชมเว็บ

.