|
รัฐบาลโปรตุเกสจับมือกับบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีพลังงาน เปิดตัว สถานีผลิตพลังงานไฟฟ้าจากคลื่นทะเลเชิงพาณิชย์แห่งแรกของโลก มูลค่าการลงทุน 9 ล้านยูโร โดยโปรตุเกสหวังจะเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำด้านพลังงานทดแทนของโลกต่อไป
สถานีผลิตไฟฟ้าดังกล่าวได้เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2551 โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง บริษัท Energias de Portugal - EDP (รัฐวิสาหกิจโปรตุเกส) บริษัท EFACEC (ผู้ผลิตเครื่องจักรอุตสาหกรรมรายที่ใหญ่ที่สุดในโปรตุเกส) บริษัท Enersis (บริษัทด้านพลังงานทดแทน ซึ่งเป็นของ Babcock&Brown กองทุนด้านการบริหารสินทรัพย์เพื่อการลงทุนที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นออสเตรเลีย) และบริษัท Pelamis Wave Power (บริษัทวิศวกรรมของสก๊อตแลนด์ ซึ่งเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากคลื่นทะเล)
หลักการทำงานของเครื่องผลิตพลังงานไฟฟ้า
อุปกรณ์เปลี่ยนพลังงานคลื่นเป็นพลังงานไฟฟ้าที่เรียกว่า Pelamis Wave Energy Converter (PWEC) มีรูปทรงกระบอกขนาดใหญ่สีแดง คล้ายงูทะเล ขนาด 142 X 3.5 ม. ผลิตจาก carbon steel จำนวน 700 ตัน จำนวน 3 เครื่อง ถูกติดตั้งให้ลอยตัวอยู่กลางมหาสมุทรห่างจากชายฝั่งทะเลเมือง Agucadoura ตอนเหนือของโปรตุเกส ออกไปประมาณ 3 ไมล์ (Pelamis เป็นคำศัพท์โบราณที่แปลว่า งูทะเล)
PWEC 1 เครื่องแบ่งออกเป็น 4 ท่อน โดยแต่ละท่อนถูกทำให้ยึดติดกันด้วยข้อต่อไฮโดรลิคที่มีลักษณะเป็นก้านกระทุ้งที่เชื่อมต่อไปยังอุปกรณ์คล้ายลูกสูบที่บรรจุอยู่ใน PWEC แต่ละท่อน เมื่อคลื่นทะเลไหลผ่าน PWEC อุปกรณ์ทั้ง 4 ท่อนจะไหวตามแรงคลื่น และส่งผลให้ข้อต่อไฮโดรลิคดันก้านกระทุ้งให้เคลื่อนไหวขึ้นลงในลูกสูบและส่งพลังงานผ่านไปยังเครื่องกำเนิดไฟฟ้า พลังงานที่ผลิตได้จะถูกลำเลียงผ่านสายเคเบิ้ลใต้ทะเลไปยังสถานีย่อยที่เมือง Agucadoura ซึ่งจะทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานที่ผลิตได้ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า แล้วส่งต่อไปยังเครือข่ายสายไฟฟ้าของโปรตุเกสต่อไป
ในระยะแรก PWEC 3 เครื่อง มีกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าสูงสุด 2.25 เมกะวัตต์/ปี เพียงพอต่อการใช้ใน 1,500 ครัวเรือน มูลค่าการลงทุนประมาณ 9 ล้านยูโร (รัฐบาลโปรตุเกสสนับสนุน 1.25 ล้านยูโร) และหากโครงการประสบผลสำเร็จ ในระยะที่ 2 จะมีการติดตั้งอุปกรณ์ PWEC เพิ่มขึ้นอีก 25 เครื่อง และจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าเพิ่มเป็น 21 เมกะวัตต์/ปี เพียงพอต่อการใช้ 15,000 ครัวเรือน และจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ได้ถึง 60,000 ตัน/ปี เมื่อเปรียบเทียบกับกระบวนการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากถ่านหิน
รัฐบาลโปรตุเกสได้ประกันการรับซื้อกระแสไฟฟ้าจากสถานีผลิตพลังงานไฟฟ้าจากคลื่นทะเลในอัตรา 25 เซนต์/กิโลวัตต์ ซึ่งสูงกว่าราคาในตลาด
ทั้งนี้ รัฐบาลโปรตุเกสให้ความสำคัญต่อการลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานทดแทนไปแล้วกว่า 325 ล้านยูโร โดยโปรตุเกสต้องการเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำด้านพลังงานทดแทน เช่นเดียวกับเดนมาร์กและญี่ปุ่น คาดว่าโปรตุเกสจะสามารถผลิตพลังงานจากแหล่งพลังงานสะอาด ได้ถึงร้อยละ 31 ของความต้องการใช้พลังงานทั้งหมดในประเทศภายในปี 2020 ดังนั้น โปรตุเกสจะต้องเพิ่มการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานทดแทนจากเดิมร้อยละ 20 ในปี 2005 เป็นร้อยละ 60 ในปี 2020 โดยปัจจุบัน โปรตุเกสมีสถานีผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่เมือง Moura ทางตอนใต้ของประเทศ มีกำลังการผลิต 45 เมกะวัตต์/ปี และมีการเพิ่มกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานอื่น ๆ เช่น พลังงานน้ำ และพลังงานลม โดยมีสถานีกังหันลมกว่า 130 ตัว ทางตอนเหนือของประเทศ ซึ่งเป็นสถานีที่ใหญ่ที่สุดในโลกเช่นกัน
Related Items:
- การกระตุ้นนวัตกรรมในภาคพลังงานทดแทน
- การวิจัยพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของเยอรมนี
- ความคืบหน้าเรื่องการพิจารณาระเบียบอียูเรื่องพลังงานทดแทน
- บริษัท Shell สร้างแท่งขุดเจาะก๊าซธรรมชาติพลังลมเป็นแห่งแรกของโลก
- โปรตุเกสเปิดประมูลสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังลม
|