การปรับแก้ระเบียบอียูเกี่ยวกับสารทำลายชั้นโอโซน Print E-mail
Contributed by คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป   
Friday, 08 August 2008

คณะกรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อมเตรียมปรับแก้ระเบียบให้สอดคล้องกับพิธีสารมอนทรีออล โดยเพิ่มมาตรการป้องกันการค้าและการใช้สารทำลายชั้นโอโซนอย่างผิดกฎหมาย และจะมีมาตรการในการยกเลิกการใช้ Methyl Bromide ภายในปี ค.ศ. 2015

เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 51 คณะกรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อมได้จัดทำข้อเสนอปรับแก้

กฎระเบียบ (Regulation) ที่ 2037/2000 เกี่ยวกับสารที่มีผลทำลายชั้นโอโซน (ozone-depleting substance หรือ ODS) มีจุดประสงค์เพื่อทำให้ข้อบังคับของอียูในเรื่อง ODS รวมอยู่ในกฎหมายฉบับเดียวกันเพื่อให้เกิดความสะดวกในทางปฏิบัติสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศสมาชิกอียู และปรับให้สอดคล้องกับข้อกำหนดล่าสุดของพิธีสารมอนทรีออลที่มีการแก้ไขเมื่อปี ค.ศ. 2007

 

1. สาระสำคัญของการปรับแก้ไขกฎระเบียบนี้ มีดังนี้

1.1  เร่งการยกเลิกการใช้สาร HCFCs จากปี ค.ศ. 2025 เป็น 2020 ให้สอดคล้องกับ

พิธีสารมอนทรีออล

1.2  เพิ่มมาตรการป้องกันการค้าและการใช้ ODS ที่ผิดกฎหมายในอียู โดยปรับปรุง

ระบบการจดทะเบียนทางอิเล็กทรอนิกส์ และมาตรการในการลดและยกเลิกการใช้ Methyl bromide ภายในปี ค.ศ. 2015

1.3  ให้คำอธิบายที่ชัดเจนเพิ่มขึ้นสำหรับบางข้อบท อาทิ ข้อยกเว้นการใช้ ODS

เงื่อนไขในการนำเข้าและส่งออก การห้ามผลิต/วางจำหน่าย/ใช้ สาร ODS

1.4  เพิ่มความเข้มงวดเกี่ยวกับการ recovery และการทำลาย ODS

ที่อยู่ในผลิตภัณฑ์หรืออุปกรณ์

1.5  เพิ่มรายชื่อสารเคมีใหม่ที่ถือว่าเป็น ODS ซึ่งต้องรายงานปริมาณการผลิตและ

การนำเข้า  

 

2.      คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นว่าการป้องกันมิให้สาร ODS ในอุปกรณ์ทำ

ความเย็นและวัสดุฉนวน (insulation material) ในอาคารเข้าสู่ชั้นบรรยากาศจะช่วยป้องกัน

การทำลายชั้นโอโซนและหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซ CO2 ได้เท่ากับ 100 ล้านตันต่อปี และจะผลักดันการแก้ไขปัญหานี้กับประเทศสมาชิกอียูและประเทศที่เป็นภาคีพิธีสารมอนทรีออล

 

3. ข้อเสนอปรับแก้กฎระเบียบฉบับนี้จะต้องผ่านกระบวนการพิจารณาโดยสภายุโรปและคณะมนตรีสหภาพยุโรปก่อนบังคับใช้ภายในอียูต่อไป

รายละเอียดข้อเสนอปรับแก้ข้อบังคับฯ ดูได้ที่ http://ec.europa.eu/environment/ozone/community_action.htm

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

1.      ปัจจุบันการนำเข้า ODS ในอียูใช้ระบบการจัดสรรโควต้าโดยคณะกรรมาธิการยุโรปโดย

1.1  ในช่วงเดือน มิ.ย./ก.ค. ของแต่ละปี คกธ.ยุโรปจะตีพิมพ์ notice ใน Official Journal (OJ) แจ้งผู้ที่ต้องการนำเข้า ODS จากภายนอกอียู

1.2  ในช่วงเดือน ก.ค./ส.ค. ผู้ที่ต้องการนำเข้า ODS จะต้องจัดทำ import declaration ในฐานข้อมูล ODS

1.3  ในช่วงเดือน ต.ค. – ธ.ค. จะมีการประชุมพิจารณาโดย คณะกรรมาธิการยุโรปและ management committee เพื่อจัดสรรโควต้าการนำเข้า ODS ในปีถัดไป

1.4  หลังจากนั้นจึงนำผลการพิจารณาตีพิมพ์ใน OJ และแจ้งผู้นำเข้า ซึ่งผู้นำเข้าจะต้องขอ import license เพื่อการนำเข้าตามปริมาณโควต้าที่ได้รับการจัดสรรต่อไป

 

2.      จากข้อมูลสถิติของคณะกรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อมพบว่า อียูยังมีการผลิต การ

จำหน่ายและส่งออกสาร ODS บางประเภทอยู่ โดยในปี ค.ศ. 2006 อียูส่งออกสาร CFC 12 และ สาร HCFC 22 ปริมาณ 1,794 และ 31,728 เมตริกตันตามลำดับ แต่นำเข้าสาร ODS ในปริมาณน้อย โดยไม่มีการนำเข้าสาร CFC มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2004 และมีการนำเข้าสาร HCFC 22 ปริมาณ 1,777 เมตริกตันในปี ค.ศ. 2006

ดูสถิติเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวได้ที่ http://ec.europa.eu/environment/ozone/statistics.htm

 


 

ระเบียบสินค้าอุตสาหกรรม

ระเบียบด้านมาตรฐานความปลอดภัย

ระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม

ระเบียบ RoHS และ WEEE

ระเบียบ Eco-Design

REACH

REACH

 

ปฎิทินธุรกิจ/กิจกรรม

No Latest Events

 

ThaiEurope

Syndicate

จำนวนผู้เข้าชมเว็บ

.