ภาพรวมเศรษฐกิจเดนมาร์กปี 2551 และการคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2552 Print E-mail
Contributed by สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน   
Friday, 26 September 2008
ตั้งแต่ปี 2550 เศรษฐกิจเดนมาร์กชะลอตัว โดยเติบโตเพียงร้อยละ 0.5-0.75 และเงินเฟ้อมีอัตราที่สูงกล่าวคือ ร้อยละ 4.2 ใกล้เคียงกับอัตราเงินเฟ้อโดยเฉลี่ยของสหภาพยุโรปซึ่งมีอัตราร้อยละ 4.3 (นับว่าสูงที่สุดในสหภาพยุโรปตั้งแต่ปี 2542)

 

1. ภาพรวมเศรษฐกิจเดนมาร์ก 

ตั้งแต่ปี 2550 เศรษฐกิจเดนมาร์กชะลอตัว โดยเติบโตเพียงร้อยละ 0.5-0.75 และเงินเฟ้อมีอัตราที่สูงกล่าวคือ ร้อยละ 4.2 ใกล้เคียงกับอัตราเงินเฟ้อโดยเฉลี่ยของสหภาพยุโรปซึ่งมีอัตราร้อยละ 4.3 (นับว่าสูงที่สุดในสหภาพยุโรปตั้งแต่ปี 2542) ส่วนดุลงบประมาณนั้นคาดว่าจะมีอัตราร้อยละ 3.6 ของ GDP ในปี 2551 และร้อยละ 3 ในปี 2552 นอกจากนี้ GDP จะมีอัตราเติบโตลดลงเหลือร้อยละ 1.1 ซึ่งมีอัตราต่ำกว่าปี 2549 และ 2550 โดยคาดว่า GDP จะมีอัตราเติบโตร้อยละ 0.5 ในปี 2552 หนี้ต่างประเทศในสกุลยูโรมีอัตราร้อยละ 26.5 และคาดว่าจะลดลงเหลือร้อยละ 18.5 ในปี 2552 ส่วนอัตราการว่างงานลดลงเหลือร้อยละ1.5 ของแรงงานทั้งหมดของเดนมาร์กในเดือนมิถุนายน 2551หรือคิดเป็น 45,600 คน โดยมีการคาดการณ์ว่า อัตราการว่างงานเฉลี่ยต่อปีจะมีจำนวน 49,000 คน ในปี 2551 และ 64,500 คนในปี 2552

อย่างไรก็ดี การคลังภาครัฐอยู่ในสภาวะที่ดี โดยในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา เดนมาร์กมี   ดุลการคลังเพิ่มขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 26 พันล้านโครนเดนมาร์ก (เดิมคาดการณ์ไว้ 17 พันล้านโครนเดนมาร์ก)  ราคาอสังหาริมทรัพย์ในเดนมาร์กลดลง ซึ่งอาจมีสาเหตุหลักมาจากอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.7 นับแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2551 ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวมประสบภาวะชะงักงันและในขณะนี้ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ประสบภาวะฟองสบู่ร้อยละ 15 อยู่แล้ว ดังนั้น ราคาอสังหาริมทรัพย์จึงมีแนวโน้มที่จะลดลงอีก

การส่งออกของเดนมาร์กไปยังประเทศใกล้เคียง โดยเฉพาะ ในประเทศที่อยู่ในเขตที่ใช้เงินสกุลยูโรหรือสกุลเงินที่ผูกอยู่กับเงินสกุลยูโร เติบโตเพิ่มขึ้นในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วงเมษายน-พฤษภาคม 2551 แม้ว่า จะเกิดวิกฤตทางการเงินทั่วโลก โดยการส่งออกไปยังนอร์เวย์ เยอรมัน สวีเดน และรัสเซีย ซึ่งเป็นคู่ค้าที่สำคัญของเดนมาร์ก มีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 23 โปแลนด์เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 และจีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 แต่จากการที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และภาวะเศรษฐกิจโลกประสบภาวะถดถอยได้ส่งผลต่อการส่งออกไปยังประเทศคู่ค้าใหญ่ ๆ อาทิ สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร โดยในปีนี้คาดว่าการส่งออกไปยังสหรัฐฯ จะลดลงร้อยละ 20 และสหราชอาณาจักรจะลดลงร้อยละ 7
  

