ทำไมสหภาพยุโรปจึงให้ความสำคัญกับมาตรวิทยา Print E-mail
Contributed by สำนักงานที่ปรึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำกรุงบรัสเซลส์   
Monday, 30 June 2008
มาตรฐานการวัดนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในปัจจุบันทั้งในการค้า อุตสาหกรรม การแพทย์ การผลิตยารักษาโรคต่างๆ รวมทั้งเป็นฐานสำหรับการพัฒนางานทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้วย นอกจากนี้ยังช่วยในการคุ้มครองผู้บริโภคด้วย ตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนในชีวิตประจำวัน อาทิ ทั่วโลกใช้น้ำมันวันละประมาณ 150 ล้านลิตร หากปริมาตรน้ำมันที่ขายคลาดเคลื่อนโดยน้อยกว่ามาตรวัดเพียงร้อยละ 1 จะทำให้เกิดความแตกต่างของการวัดถึง 1.5 ล้านลิตร ซึ่งหมายความว่าผู้บริโภคเสียผลประโยชน์โดยไม่คาดคิดถึงวันละมากกว่า 50 ล้านบาท

มาตรฐานการวัดนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในปัจจุบันทั้งในการค้า อุตสาหกรรม การแพทย์ การผลิตยารักษาโรคต่างๆ รวมทั้งเป็นฐานสำหรับการพัฒนางานทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้วย นอกจากนี้ยังช่วยในการคุ้มครองผู้บริโภคด้วย ตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนในชีวิตประจำวัน อาทิ ทั่วโลกใช้น้ำมันวันละประมาณ 150 ล้านลิตร หากปริมาตรน้ำมันที่ขายคลาดเคลื่อนโดยน้อยกว่ามาตรวัดเพียงร้อยละ 0.01 จะทำให้เกิดความแตกต่างของการวัดถึง 1.5 ล้านลิตร ซึ่งหมายความว่าผู้บริโภคเสียผลประโยชน์โดยไม่คาดคิดถึงวันละมากกว่า 50 ล้านบาท

มาตรฐานการวัดนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในปัจจุบันทั้งในการค้า อุตสาหกรรม การแพทย์ การผลิตยารักษาโรคต่างๆ รวมทั้งเป็นฐานสำหรับการพัฒนางานทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้วย นอกจากนี้ยังช่วยในการคุ้มครองผู้บริโภคด้วย ตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนในชีวิตประจำวัน อาทิ ทั่วโลกใช้น้ำมันวันละประมาณ 150 ล้านลิตร หากปริมาตรน้ำมันที่ขายคลาดเคลื่อนโดยน้อยกว่ามาตรวัดเพียงร้อยละ 0.01 จะทำให้เกิดความแตกต่างของการวัดถึง 1.5 ล้านลิตร ซึ่งหมายความว่าผู้บริโภคเสียผลประโยชน์โดยไม่คาดคิดถึงวันละมากกว่า 50 ล้านบาท หรือปีละมากกว่า 18,000 ล้านบาท สำหรับทางการแพทย์ หากผลการวิเคราะห์ หรือการตรวจทางห้องปฏิบัติการคลาดเคลื่อน ย่อมทำให้การวินิจฉัยโรคผิดพลาดได้  และหากการใช้ยารักษาโรคที่มีปริมาณยาบรรจุไว้ไม่ตรงตามที่ระบุไว้ ย่อมทำให้การคำนวณยาที่ใช้สำหรับผู้ป่วยเพื่อให้ออกฤทธิ์จริงผิดพลาด ไม่เป็นไปตามแผนการรักษา เป็นผลให้ต้องใช้เวลาในการรักษาผู้ป่วยนานขึ้นหรืออาจจะมีผลต่อชีวิตผู้ป่วยได้ รวมทั้งเป็นการสูญเสียค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นโดยไร้ประโยชน์ มาตรฐานการวัดจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการค้าทั้งในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมและประเทศคู่ค้า

ประเทศต่างๆ ในยุโรปให้ความสำคัญกับมาตรวิทยาอย่างมาก เนื่องจากเป็นศาสตร์การวัดที่จำเป็นต่อคุณภาพและขีดความสามารถของผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตของภูมิภาคในเวทีโลก รวมทั้งยังเป็นการสร้างความมั่นใจถึงความถูกต้องและสามารถเปรียบเทียบผลการวัดกันได้ ตลอดจนเป็นฐานที่สำคัญต่อคุณภาพชีวิตที่ดีในการดำเนินชีวิตประจำวัน ยุโรปมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งการพัฒนาห้องปฏิบัติการและเครื่องมือสำหรับการตรวจวัด การผลิตสารอ้างอิง รวมทั้งการวิจัยและพัฒนาที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจและสังคมของยุโรปอย่างต่อเนื่อง สถาบันมาตรวิทยาของประเทศในยุโรป 20 ประเทศได้ร่วมกันพัฒนาแผนงานวิจัยมาตรวิทยาแห่งยุโรป (European Metrology Research Programme, EMRP) ซึ่งมีเป้าหมายที่จะเร่งการสร้างนวัตกรรมและขีดความสามารถของยุโรป รวมทั้งสนับสนุนคุณภาพชีวิตของประชากรในภูมิภาคอย่างต่อเนื่องด้วย โดยแผนการวิจัยมาตรวิทยาแห่งยุโรปจะอำนวยให้เกิดการบูรณาการเข้ากับแผนงานระดับชาติมากขึ้น ก่อให้เกิดความร่วมมือกันในภูมิภาค ลดความซ้ำซ้อนของการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผลักดันให้เกิดผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรม

