ความคืบหน้าเกี่ยวกับระเบียบการจดทะเบียนสารเคมี REACH Print E-mail
Contributed by คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป   
Thursday, 10 July 2008

          ช่วงเวลาของการจดทะเบียนล่วงหน้าตามระเบียบ REACH ได้เริ่มขึ้นแล้วตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 51 ไปจนถึงวันที่ 1 ธ.ค. 51 ซึ่งในขณะนี้มีผู้ยื่นจดทะเบียนสารเคมีหลายพันรายแล้ว ในขณะที่กลุ่มคุ้มครองแรงงานของยุโรปเรียกร้องให้มีการปรับระเบียบ REACH ให้ครอบคลุม nanomaterials ด้วย ในส่วนของผู้ประกอบการไทยควรเตรียมหารือกับผู้นำเข้าสินค้าของท่านในยุโรป ส่วนคู่มือการปฏิบัติตามระเบียบ REACH ที่เกี่ยวกับสารเคมีที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ (substances in articles) สามารถดูได้ที่เวบไซต์ของ ECHA

 

          ในระหว่างการสัมมนาหัวข้อเกี่ยวกับ REACH ที่จัดโดย European Policy Centre เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 51 ได้มีผู้แทนจาก European Chemical Agency (ECHA) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ มีหน้าที่ดูแลการปฏิบัติตามระเบียบ REACH ตั้งแต่การลงทะเบียนล่วงหน้า การประเมินสารเคมีที่จะขอยกเว้นจากการลงทะเบียน การจำแนกและติดฉลากสารเคมี และตรวจสอบข้อมูล ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ที่กรุงเฮลซิงกิ ได้กล่าวสรุปการดำเนินงานของ ECHA ในปัจจุบันว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 51เป็นต้นมา ได้รับคำร้องขอจดทะเบียนล่วงหน้า 8,500 ราย สำหรับสารเคมีกว่า 5,500 ชนิด (บางบริษัทขอจดทะเบียนล่วงหน้าสารชนิดเดียวกัน) โดยมีคำร้อง 143 รายที่เกี่ยวกับการขอยกเว้นการจดทะเบียน (Product and Process-Oriented Research: PPORD) และมีผู้เริ่มเข้าใช้ REACH-IT (ซึ่งเป็นเวบไซต์ที่บริษัทสามารถลงทะเบียนสร้าง account ของตนเอง และดำเนินกระบวนการจดทะเบียนสารเคมีล่วงหน้าได้) ประมาณ 1,600 ราย (เข้าเวบไซต์ REACH-IT ได้ที่  http://echa.europa.eu/reachit_en.asp)

 

โดย 92% ของสารเคมีที่ขอจดทะเบียนล่วงหน้าเป็นสารเคมีที่อยู่ในทะเบียนสารเคมีที่ซื้อขายกันอยู่ในปัจจุบันในยุโรป หรือ European Inventory of Existing Commercial Chemical Substances (EINECs) อยู่แล้ว

 

            อย่างไรก็ดี ผู้แทนจาก ECHA มิได้ให้ความเห็นใดในประเด็น Only Representatives (ผู้แทนของผู้ที่ต้องการจดทะเบียนสารเคมีซึ่งอยู่นอกสหภาพยุโรป) โดยเน้นอย่างเดียวว่า ECHA มีหน้าที่ด้านเทคนิค มิได้มีบทบาทที่เกี่ยวกับ Only Representatives แต่อย่างใด

 

            ในการสัมมนาดังกล่าวได้มีผู้แทนจากบริษัทผลิตสารเคมีขนาดใหญ่ BASF ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในเยอรมนีได้ให้ความเห็นสนับสนุนการหารืออย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐกับเอกชนในการพัฒนาวิธีการปฏิบัติตามระเบียบ REACH ได้สะดวก นอกจากนี้ ระเบียบ REACH จะทำให้บริษัทต้องจดทะเบียนสารเคมีเป็นจำนวนพันๆ ชนิด ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณประมาณ 500 ถึง 550 ล้านยูโรตั้งแต่ปัจจุบันจนถึงปี ค.ศ. 2018 รวมถึงการเตรียมบุคลากร และประเด็นท้าทายขณะนี้อยู่ที่การตีความระเบียบ REACH และการปฏิบัติตามคู่มือแนวทาง (technical guideline documents) ซึ่งยากสำหรับบริษัท SMEs ที่ต้องการคำชี้แนะที่ชัดเจน

 

ทำความรู้จักกับคู่มือแนวทางการปฏิบัติตามระเบียบ REACH

            ในเวบไซต์ของ ECHA ท่านสามารถดูคู่มือการปฏิบัติตามระเบียบ REACH ได้หลายฉบับ โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นคู่มือสำหรับภาคอุตสาหกรรม ประกอบด้วย

(1)   คู่มือสำหรับการจดทะเบียนสารเคมี

(2)   คู่มือสำหรับการจดทะเบียนสารเคมีล่วงหน้า ซึ่งใช้ได้ในช่วง 1 มิ.ย. – 1 ธ.ค. 51

(3)   คู่มือสำหรับการแบ่งปันข้อมูล (data sharing)

(4)   คู่มือสำหรับการดำเนินการกับสารที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการผลิต (intermediates)

(5)   คู่มือสำหรับการดำเนินการกับสารที่เป็นโมโนเมอร์และโพลิเมอร์ (monomers and polymers)

(6)   คู่มือสำหรับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต (PPORD)

(7)   คู่มือสำหรับการจำแนกสารและการติดฉลาก

(8)   คู่มือสำหรับสารเคมีที่อยู่ในผลิตภัณฑ์

(9)   คู่มือสำหรับผู้ใช้สารเคมี (Downstream users)

