|
จากงานสัมมนา 'EU Environment Policy and Its Perspective to Business' ซึ่งจัดขึ้นเมื่อ 29 พค. 51 ที่โรงแรม Imperial Queen's Park กรุงเทพฯ โดยคณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรปและคณะผู้แทนคณะกรรมาธิการยุโรปประจำประเทศไทย และทางทีมงานไทยยุโรป.เน็ตได้นำเสนอรายงานมาอย่างต่อเนื่องนั้น ทางทีมงานฯ ขอเสนอรายงานสรุปสำหรับ Session 4 - 5 ซึ่งได้เชิญบริษัทธุรกิจเอกชนชั้นนำ ที่มีบริษัทแม่ตั้งอยู่ที่ยุโรป อย่าง Philips และ Tesco มาเปิดใจเกี่ยวกับมุมมองที่ทางบริษัทมีต่อประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมและระเบียบที่เกี่ยวข้องของอียู
Session 5 : การเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนและแนวทางการรักษาสิ่งแวดล้อมของบริษัท Philips โดย นาย Paul Peeters ประธานและ CEO ของบริษัท Philips ASEAN
ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทจนถึงปัจจุบัน บริษัท Philips เชื่อมั่นว่า sustainability จะเป็นกุญแจสำคัญผลักดันให้บริษัทเจริญเติบโต โดยตั้งเป้าไว้ว่า ในปี 2012 Philips จะให้มีรายได้จากสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Product) มากขึ้น 30 % จากที่ปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ 5.3 พันล้านยูโร
เพื่อการนี้ Philips จึงมุ่งลงทุนวิจัยและพัฒนานวัตกรรมสินค้า Green Product ต่างๆ เช่น หลอดไฟประหยัดพลังงาน โทรทัศน์ประหยัดพลังงาน และอุปกรณ์เครื่องมือดูแลสุขภาพ พร้อมวางแผนการจัดการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจร (หลัก Eco-Design) นอกจากนี้ ยังเน้นว่าการดำเนินงานของบริษัท Philips ทั่วโลก จะต้องใส่ใจกับการประหยัดพลังงาน เช่น ส่งเสริมให้ใช้ video conference แทนการเดินทางเข้าร่วมประชุม ที่สำคัญ Philips ยังให้ความสำคัญกับบริษัท suppliers ว่า การดำเนินงานจะต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การดูแลแรงงานและความปลอดภัยต้องได้มาตรฐาน โดยจะให้บริษัทภายนอกเข้ามาตรวจสอบบริษัท supplier และที่ผ่านมา Philips ได้ยกเลิกการทำธุรกิจกับบริษัท suppliers 30 บริษัท เนื่องจากไม่สามารถปฏิบัติตามหลักการผลิตอย่างยั่งยืนได้ ด้าน EcoDesign ได้ร่วมกับภาคอุตสาหกรรมในการจัดตั้งระบบ collective recycling system บรรจุภัณฑ์ที่ใช้เป็น PVC Free รวมถึง ปฏิบัติตาม RoHS และ WEEE ก่อนที่กฏระเบียยบดังกล่าวมีผลบังคับใช้
ที่ผ่านมา Philips ได้ยกเลิกการทำธุรกิจกับบริษัท suppliers 30 บริษัท เนื่องจากไม่สามารถปฏิบัติตามหลักการผลิตอย่างยั่งยืนได้
Session 6 : มุมมองของ Tesco ต่อนโยบายสิ่งแวดล้อมของอียู โดยนาย Steve Hammett, CEO บริษัท Tesco Lotus ประเทศไทย
Tesco มีจุดยืนที่จะสนับสนุนนโยบายสิ่งแวดล้อมของอียูอย่างเต็มที่ และมุ่งเป็นผู้นำที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าการเจริญเติบโตทางธุรกิจไม่เกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยบริษัทแม่ Tesco ที่สหราชอาณาจักร ตั้งเป้าให้ Tesco ทั่วโลกลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนลง 50% ในปี 2020 โดยใช้ผู้บริโภค เป็นจุดศูนย์กลางในการผลักดันให้ Tesco บรรลุเป้าดังกล่าว
จากการศึกษา Tesco พบว่า ปัจจุบัน สิ่งแวดล้อมเป็นประเด็นที่ผู้บริโภคในยุโรปเห็นว่าภาคธุรกิจควรให้ความสำคัญมากที่สุด แต่มีปัจจัยที่ทำให้ผู้บริโภคไม่มีพฤติกรรมรักษาสิ่งแวดล้อมมากเท่าที่ควร คือ 1) มีความเชื่อว่าการรักษาสิ่งแวดล้อมทำให้ชีวิตยุ่งยากและต้องจ่ายแพง 2) ขาดข้อมูล ไม่ทราบว่าควรจะทำอย่างไร 3) มีความเชื่อว่าพฤติกรรมของตนจะไม่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง เพื่อการนี้ Tesco จึงได้หามาตรการต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวและเสริมสร้างความตระหนักในหมู่ผู้บริโภค ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ การจัดทำสัญลักษณ์ 'Carbon labeling' หรือ 'Carbon Footprint' ปัจจุบัน ได้ทดลองใช้กับสินค้า 4 ประเภทของ Tesco แล้ว ได้แก่ ผงซักฟอก น้ำส้ม มันฝรั่ง และมะเขือเทศ
บริษัท Tesco Lotus ในประเทศไทยเองก็มุ่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนเช่นเดียวกับ Tesco
ทั่วโลก จึงได้ดำเนินการต่างๆ เช่น ออกแบบห้างของ Tesco ให้ลดการใช้พลังงานฟอสซิล (หรือที่เรียกว่า Green store) ออกแบบระบบการขนส่งสินค้า (supply chain system) อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงาน พร้อมรณรงค์กิจกรรมเพื่อสังคมอื่นๆ เช่น การปลูกต้นไม้
นาย Steve Hammett สรุปว่า Tesco เชื่อมั่นว่าจะสามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ว่าธุรกิจสามารถเติบโตได้ โดยไม่ต้องนำไปสู่การปล่อยก๊าซคาร์บอนเพิ่ม และพร้อมที่จะถ่ายทอดประสบการณ์ดังกล่าวให้แก่ผู้สนใจ
Related Items:
- EU Export Helpdesk เครื่องมือช่วยท่านค้าขายส่งออกมายุโรป
- รายงานผลงานสัมมนา 'EU Environment Policy and its Perspective to Business ตอน 1
- รายงานผลงานสัมมนา 'EU Environment Policy and its Perspective to Business ตอน 2
- รายงานผลงานสัมมนา 'EU Environment Policy and its Perspective to Business ตอน 3
- รายงานผลงานสัมมนา 'EU Environment Policy and its Perspective to Business ตอน 4
|