ปัจจุบัน นโยบายเศรษฐกิจของเดนมาร์กมุ่งลดอัตราเงินเฟ้อ และให้ความสำคัญกับนโยบายงบประมาณและนโยบายการจัดโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ 
  

2. การสำรวจเศรษฐกิจของสถาบันต่าง ๆ ความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์เดนมาร์กและภาครัฐ
จากการสำรวจเศรษฐกิจของสถาบัน Economic Council of the Labour Movement (AE), OECD, Standard & Poor และการประมวลความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์เดนมาร์ก ปรากฎว่า ทุกฝ่ายเห็นพ้องว่า เศรษฐกิจเดนมาร์กถดถอยลงมากในระยะเวลาอันรวดเร็ว นอกจากนี้ จะเกิดภาวะถดถอยของตลาดแรงงานภายในระยะเวลาอันสั้นและการใช้จ่ายในครัวเรือนจะลดลง ซึ่งจะส่งผลเสียต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวม 

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์เศรษฐศาสตร์บางส่วนกลับเห็นว่า สภาวะเศรษฐกิจเดนมาร์กไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เนื่องจาก เดนมาร์กได้เปรียบดุลงบประมาณภาครัฐ ซึ่งจะช่วยชะลอภาวะถดถอย     ทางเศรษฐกิจ

3. การจัดอันดับเดนมาร์กโดยสถาบันต่าง ๆ
  

3.1 The Global Competitiveness Report จัดพิมพ์โดย World Economic Forum (WEF) ได้จัดอันดับให้เดนมาร์กอยู่ในอันดับ 3 ของประเทศที่มีศักยภาพในการแข่งขันมากที่สุด โดยเป็นประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนและมีความมั่งคั่งในระยะยาว ซึ่งประเทศที่อยู่ในอันดับ 1 และ 2 ได้แก่ สหรัฐฯ และสวิตเซอร์แลนด์ตามลำดับ
  

3.2 มูลนิธิ Heritage Foundation ของสหรัฐฯ ได้จัดอันดับให้เดนมาร์กอยู่ในอันดับที่ 11 ของประเทศที่มีเศรษฐกิจเสรีมากที่สุด (freest economies) จากทั้งหมด 157 ประเทศ โดยประเทศที่อยู่ในอันดับ 1 และ 2 ได้แก่ ฮ่องกงและสิงค์โปร์ ซึ่งประเทศที่อยู่อันดับท้ายสุด 2 ประเทศ ได้แก่ เกาหลีเหนือและคิวบาตามลำดับ โดยเดนมาร์กเป็นประเทศที่มีความยืดหยุ่นด้านแรงงานมาก มีระดับการพัฒนาที่สูงและตลาดการเงินที่เปิดกว้าง ระบบประชาธิปไตยที่ทันสมัยและระบบยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพ มีการปกป้องสิทธิทางปัญญาและมีระดับการทุจริตที่ต่ำ ทั้งนี้ การจัดอันดับพิจารณาจากสภาพตลาดแรงงาน เสรีภาพทางการค้าและการลงทุน รวมทั้ง การที่ไม่มีการทุจริต    
  

3.3 หน่วยงานสหรัฐฯ ว่าด้วยจริยธรรมและความยั่งยืน (U.S. think tank on ethics and sustainability) ซึ่งอุทิศตนในการส่งเสริมจริยธรรมของการพัฒนาบรรษัทและเทศบาลเมือง ได้เลือกให้กรุงโคเปนเฮเกนเป็นแบบอย่างของเมืองขนาดกลางในด้านการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนา ซึ่งมีสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์และยั่งยืน
      

 

  


Last Updated ( Monday, 29 September 2008 )

 

ThaiEurope

Syndicate

จำนวนผู้เข้าชมเว็บ

.