มติของคณะกรรมการการค้าระหว่างประเทศของรัฐสภายุโรปเรื่อง EU – ASEAN FTA Print E-mail
Contributed by สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศฯ ณ กรุงบรัสเซลส์   
Tuesday, 20 May 2008

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2551 ที่ประชุมคณะกรรมการการค้าระหว่างประเทศของรัฐสภายุโรปได้รับรองรายงานของ นาย Glyn Ford(สหราชอาณาจักร)  เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่าง ASEAN และ EU สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้  

ภาพรวม
- ความตกลงระหว่าง EU – ASEAN จะก่อให้เกิดความได้เปรียบทางเศรษฐกิจอย่างมากแก่ทั้งสองฝ่าย แต่จะต้องกำหนดมาตรการเสริมเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์อย่างเท่าเทียมกัน

- สหภาพฯ จะต้องจัดทำความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือ (Partnership and Cooperation Agreement: PCA) ซึ่งมีบทบัญญัติที่เกี่ยวกับสิทธิด้านมนุษยชนให้เสร็จก่อนที่จะสรุปผลการเจรจา FTA กับประเทศใด และความตกลง FTA จะต้องสอดคล้องกับกฎเกณฑ์ของ WTO

- ความตกลงระดับภูมิภาคจะช่วยส่งเสริมระบบการค้าพหุภาคีหากความตกลงดังกล่าวมีขอบเขตกว้าง มีความทะเยอทะยานสูง ครอบคลุมเรื่องอื่นๆ นอกจากการลดภาษีเพื่อการเปิดตลาด เช่น การปฏิบัติตามมาตรฐานทางเทคนิค มาตรฐานแรงงานและสิ่งแวดล้อม  ทั้งสองฝ่ายควรลดหรือยกเลิกอุปสรรคทางการค้าต่างๆ ทั้งต่อการค้าสินค้าและบริการ โดยคำนึงถึงความแตกต่างของความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของสมาชิกอาเซียนด้วย

- กรอบความตกลง FTA ควรครอบคลุมเรื่องความโปร่งใสและกฎเกณฑ์ที่มีประสิทธิภาพในการจัดซื้อสาธารณะ   การแข่งขัน การลงทุน สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา การอุดหนุนและการให้ความช่วยเหลือโดยรัฐในรูปต่างๆ 

- ควรสร้างความมั่นใจว่าจะมีการปรับปรุงกฎแหล่งกำเนิดสินค้า ปรับมาตรฐานให้สอดคล้องกัน ซึ่งรวมถึงความปลอดภัยของสินค้า มาตรฐานการคุ้มครองเด็กและสวัสดิการสัตว์ (animal welfare)  ความโปร่งใสในกฎระเบียบ  การปรับกระบวนการทำงานของราชการให้ง่ายขึ้น และการไม่เลือกปฏิบัติด้านภาษี เป็นต้น

รายสาขา
- ควรยกเลิกอุปสรรคที่มิใช่ภาษี โดยเรื่องที่มีความกังวลเป็นการเฉพาะคือการจำกัดการทำธุรกิจการค้าบริการ สาขาการธนาคาร ประกันภัย และการให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย

- ให้ความสำคัญอันดับแรกต่อเรื่องการบังคับใช้กฎหมายสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะด้านการออกแบบ (design) การบันทึกเสียง (sound recordings) และสินค้าวัตนธรรมต่างๆ รวมถึงสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ และชื่อของแหล่งกำเนิด อย่างไรก็ตาม ควรให้สิทธิประเทศคู่เจรจาในการกำกับดูแลสาขา audiovisual ต่อไปเพราะสาขาดังกล่าวมีบทบาทสำคัญต่อการอนุรักษ์วัฒนธรรมที่แตกต่างกัน

- ให้ความสำคัญเป็นการเฉพาะต่อการต่อต้านการปลอมแปลงยาซึ่งบิดเบือนการแข่งขันและเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค 

- จำเป็นต้องเน้นรายละเอียดของอุตสาหกรรมประมงโดยเฉพาะสาขาทูน่า รวมถึงการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เรื่องความสะอาดและปลอดภัยของอุตสาหกรรมประมง

- เรียกร้องให้ใช้ international auditing and accounting standards และมาตรการที่จะขจัดคอรับชั่นและการฟอกเงิน

- การจัดซื้อสาธารณะควรคำนึงถึงระดับการพัฒนาที่แตกต่างกันของอาเซียนด้วย และควรเคารพสิทธิของประเทศเหล่านั้นในการกำกับการให้บริการสาธารณะโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาที่เป็นความต้องการขั้นพื้นฐาน (basic needs)

