สโลวะเกีย สมาชิกใหม่ยูโรโซนในปี 2552 Print E-mail
Contributed by คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป   
Tuesday, 15 July 2008

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2551 ที่ประชุมรัฐมนตรีคลังอียู (Ecofin Council) ได้รับรองข้อตัดสินใจที่จะให้สโลวะเกียเข้าร่วมกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโรนับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2552 เป็นต้นไป โดยจะเป็นประเทศที่ 4 ในกลุ่มประเทศที่เข้าร่วมอียูในการขยายสมาชิกภาพสหภาพยุโรปเมื่อปี 2547 (ตามหลังสโลวีเนีย ไซปรัส และมอลตา) รวมประเทศที่ใช้เงินสกุลยูโรในขณะนี้ 16 ประเทศ ในขณะที่ประชาชนชาวสโลวัคยังมีท่าทีเคลือบแคลงถึงผลดีผลเสียที่จะได้รับจากการใช้เงินยูโร โดยจากการสำรวจความคิดเห็นชาวสโลวัค 34.3% ต่อต้านการใช้เงินยูโร

 

          ประเด็นที่ว่าทำไมชาวยุโรปถึงไม่ค่อยภูมิใจกับการบูรณาการทางการเงิน โดยการใช้เงินยูโรร่วมกันนั้นเป็นประเด็นที่มีการพูดถึงในการประชุมของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมยุโรป (European Economic and Social Committee: EESC) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 14-15 เม.ย. 51 ที่กรุงบรัสเซลส์ เช่นกัน โดยในปีนี้เป็นปีแห่งการครบรอบ 1 ทศวรรษของการใช้เงินสกุลยูโร ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค. 1998

 

            ภาครัฐของอียูเห็นว่าเงินยูโรก่อผลดีหลายประการที่สำคัญ อาทิ สร้างความเข้มแข็งด้านการคลัง เสถียรภาพด้านราคา อัตราดอกเบี้ยต่ำ การบูรณาการตลาดการเงิน ก่อให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพิ่มความสามารถในการผลิต และทำให้มีการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี ในความเป็นจริงการปรับตัวของแต่ละประเทศยังมีความแตกต่างกัน ความแตกต่างด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อยังคงมีอยู่ และยังไม่ประสบความสำเร็จในการสร้างผู้แทนของกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโรเพียงหนึ่งเดียวในเวทีระหว่างประเทศ อาทิ ในกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)

 

            เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 51 คณะกรรมาธิการยุโรปด้านการคลังได้ออกรายงานเสนอนโยบายที่เป็นการตอบสนองต่อข้อท้าทายต่างๆ โดยเน้นการแก้ไขปัญหา 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

 

(1)   การปฏิรูปภายในอียู ควรมีการเพิ่มการเฝ้าระวังภาวะทางเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโร นอกเหนือจากการวิเคราะห์งบประมาณ ควรมีการแก้ไขทันทีหากพบว่ามีความไม่สมดุลในระดับเศรษฐกิจมหภาค รวมทั้งควรพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน และจัดการความเสี่ยงในส่วนที่เกี่ยวกับเสถียรภาพทางการคลัง ส่วนการปฏิรูปโครงสร้างยังควรดำเนินต่อไป

(2)   ในระดับระหว่างประเทศ กลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโรต้องเพิ่มการหารือด้านเศรษฐกิจมหภาคกับสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และจีน เพื่อเพิ่มอำนาจการเจรจาในระดับระหว่างประเทศ (โดยควรมีท่าทีเดียวกันเพิ่มขึ้นในระหว่างรอการสร้างผู้แทนของกลุ่ม)

(3)   เพิ่มธรรมาธิบาลของสหภาพทางเศรษฐกิจและการเงิน (Economic and Monetary Union หรือ EMU) โดยรัฐบาลของประเทศสมาชิกอียูควรดำเนินนโยบายที่สอดคล้องกัน เพื่อเป็นการกระตุ้นการปฏิรูปโครงสร้างในประเทศสมาชิกและควรเพิ่มการหารือระหว่างกลุ่มประเทศที่ใช้เงินสกุลยูโร กับกลุ่มประเทศที่ไม่ใช้เงินสกุลยูโรด้วย

 

            สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายงานของคณะกรรมาธิการยุโรปด้านการคลังได้ที่ http://ec.europa.eu/economy_finance/emu10/com2008_238en.pdf

 

Add this page to your favorite Social Bookmarking websitesReddit! Del.icio.us! Mixx! Free and Open Source Software News Google! Live! Facebook! StumbleUpon! Yahoo! Free Joomla PHP extensions, software, information and tutorials.

Last Updated ( Thursday, 17 July 2008 )
host by colorpack.net