|
เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 51 ฝรั่งเศสได้เข้ารับตำแหน่งประธานอียูต่อจากสโลวีเนีย และได้ประกาศที่จะผลักดันประเด็นต่างๆ ในช่วง 6 เดือนที่ดำรงตำแหน่ง สำหรับประเด็นที่จะมีผลกระทบต่อไทยที่สำคัญ คือ
1. การปฏิรูป CAP ที่ฝรั่งเศสใช้ข้ออ้างวิกฤตการณ์ด้านอาหารในปัจจุบันในการที่จะขัดขวางไม่ให้ลดงบประมาณการอุดหนุนแก่ภาคเกษตรของอียูเป็นจำนวนมาก โดยฝรั่งเศสจะคงผลักดันแผนการปฏิรูปนโยบายเกษตรร่วมที่ริเริ่มโดย คกธ.ยุโรป เมื่อปี ค.ศ. 2003 (CAP health check) แต่ไม่ประสงค์ให้มีการรื้อระบบทั้งหมดที่จะนำไปสู่การลดเงินสนับสนุน CAP ลงอย่างมาก เนื่องจากเกษตรกรฝรั่งเศสเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์จาก CAP เป็นหลัก กอปรกับการเผชิญกับวิกฤตการณ์อาหารในขณะนี้ ทำให้ฝรั่งเศสเห็นว่าการเพิ่มการผลิตเป็นเป้าหมายที่สำคัญในตอนนี้
2. ท่าทีของฝรั่งเศสต่อการเจรจารอบโดฮา ในช่วงการประชุมสุดยอดอียูเมื่อ 19-20 มิ.ย. 51 ประธานาธิบดี Sarkozy กล่าวว่า ควรจะปฏิเสธร่างความตกลงเปิดเสรีของ WTO ที่กำลังพิจารณากันอยู่นี้ เพราะอียู
จะไม่ได้อะไรตอบแทนจากการเปิดเสรีด้านบริการและสินค้าอุตสาหกรรมในการลดการผลิตสินค้าเกษตรในอียูลง และตำหนินาย Peter Mandelson คกธ.ด้านการค้าของอียู ว่าต้องรับผิดชอบต่อร่างความตกลงที่ไม่สมดุลนี้ในขณะที่ไทยต้องการให้การเจรจารอบโดฮามีผลในการเปิดเสรีสินค้าเกษตรมากขึ้น
ประเด็นอื่นๆ ที่ฝรั่งเศสให้ความสำคัญ ได้แก่
1. Immigration มีข้อเสนอ European Immigration Pact ที่จะส่งเสริม Common European Immigration Policy และแก้ไขปัญหาผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยจะผลักดันให้มีการปรับกฎระเบียบด้านการลี้ภัยของประเทศสมาชิกให้สอดคล้องกัน สนับสนุน economic migrants ที่เข้าเมืองโดยถูกกฏหมาย รวมทั้งข้อเสนอของ คณะกรรมาธิการยุโรปยุโรปเรื่อง Blue Card กำหนดกฎระเบียบที่ชัดเจนเกี่ยวกับการส่งกลับผู้เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เพื่อให้สามารถส่งกลับได้ง่ายขึ้น โดยเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 51 คณะกรรมาธิการยุโรปได้ออก policy plan on asylum เพื่อให้มี common standards of asylum protection ที่สูงขึ้นในอียู และ communication on common immigration policy เสนอหลักการร่วม 10 ประการ เพื่อให้การดำเนินนโยบายร่วมดังกล่าวเป็นไปอย่างประสานสอดคล้องกันมากขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหา illegal immigration การมีมาตรการเนรเทศกลับที่มีประสิทธิภาพเป็นส่วนที่สำคัญและไม่สนับสนุน massive regularization ผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย แต่ควรพิจารณาเป็นกรณีๆ ไป
2. Climate change/Energy ต้องการส่งเสริมให้ยุโรปเป็นต้นแบบของ low carbon และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม โดยจะผลักดันการออกกฎหมาย/กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องตามที่ที่ประชุมสุดยอดอียูเมื่อ มี.ค. 2551 ได้ตกลงกันไว้ในเรื่อง climate & energy package เกี่ยวกับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้พลังงานทดแทนและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะต้องมีข้อตกลงทางการเมืองภายในช่วงที่ฝรั่งเศสเป็นประธาน ทั้งนี้ ฝรั่งเศสสนับสนุนการใช้พลังงานนิวเคลียร์ในฐานะแหล่งพลังงานสำคัญในการต่อสู้กับปัญหาสภาวะโลกร้อน และได้เสนอแนวคิดเก็บภาษีนำเข้าจากประเทศที่สามเพื่อไม่ได้มาตรการแก้ไขปัญหา climate change ส่งผลบั่นทอนขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัทยุโรปที่จะต้องเผชิญกับมาตรการที่เข้มงวด เช่น การต้องปฏิบัติตามระบบ Emission Trading System (ETS) อย่างไรก็ดี แนวคิดนี้ได้รับการคัดค้านจากคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งเห็นว่าควรจะรอดูผลการประชุมเรื่อง climate change ที่โคเปนเฮเกนในเดือน ธ.ค. 52 ซึ่งจะมีการพิจารณาหาข้อตกลงเรื่องการจัดทำความตกลงระหว่างปท.สืบต่อพิธีสารเกียวโตที่จะหมดอายุในปี ค.ศ. 2012 และคณะกรรมาธิการฯ ตั้งใจจะมีข้อตัดสินใจเกี่ยวกับมาตรการ safeguard สำหรับอุตสาหกรรมของอียู รวมทั้งสาขาอุตสาหกรรมที่เข้าข่ายได้รับการคุ้มครองในปี ค.ศ. 2010
3. European security and defence policy จะประกอบด้วย 1) การทบทวนและกำหนดยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงของยุโรปในทศวรรษหน้า 2) เสริมสร้างขีดความสามารถของพลเรือนและทหารในด้าน crisis management และต้องการเพิ่มความแข็งแกร่งของการเป็นหุ้นส่วนด้านความมั่นคงระหว่างอียูและ NATO รวมทั้งการส่งเสริม partnership กับรัสเซีย ในช่วงที่ฝรั่งเศสเป็นประธานจะมีการประชุมสุดยอดอียู-รัสเซีย ประเด็นสำคัญที่จะเน้นคือการพัฒนา strategic partnership ใหม่ระหว่างกัน
4. ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ ฝรั่งเศสได้ผลักดันการส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านแถบเมดิเตอร์เรเนียน โดยจะจัดการประชุมสุดยอด Paris Summit for the Mediterranean ในวันที่ 13 ก.ค. ที่กรุงปารีส ซึ่งที่ประชุมสุดยอดอียู (มิ.ย. 51) เห็นว่าภูมิภาคดังกล่าวมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ต่ออียูทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม โดยสนับสนุนข้อเสนอของ คณะกรรมาธิการยุโรป ที่ให้จัดการประชุมสุดยอดกับประเทศดังกล่าวทุกสองปี
Related Items:
- การสัมมนา The Making of a Presidency The EU Agenda
- แง้มแผนงานของฟินแลนด์ เจ้าภาพอาเซม ครั้งที่ 6
- ถึงคราอินทรีเหล็กนำอียู: พร้อมที่จะสร้างปาฏิหาริย์หรือไม่
- ทิศทางยุทธศาสตร์อียู ในช่วงวาระที่ออสเตรียดำรงตำแหน่งประธานสหภาพยุโรป
- ทิศทางสหภาพยุโรป ภายใต้การนำของโปรตุเกส
|