รัฐบาลสวีเดนอยู่ระหว่างทบทวนนโยบายนำเข้าแรงงานนอกเขตเศรษฐกิจยุโรปและสวิตเซอร์แลนด์ Print E-mail
Contributed by สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงสตอกโฮล์ม   
Friday, 09 May 2008

รัฐบาลสวีเดนอยู่ระหว่างพิจารณาข้อเสนอเกี่ยวกับกฎระเบียบด้านการนำเข้าแรงงานของสวีเดนเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับแรงงานจากประเทศนอกเขตเศรษฐกิจยุโรปและสวิตเซอร์แลนด์มาประกอบอาชีพในสวีเดนได้ง่ายขึ้น และหากผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2551 เป็นต้นไป

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงสตอกโฮล์ม ขอรายงานว่า ปัจจุบันรัฐบาลสวีเดนอยู่ระหว่างพิจารณาข้อเสนอ
เกี่ยวกับกฎระเบียบด้านการนำเข้าแรงงานของสวีเดนเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับแรงงานจากประเทศนอกเขตเศรษฐกิจยุโรปและสวิตเซอร์แลนด์มาประกอบอาชีพในสวีเดนได้ง่ายขึ้นและหากผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2551 เป็นต้นไป ข้อเสนอดังกล่าวมีสาระสำคัญสรุปดังนี้

1. นายจ้างชาวสวีเดนสามารถรับบุคคลภายนอกเขตเศรษฐกิจยุโรปและสวิตเซอร์แลนด์ไปทำงานในสวีเดน
ได้ โดยผู้ได้รับการว่าจ้างจะสามารถขอมีใบอนุญาตทำงานและขอมีถิ่นพำนักถาวร (Permanent Residence Permit) ได้ ทั้งนี้ รายได้ เงื่อนไขการจ้างงานจะต้องเป็นไปตามความตกลงหรือหลักปฏิบัติของอาชีพนั้น ๆ

2.  นายจ้างชาวสวีเดนมีอิสระในการว่าจ้างลูกจ้าง โดยที่  Swedish Public Employment Service จะไม่ตรวจสอบแต่ละกรณีว่าอาชีพนั้น ๆ อยู่ในความขาดแคลนหรือไม่ดังเช่นในอดีต

3.  ลูกจ้างจะได้รับอนุญาตให้ทำงานและพำนักในสวีเดนได้นานขึ้นโดยในชั้นแรก จะอนุญาตเป็นเวลา 2 ปี
และหากหลังจากสองปี หากลูกจ้างยังได้รับการว่าจ้างงานก็จะสามารถต่อใบอนุญาตได้อีกสองปี ภายหลังระยะเวลา 4 ปีดังกล่าว ลูกจ้างจะสามารถยื่นขออนุญาตมีถิ่นพำนักถาวร (Permanent Residence Permit) ได้

4.  รัฐบาลจะอำนวยความสะดวกในการติดต่อระหว่างนายจ้างและผู้หางาน การขอรับการตรวจลงตราเข้า
สวีเดนเพื่อทำการสัมภาษณ์งานได้ง่ายขึ้น และผู้ที่อยู่ในสวีเดนอยู่แล้วและได้รับการว่าจ้างงานจะไม่ต้องเดินทางกลับไปประเทศตนเพื่อยื่นเรื่องของอนุญาตทำงานและพำนักอาศัย

5.  ผู้ขอลี้ภัย (Asylum Seekers) ซึ่งอาศัยอยู่ในสวีเดนและอยู่ระหว่างการขอลี้ภัยจะได้รับอนุญาตให้ทำงานได้ ซึ่งต่างจากกฎระเบียบเดิมที่ลูกจ้างจะต้องได้รับอนุญาตให้ทำงานและมีถิ่นพำนักก่อนที่จะเดินทางเข้าสวีเดน หากใบสมัครของผู้ขอลี้ภัยได้รับการปฏิเสธแต่ผู้ลี้ภัยมีอาชีพทำอยู่สามารถยื่นขอใบอนุญาตทำงานในสวีเดนได้

ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์ Dagens Nyheter ฉบับประจำวันที่ 30 เม.ย. 2551 ได้ตีพิมพ์บทความเรื่องจำนวนการออกใบอนุญาตทำงานเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า สาระสำคัญสรุปได้ว่า เมื่อกฎหมายเกี่ยวกับแรงงานจากประเทศนอกเขต ศก. ยุโรปฉบับใหม่ของสวีเดนมีผลบังคับใช้ปลายปีนี้  Migration Board คาดว่าจำนวนผู้ขอมีใบอนุญาตทำงานเป็นจำนวนถึง 35,000 – 37,000 คน หรือเท่ากับสองเท่าของปีก่อนหน้านี้ โดยยังมิได้รวมสมาชิกครอบครัวผู้ติดตามของผู้ที่จะเดินทางเข้ามาทำงานในสวีเดน โดยคาดว่าใบสมัครจำนวน 6,000 – 8,000 รายจะมาจากผู้ขอลี้ภัยที่ถูกปฏิเสธใบอนุญาตมีถิ่นพำนักถาวร และคาดว่าคนจำนวนประมาณ 6,000 คนจะขอมีใบอนุญาตทำงานกับบริษัทขนาดเล็ก และประมาณ 3,000 คนจะมาจากนักศึกษาต่างชาติในสวีเดนซึ่งมาจากประเทศนอกสหภาพยุโรป ทั้งนี้ Migration Board อยู่ระหว่างการร่วมมือกับสหภาพแรงงาน สมาพันธ์ผู้ประกอบการ มณฑลและเทศบาล เพื่อสนองความต้องการของตลาดแรงงาน โดยภาครัฐจะดำเนินการออกใบอนุญาตทำงานให้รวดเร็วกว่าเดิมจากที่เคยใช้เวลาประมาณ 3 เดือน นอกจากนี้ กฎหมายฉบับใหม่ยังจะควบคุมเงื่อนไขการทำงานของนายจ้างให้เป็นไปตามข้อเสนอที่ตกลงกันและคาดว่าในปี 2551 นี้
จะมีจำนวนผู้ขอมีใบอนุญาตทำงานและขอมีถิ่นพำนักถาวรจำนวน 19,000 คน เพิ่มจากจำนวน 12,000 คนในปี 2550 โดยกลุ่มผู้ที่ได้รับใบอนุญาตทำงานและขอมีถิ่นพำนักนอกสหภาพยุโรปกลุ่มใหญ่ที่สุดได้แก่คนไทย ตามด้วยยูเครน อินเดีย จีน และสหรัฐฯ ส่วนใหญ่อยู่ในภาคการก่อสร้าง บริการ และเทคโนโลยีสารสนเทศ

สถานเอกอัครราชทูตฯ มีข้อคิดเห็นว่าข้อเสนอดังกล่าวถือเป็นการปฏิรูปนโยบายการจ้างงานของสวีเดนจากเดิมโดยสิ้นเชิง ซึ่งจะอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้อาศัยนอกเขตเศรษฐกิจยุโรปและสวิตเซอร์แลนด์สามารถเดินทางเข้าไปทำงานในสวีเดนได้ง่ายขึ้น สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวน่าจะมาจากข้อเท็จจริงที่ว่าสวีเดนเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรน้อย และเป็นสังคมที่มีผู้สูงอายุจำนวนมาก (aging society) กอปรกับขาดแคลนแรงงานในหลายสาขาวิชาชีพ ซึ่งรัฐบาลปัจจุบันมีนโยบายมุ่งกระตุ้นระบบเศรษฐกิจโดยการการส่งเสริมการจ้างงาน นอกจากนี้ ปัจจัยหนึ่งอาจมาจากการเปลี่ยนแปลงในอัตราประชากรสวีเดน ซึ่งปัจจุบัน สวีเดนยังประสบกับปัญหาการโอบอุ้มผู้ขอลี้ภัยเป็นจำนวนมาก โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี ค.ศ. 2010 สวีเดนจะต้องใช้งบประมาณในการเลี้ยงดูผู้ลี้ภัยเป็นจำนวน 12 พันล้านโครนาสวีเดน ซึ่งกฎระเบียบใหม่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้โยกย้ายถิ่นฐานและผู้ลี้ภัยที่อาศัยอยู่ในสวีเดนสามารถหางานทำได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจสวีเดนในภาพรวมต่อไป

ในส่วนที่เกี่ยวกับแรงงานไทยนั้น ประเด็นปัญหาการขอใบอนุญาตทำงานในสวีเดนของพ่อครัวแม่ครัวไทยเป็นประเด็นที่สถานเอกอัครราชทูตฯ พยายามหยิบยกกับหน่วยงานของสวีเดนในระดับต่าง ๆ มาโดยตลอด เนื่องจากกฎระเบียบในปัจจุบัน กำหนดให้พ่อครัวแม่ครัวไทยได้รับอนุญาตให้ทำงานในสวีเดนได้สูงสุดเพียง 1 ปีครึ่ง หลังจากนั้นต้องเดินทางกลับ ประเทศไทย และยื่นเรื่องขออนุญาตทำงานใหม่ ดังนั้น หากกฎระเบียบใหม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาสวีเดน จะเปิดโอกาสให้แรงงานจาก ประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการประกอบอาหารไทย และนวดแผนไทย ฯลฯ สามารถเข้ามาประกอบอาชีพในสวีเดนได้สะดวกยิ่งขึ้น และอยู่ได้นานขึ้นตราบเท่าที่มีการว่าจ้างงาน



Last Updated ( Friday, 09 May 2008 )

 

 

Syndicate

จำนวนผู้เข้าชมเว็บ

.