คณะกรรมาธิการสิ่งแวดล้อม สภายุโรป คงความเข้มงวดเรื่องการปล่อยก๊าซในรถยนต์ Print E-mail
Contributed by คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป   
Monday, 29 September 2008

เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 51 คณะกรรมาธิการสิ่งแวดล้อม สภายุโรป ได้ลงคะแนนเสียงรับรองร่างระเบียบลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในรถยนต์รุ่นใหม่ที่จำหน่ายในอียู โดยเห็นชอบกับข้อเสนอที่กำหนดให้รถยนต์โดยสารรุ่นใหม่ที่จำหน่ายภายในอียูตั้งแต่ ค.ศ. 2012 เป็นต้นไปจะต้องปล่อยก๊าซ CO2 ไม่เกิน 120g ต่อกิโลเมตร และจะเก็บค่าปรับหากมีการปล่อยก๊าซเกินกำหนดไว้ในอัตรา 20 ยูโรต่อกรัมในปี ค.ศ. 2012 ถึง 95 ยูโรต่อกรัมในปี ค.ศ. 2015

ภูมิหลัง 

             - เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2550 คณะกรรมาธิการยุโรปได้เสนอร่างระเบียบที่กำหนดให้ผู้ผลิตรถยนต์ที่จำหน่ายภายในอียูลดปริมาณการปล่อยก๊าซรถยนต์รุ่นใหม่ลงจากปัจจุบัน 160 กรัมต่อกิโลเมตร เป็น 130 กรัมต่อกิโลเมตร ภายในปี ค.ศ. 2012 โดยปรับปรุงพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ในปัจจุบัน และกำหนดให้ใช้วิธีการอื่นๆ เสริม เช่น ยางรถยนต์ เชื้อเพลิง ระบบการขับขี่ยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อลดการปล่อยก๊าซลงอีก 10 กรัมต่อกิโลเมตรควบคู่กัน

            - ร่างระเบียบฉบับนี้เกิดขึ้นหลังจากที่สมาคมผู้ผลิตยานยนต์ของยุโรป (European Automobile Manufacturer’s Association หรือ ACEA) ได้ลงนามในความตกลงโดยสมัครใจเมื่อปี ค.ศ. 1998 ว่าจะลดการปล่อยก๊าซลงให้เหลือ 140 กรัมต่อกิโลเมตรภายในปี ค.ศ. 2008 แต่ไม่สามารถดำเนินการบรรลุเป้าหมายได้

            - เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 51 คณะกรรมาธิการอุตสาหกรรม การวิจัย และพลังงาน สภายุโรป ได้มีมติรับรองร่างระเบียบดังกล่าว แต่กำหนดความเข้มงวดน้อยกว่าที่คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอไว้ โดยเห็นว่าจะทำให้ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์สามารถปรับตัวโดยไม่กระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน กล่าวคือ

                        (1) กำหนดให้ใช้ระยะเวลานานขึ้นในการลดการปล่อยก๊าซลงให้เหลือ 120 กรัมต่อกิโลเมตร ภายในปี ค.ศ. 2015

                        (2) ผ่อนปรนเรื่องค่าปรับโดยเห็นว่าควรกำหนดอัตราค่าปรับระหว่าง 10 – 40 ยูโรต่อกรัม

                         (3) ให้เครดิตพิเศษสำหรับรถยนต์ที่ลดการปล่อยก๊าซลงเหลือน้อยกว่า 50 กรัมต่อกิโลเมตร และรถยนต์ที่ไม่ปล่อยก๊าซเลย

 

ท่าทีล่าสุดของคณะกรรมาธิการสิ่งแวดล้อม สภายุโรป 

            - แม้ว่าภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ของยุโรปจะทำการล็อบบี้อย่างหนักเพื่อให้ร่างระเบียบนี้ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตรถยนต์ในยุโรปน้อยที่สุด แต่ปรากฏว่าคณะกรรมาธิการสิ่งแวดล้อม สภายุโรป ได้มีมติคงความเข้มงวดของมาตรการตามที่คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอ รวมทั้งเห็นด้วยกับกำหนดเป้าหมายปี ค.ศ. 2012 แต่ได้เพิ่มเติมข้อกำหนดบางประการ ได้แก่