กิจกรรมที่ EMRP ดำเนินการมี 3 ประการ ประกอบด้วย 1) ความท้าทายอันยิ่งใหญ่ 2) การวิจัยและพัฒนามาตรวิทยาทั้งพื้นฐานและประยุกต์ และ 3) การสร้างเสริมขีดความสามารถ โดยในส่วนของความท้าทายอันยิ่งใหญ่ดำเนินการในเรื่องความท้าทายเชิงมาตรวิทยาเกี่ยวกับ “เทคโนโลยีใหม่” “สุขภาพ” “สิ่งแวดล้อม” และ “พลังงาน” โดยในเรื่อง “เทคโนโลยีใหม่” เน้นนาโนเทคโนโลยีและการประยุกต์ใช้กับประเด็นความมั่นคง อาทิ การตรวจสอบสารที่เป็นอันตราย เป็นต้น ทางด้าน “สุขภาพ” เน้นการวิจัยทางด้านการปรับปรุงการวัดเชิงวิเคราะห์และรักษาเพื่อจะสร้างความมั่นใจในผลการวัดว่าเชื่อถือได้และสามารถเปรียบเทียบผลได้ทั้งในโรงพยาบาลและห้องปฏิบัติการทั่วทั้งยุโรป  ประเด็น “สิ่งแวดล้อม” จะพยายามพัฒนาวิธีการและตัวรับสัญญาณ (sensor) ที่สามารถตรวจวัดได้ อาทิ การวิจัยที่เกี่ยวกับการติดตามและตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงสภาวภูมิอากาศ  สำหรับหัวข้อ “พลังงาน” การวิจัยจะมุ่งในส่วนของประสิทธิภาพของการผลิตพลังงานและการบริโภคพลังงานอย่างประหยัด ซึ่งใน ค.ศ. 2008 สหภาพยุโรปให้ทุนสนับสนุนโครงการวิจัยของ EMRP แล้ว 21 โครงการ ผ่านกลไก ERA-NET Plus เป็นเงิน 1 ใน 3 ของ 64 ล้านยูโร ส่วนเงินสนับสนุนอีก 42 ล้านยูโรได้จากแผนงานวิจัยของประเทศต่างๆ  ที่เข้าร่วมแผนงาน

สหภาพยุโรปได้ออกกฎ ระเบียบต่างๆ เกี่ยวกับมาตรฐานสารต่างๆ ทั้งที่เป็นสารอันตราย และสารที่มีศักยภาพที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในอาหารและวัสดุในเครื่องใช้ต่างๆ โดยมีหน่วยงานทางด้านห้องปฏิบัติการมาตรฐานการวัดของสหภาพยุโรปเป็นผู้ศึกษา วิจัยและสนับสนุนข้อมูล  ซึ่งกฎ ระเบียบหลายอย่างเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกของประเทศที่จะส่งมายังประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปอย่างมาก เนื่องจากจะต้องมีการตรวจวัดปริมาณของสารที่กำหนดในแต่ละรายการ รวมทั้งการดำเนินการที่ได้มาตรฐาน มีการรับรองผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต และผลการตรวจวัด ประเทศกำลังพัฒนาจึงต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องให้มีคุณภาพ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพราะนอกจากจะเป็นการช่วยในการส่งออกของประเทศแล้ว ยังเป็นการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศอีกด้วย

ประเทศไทยควรจะพัฒนาห้องปฏิบัติการและกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับระบบมาตรวิทยาของประเทศในทุกระดับ ตั้งแต่หน่วยงานที่กำหนดมาตรฐานการวัด การจัดหาสารอ้างอิง ห้องปฏิบัติการกลางระดับประเทศสำหรับเป็นห้องปฎิบัติการอ้างอิง รวมทั้งห้องปฏิบัติการในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ผลการตรวจวัดเป็นที่เชื่อถือได้และยอมรับโดยไม่ต้องรับการตรวจซ้ำจากประเทศคู่ค้า อุตสาหกรรมไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดของการพัฒนาระบบมาตรวิทยาเชิงการค้าในประเทศไทย นอกจากนี้ยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในการก้าวสู่สังคมเศรษฐกิจฐานความรู้

 


Related Items:

  1. ไขข้อสงสัย EurepGAP:โอกาสหรืออุปสรรคสำหรับเกษตรกรไทย ?
  2. ผลการประชุมอภิปรายภายใต้หัวข้อ “Food Quality Certification“ ของสหภาพยุโรป
  3. มาตรวิทยาคืออะไร
  4. ระบบการตรวจสอบรับรองคุณภาพมาตรฐานสินค้าอาหารโดยสมาคมผู้ค้าปลีกของสหราชอาณาจักร
  5. รัฐบาลฝรั่งเศสสนับสนุนผู้หญิงบุกวงการวิทยาศาสตร์
Last Updated ( Tuesday, 01 July 2008 )

 

 

Syndicate

จำนวนผู้เข้าชมเว็บ

.