- ความตกลงเรื่องการค้า การลงทุน การวิจัย และวิทยาศาสตร์ควรแก้ปัญหาที่เป็น sector – specific issues เช่นหลอดไฟฟ้าที่ใช้พลังงานต่ำ การป้องกันอันตรายจากภัยธรรมชาติ  สาขาการท่องเที่ยว และการเคลื่อนย้ายข้ามชาติของนักวิจัย นักธุรกิจและนักท่องเที่ยว

- นโยบายด้านพลังงานของสหภาพฯ ต่อสมาชิกอาเซียนควรเน้นเรื่องการไม่เลือกปฏิบัติในการออกใบอนุญาติและการกำหนดเงื่อนไขด้านการค้าที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์พลังงาน  การหาแหล่งพลังงานทดแทน การยกเลิกภาษีที่พรมแดนที่เรียกเก็บจากสินค้าพลังงาน และทำความตกลงร่วมกัน (mutual agreements) ในการประหยัดพลังงาน

รายประเทศ
- หากประเทศพัฒนาน้อยที่สุดในอาเซียนคือกัมพูชา ลาวและพม่าประสงค์จะรวมอยู่ใน FTA กับสหภาพฯ สภายุโรป (Council) ควรทบทวน mandate ที่ให้แก่คณะกรรมาธิการฯ ใหม่ แต่จากสถานการณ์ปัจจุบันของพม่า คงเป็นไปไม่ได้ที่จะรวมพม่าในความตกลงฯ 

- ควรให้ความยืดหยุ่นแก่ประเทศยากจนอื่นๆ ทีไม่ใช่ประเทศพัฒนาน้อยที่สุด (เช่นไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย) ในระดับเดียวกับที่ให้แก่ประเทศสมาชิก ACP ภายใต้ความตกลง Economic Partnership Agreements เพื่อให้ประเทศเหล่านั้นสามารถปรับตัวรองรับกับรายได้ด้านภาษีอากรที่หายไป

แต่จำเป็นต้องแก้ปัญหาของสิงคโปร์เรื่อง banking secrecy เพื่อให้เป็นความตกลงระดับภูมิภาคที่แท้จริง

การพัฒนาที่ยั่งยืน
- จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีบทบัญญัติเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน (sustainable development) ที่มี ambitious ซึ่งรวมพันธกรณีเรื่องสิ่งแวดล้อมและสังคมอยู่ด้วย เพื่อผูกพันให้คู่ภาคีให้สัตยาบันต่อมาตรฐานแรงงานหลักของ ILO (core International Labour Organization convention) และสร้างความมั่นใจว่าจะมีการปฏิบัติตามมาตรฐานดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะในเรื่องการบังคับใช้แรงงานและการใช้แรงงานเด็ก

- ควรจัดให้มี Trade and Sustainable Development Forum ที่ประกอบด้วยองค์กรแรงงานและนายจ้าง และตัวแทนภาคประชาชนเพื่อสร้างความมั่นใจว่าการเปิดตลาดเพิ่มขึ้นจะช่วยยกระดับมาตรฐานสังคมและสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้น ควรกำหนดกลไกติตามผลและทบทวนบทบัญญัติต่างๆ เพื่อกดดันมิให้มีการละเมิดสิทธิแรงงาน

- ควรมีมาตรการต่อต้านการตัดไม้ทำลายป่า และขยายป่าเขตร้อนให้มีจำนวนมากขึ้น และกระตุ้นให้มีการค้า environmentally sustainable biofuels ควรให้ความช่วยเหลือแก่สมาชิกอาเซียนในการป้องกันการลักลอบตัดไม้ นอกจากนั้น ควรเร่งลดภาษีสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้เร็วกว่าสินค้าอื่นๆ และเปิดให้เข้าตลาดสหภาพฯ ได้เร็วกว่า

- สิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยควรเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจากับอาเซียน โดยเฉพาะใน PCAs ดังนั้น จึงให้ความสำคัญต่อการปฏิรูป political and civil rights และยินดีที่ใน ASEAN Charter กำหนดให้มีการจัดตั้ง Human Right Body และกำหนดพันธกรณีที่จะเสริมสร้างประชาธิปไตย  เพิ่มพูนระบบธรรมาภิบาล และการบังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน

บทบาทของรัฐสภา
รัฐสภาหวังว่า Lisbon Treaty จะมีผลใช้บังคับก่อนสรุปผลการเจรจา ASEAN – EU ซึ่งจะช่วยขจัดข้อสงสัยว่ารัฐสภาต้องอนุมัติความตกลงดังกล่าวหรือไม่ ดังนั้น จึงขอให้คณะกรรมาธิการส่ง negotiating mandate ให้รัฐสภาและหารือกับรัฐสภาอย่างสม่ำเสมอในช่วงการเจรจาเพื่อให้มั่นใจว่าผลของการเจรจาจะได้รับความสนับสนุนอย่างกว้างขวาง

 


 

 

Syndicate

จำนวนผู้เข้าชมเว็บ

.