                        (1) ให้ใช้มาตรการนี้กับรถยนต์ขนาดใหญ่ด้วย ที่น้ำหนักมากกว่า 2,610 กิโลกรัม

                        (2) ภายในวันที่ 31 ธ.ค. ค.ศ. 2014 คณะกรรมาธิการยุโรปต้องเสนอร่างระเบียบที่กำหนดให้รถยนต์ปล่อยก๊าซในอัตราเฉลี่ยได้ไม่เกิน 95 กรัมต่อกิโลเมตร ภายในปี ค.ศ. 2020 หลังจากที่ได้มีการประเมินผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องแล้ว รวมทั้งวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างค่าใช้จ่ายกับผลประโยชน์ที่ได้รับ โดยคำนึงถึงพัฒนาการ นวัตกรรม เทคโนโลยีในการลดการปล่อยก๊าซ

                        (3) ผู้ผลิตอาจขอเครดิตพิเศษสำหรับนวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อมได้ เช่น การใช้หลอดไฟที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ แต่จะต้องไม่เกิน 75% ของการลดการปล่อยก๊าซโดยรวม

                        (4) ผู้ผลิตรถยนต์ตั้งแต่ 10,000 ถึง 300,000 คันต่อปี สามารถขอเป้าหมายทางเลือก (alternative target) ในการลดการปล่อยก๊าซโดยเฉลี่ย 25% จากระดับปี ค.ศ. 2006

 

            จากมติของคณะกรรมาธิการอุตสาหกรรม การวิจัย และพลังงาน และคณะกรรมาธิการสิ่งแวดล้อม สภายุโรป จะเห็นได้ว่าภายในสภายุโรปเองยังมีความแตกต่างทางความคิดเห็นในเรื่องนี้อยู่มาก ซึ่งจะมีการลงคะแนนเสียงในที่ประชุมสภายุโรปเต็มคณะต่อไปในช่วงเดือน ต.ค. หรือ พ.ย. 2551

 

            ในส่วนของประเทศสมาชิกก็มีความเห็นที่แตกต่างกันระหว่างกลุ่มประเทศที่ผลิตรถยนต์ขนาดใหญ่ อาทิ เยอรมนี สวีเดน ที่ไม่เห็นด้วยกับมาตรการบางอย่างในร่างระเบียบนี้ ในขณะที่กลุ่มประเทศที่ผลิตรถยนต์ขนาดเล็ก อาทิ ฝรั่งเศส อิตาลี มีท่าทีเห็นด้วยกับร่างระเบียบนี้มากกว่า

 

            ในส่วนของภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ในยุโรป ได้เรียกร้องการกำหนดเป้าหมายการลด CO2  เป็นระยะๆ คือ 70% ในปี ค.ศ. 2012/2013, 80% ในปี ค.ศ. 2014 และ 100% ในปี ค.ศ. 2015 จึงไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับมติของคณะกรรมาธิการสิ่งแวดล้อม สภายุโรป โดยร้องขอให้ระงับการดำเนินการที่จะทำให้อนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ในยุโรปเป็นอันตราย

 

            กลุ่มรักษาสิ่งแวดล้อมยินดีกับการตั้งเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซภายในปี ค.ศ. 2012 และการกำหนดอัตราค่าปรับ แต่เห็นว่าเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซให้เหลือ 95 กรัมต่อกิโลเมตรภายในปี ค.ศ. 2020 เป็นเป้าหมายที่สูงเกินไป ซึ่งอาจมีการทบทวนอีกในอนาคตจะไม่สร้างแรงจูงใจให้ผู้ผลิตพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อบรรลุเป้าหมายเท่าที่ควร นอกจากนี้ เห็นว่าการให้เครดิตพิเศษสำหรับรถยนต์ที่ปล่อยก๊าซไม่เกิน 50 กรัมต่อกิโลเมตร อาจทำให้ผู้ผลิตรถยนต์หันมาผลิตรถยนต์ประเภทนี้มากขึ้นเพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซในรถยนต์รุ่นใหญ่กว่า แทนที่จะหาทางพัฒนาเทคโนโลยีให้มีการลดการปล่อยก๊าซในรถยนต์ที่ผลิตทั้งหมด

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

http://www.europarl.europa.eu/news/expert/infopress_page/064-37756-269-09-39-911-20080922IPR37755-25-09-2008-2008-false/default_en.htm

 


Last Updated ( Monday, 29 September 2008 )
 

ระเบียบสินค้าอุตสาหกรรม

ระเบียบด้านมาตรฐานความปลอดภัย

ระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม

ระเบียบ RoHS และ WEEE

ระเบียบ Eco-Design

REACH

REACH

 

 

ThaiEurope

Syndicate

จำนวนผู้เข้าชมเว็บ

.