(10)           คู่มือสำหรับการเตรียมขออนุญาตใช้สารเคมีที่มีอันตรายสูง

 

โดยสามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับคู่มือทั้งหมดได้ที่ http://reach.jrc.it/guidance_en.htm

 

ผู้ประกอบการท่านใดที่ผลิตสินค้าที่มีสารเคมีเป็นส่วนประกอบเพื่อส่งออกไปยังสหภาพ

ยุโรป และอยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับข้อปฏิบัติสำหรับสารเคมีที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ลองศึกษาคู่มือในข้อ (8) Guidance on requirements for substances in articles รวมทั้งหารือกับผู้ผลิตสารเคมีที่ท่านใช้ และผู้นำเข้าสินค้าของท่านในสหภาพยุโรป ว่าจะต้องมีการเตรียมการ แบ่งหน้าที่กันอย่างไรหรือไม่สำหรับการปฏิบัติตามระเบียบ REACH

                      

ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสารเคมี 

สารเคมีที่ผลิตหรือนำเข้าตั้งแต่ 1-10 ตันต่อปี จะไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนหากมีข้อมูลครบตามที่ระบุไว้ใน Annex VII ของระเบียบ REACH หากมีข้อมูลไม่ครบค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนจะมีอัตราตั้งแต่ 1,600 ยูโร สำหรับสารเคมีที่ผลิตหรือนำเข้าน้อยกว่า 10 ตันต่อปี จนถึง 31,000 ยูโร สำหรับสารเคมีที่ผลิตหรือนำเข้ามากกว่า 1,000 ตันต่อปี นอกจากนี้ ได้มีการกำหนดส่วนลด 30% สำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ส่วนลด 60% สำหรับบริษัทขนาดเล็ก (small companies) และส่วนลด 90% สำหรับ micro companies

 

ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสารเคมีสามารถดูได้ที่ Official Journal ฉบับที่ L107 ลงวันที่ 17 เม.ย. 2551

http://eur-lex.europa.eu/LexUriServ/LexUriServ.do?uri=OJ:L:2008:107:0006:0025:EN:PDF

 

ส่วนคำจำกัดความของบริษัทที่ได้ส่วนลดอยู่ในเอกสาร Commission Recommendation ที่ 2003/361/EC สามารถดูได้ที่ Official Journal ฉบับที่ L124 ลงวันที่ 20 พ.ค. 2546

http://eur-lex.europa.eu/LexUriServ/LexUriServ.do?uri=OJ:L:2003:124:0036:0041:EN:PDF

 

องค์กรแรงงานในยุโรปเรียกร้องให้ปรับระเบียบ REACH 

            สมาพันธ์แรงงานของยุโรป (European Trade Union Confederation หรือ ETUC) ได้เรียกร้องให้ปรับระเบียบ REACH เพื่อคุ้มครองแรงงานจากวัสดุนาโน (nanomaterials) ตลอดช่วงวงจรผลิตภัณฑ์ ในขณะที่ภาครัฐของอียูเห็นว่ามีระเบียบอื่นของอียูที่ครอบคลุมเกี่ยวกับวัสดุนาโนอยู่แล้ว

 

            ประเด็นที่ ETUC เรียกร้องคือ ตลอดช่วงวงจรตั้งแต่การผลิต การขนส่ง การวางสินค้า การทำความสะอาด ดูแล และการจัดการของเสียสารเคมีที่มีวัสดุนาโนเป็นส่วนประกอบต้องมีการศึกษาว่าปลอดภัยต่อสุขภาพมนุษย์และสิ่งแวดล้อม เช่นเดียวกับหลักการของระเบียบ REACH ที่กำหนดให้ผู้ผลิต หรือนำเข้าสารเคมีมากกว่า 10 ตันต่อปีขึ้นไปต้องเสนอรายงานความปลอดภัยสารเคมี (Chemical Safety Report) ด้วย รวมทั้งควรมีหลักการให้ระวังการใช้นาโนเทคโนโลยี (precautionary principle) และควรใช้งบประมาณของรัฐที่เกี่ยวกับการพัฒนาและวิจัยนาโนเทคโนโลยี 15% ในการวิจัยความปลอดภัยของการใช้นวัตกรรมดังกล่าวด้วย

 

            ในขณะที่สองสัปดาห์ก่อนหน้านี้คณะกรรมาธิการยุโรปได้รับรองรายงานเรื่องวัสดุนาโน (Communication on regulatory aspects of nanomaterials) โดยสรุปว่าการประเมินความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยและสุขภาพมนุษย์ของวัสดุนาโนครอบคลุมอยู่แล้วในกฎหมายของอียูเกี่ยวกับสารเคมี สุขภาพและความปลอดภัยแรงงาน

 


Related Items:

  1. Only Representatives อีกหนึ่งปัญหาในการปฏิบัติตามระเบียบ REACH
  2. REACH – แนวคิดและแนวปฏิบัติของภาคเอกชนในยุโรป
  3. REACH ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนและค่า charges อื่นๆ
  4. REACH: ระเบียบ EU ที่ภาคอุตสาหกรรมต้องเตรียมการรับมือ
  5. การจดทะเบียนล่วงหน้าสำคัญอย่างไรสำหรับระเบียบ REACH
 

ระเบียบสินค้าอุตสาหกรรม

ระเบียบด้านมาตรฐานความปลอดภัย

ระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม

ระเบียบ RoHS และ WEEE

ระเบียบ Eco-Design

REACH

REACH

 

ปฎิทินธุรกิจ/กิจกรรม

No Latest Events

 

ThaiEurope

Syndicate

จำนวนผู้เข้าชมเว็บ

.